ชาวบางกลอยยื่น 7 ข้อเสนอยันทำไร่หมุนเวียนถิ่นฐานเดิม สวนทางคณะเจรจา ทส.ยังไม่ได้ข้อสรุป


เพิ่มเพื่อน    

25​ ก.พ.64​ - ที่ศาลาพอลละจี หมู่บ้านบางกลอยล่าง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี คณะเจรจาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นำโดยนายจงคล้าย​ วรพงศธร​ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ พร้อมด้วย​นายณัฐวุฒิ​ เพ็ชรพรหมศร​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี​ นายประกิต​ วงศรีวัฒนกุล​ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ นายพิชัย​ วัชรวงษ์ไพบูลย์​ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่​ 3​ สาขาเพชรบุรี​ ผู้แทนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล​ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ เข้ารับฟังข้อเสนอจากตัวแทนชาวกระเหรี่ยงบางกลอย​ 4​ ราย​ พร้อมชาวบ้านบางกลอย

นายจงคล้าย ชี้แจงกับชาวบ้านว่า ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรได้ปิดปฏิบัติการไปแล้ว ทุกหน่วยงานที่ร่วมเดินทางมาพบชาวบ้านในวันนี้ พร้อมเปิดใจพูดคุยกันแบบพี่น้อง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาของชาวบ้าน ซึ่งตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทส.ส่งทีมลงเก็บข้อมูลในด้านต่างๆ ทำให้เห็นปัญหาว่าชาวบ้านเดือดร้องเรื่องที่ดินอยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และแหล่งน้ำ รวมถึงความล้มเหลวของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต 

"เราจะเข้ามาแก้ปัญหาที่ดิน เมื่อก่อนดินไม่ดี ไม่มีน้ำ เราเคยรับปากชาวบ้านว่าจะมาช่วยแก้ปัญหาหลายครั้งก็ทำไม่ได้ แต่วันนี้เรามีทั้งรองผู้ว่าฯ กรมทรัพยากรน้ำ หลายฝ่ายมาพร้อมกัน แม้ชาวบ้านอาจไม่เชื่อว่าแก้ปัญหาได้ แต่เราจะลงไปดูทีละแปลงว่ามีปัญหาอย่างไร ก็จะช่วยกันอย่างเต็มที่”นายจงคล้าย กล่าว

นายจงคล้าย กล่าวต่อว่า เป้าหมายตอนนี้อยากให้ชาวบ้านมีที่ดินทำกิน โดยเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี รมต.ทส. มีความเป็นห่วงและสั่งการว่า อยากให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้มีที่ดิน ตรงไหนมีปัญหาน้ำ กรมน้ำก็จะมาช่วยดูพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน ดินไม่ดีจะให้โครงการปิดทองหลังพระมาช่วยดู

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านข้อเสนอ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.ยืนยันอยู่ในที่เดิมบนที่ดินที่เคยอยู่ในบ้านบางกลอยบน 2.คนที่ไม่ประสงค์กลับขึ้นไปอยู่ข้างบนขอให้จัดสรรพื้นที่ทำกินให้ 3.ปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทำให้สิ่งของบางอย่างของชาวบ้านเสียหาย เช่น แผงโซลาเซลล์ 4.ให้เจ้าหน้าที่หยุดปฎิบัติการต่างๆในขณะที่คณะทำงานถูกส่งมาจากกระทรวงโดยตรง 5.ให้สื่อหรือเจ้าหน้าที่หยุดชี้นำและกล่าวหาชาวบ้าน 6..ให้มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิไร่หมุนเวียนโดยมีหน่วยงานรัฐและนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม 7.เราจะรอจนกว่าคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวงฯจะหาข้อยุติได้

นายณัฐวุฒิ รองผู้ว่าฯเพชรบุรี ถามตัวแทนชาวบ้าน ว่าที่บางกลอยล่างกับใจแผ่นดินอยู่ที่ไหนดีกว่ากัน ชาวบ้านตอบว่า ข้างบนดีกว่า ข้าวไม่ต้องซื้อกิน ผักไม่ต้องซื้อ อยู่สบายกว่า ไม่มีไฟฟ้าก็อยู่ได้ เราสามารถใช้ชีวิตตามวิถีของเราได้ รองผู้ว่าฯกล่าวว่า วันนี้เราจะย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะเราตั้งชุมชนที่นี่แล้ว

ขณะที่ชาวบ้านที่นั่งฟังได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า วิถีเราอยู่มานาน อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเหตุผลของเราที่อยากกลับไปอยู่ใจแผ่นดิน เพราะอยู่ที่นี่ลำบาก ต่อให้เป็นตายอย่างไรเราจะขอกลับไป เรายอมตายที่บ้านเกิดดีกว่า และคนที่ต้องการขึ้นไปก็ไม่ใช่ทุกคน มีบางคนอยากอยู่ที่นี่ อยากให้แบ่งการแก้ปัญหาเป็นสองกลุ่ม

ต่อมา คณะของนายจงคล้าย ได้เดินสำรวจพื้นที่การเกษตรว่ามีพื้นที่ตรงไหนที่ไม่สามารถทำเกษตรเนื่องจากขาดน้ำบ้างก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว รวมทั้งได้เห็นมีเด็กเล็กมาก จึงได้ปรึกษากับนายณัฐวุฒิ รองผู้ว่าฯเพชรบุรี เพื่อหาทางช่วยเหลือ โดยจะส่งทีมแพทย์เข้ามาช่วยดูแลเด็กๆ

นายจงคล้าย ให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้มารับฟังมีปัญหาจากตัวแทนทั้ง 4 คน ที่กลับออกมาจากใจแผ่นดิน ทส.ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมทุกฝ่ายเพื่อสำรวจข้อมูล แล้วจะนำฐานข้อมูลมาเทียบกับข้อมูลเก่า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน ทั้งกลุ่มชาวบ้าน 57 ครอบครัว ที่ลงมาปี 2539 ต่อมาขยายเป็น 61 ครอบครัว ต่อมาเพิ่มเป็น 116 ครอบครัว ซึ่งบางคนได้รับการจัดสรรที่ดินแล้วแต่มีปัญหาการทำกิน ทส.จะเข้าไปดูแลแก้ปัญหาให้ ส่วนที่เหลือที่ยังไม่มีที่ดินต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการที่กำลังเก็บข้อมูล

"ตอนนี้รอคณะกรรมการทำงานก่อน แก้ปัญหาที่ดิน แก้ปัญหาน้ำให้ชาวบ้าน คิดว่าบางสิ่งชาวบ้านยังไม่เชื่อมั่น แต่รับรองจะนำปัญหาไปคุยในคณะกรรมการให้เกิดการดำเนินการเร็วที่สุด"นายจงคล้ายกล่าว

ชาวบ้านบางกลอย 1 ใน 4 ที่เดินเท้ามาจากบางกลอยบนร่วมเจรจาครั้งนี้ สัมภาษณ์ว่าตอนนี้มี 36 ครอบครัวที่ยังอยู่ข้างบน ถ้าตกลงอุทยานยอมให้เราอยู่ใจแผ่นดิน จะมีขึ้นไปมากกว่านี้ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงใช้ยุทธการ เพราะตรงนั้นคือบ้านของเรา ผมกลัวแต่อยากอยู่ เราให้กำลังใจกัน ถ้าโดนจับก็โดนหมด มีเด็กด้วย ยืนยันถ้าโดนยิงทิ้งก็คงจะยอมโดนยิงกันหมด พ่อแม่พวกเราอยู่กันมาตั้งนาน ป่าก็ยังอยู่ แม่น้ำก็ยังดี ถ้าพวกเราอยู่ไม่รักษาป่าคงหมดไปนานแล้ว


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.