ไทย-จีนจับมือแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา


เพิ่มเพื่อน    

 

1 มี.ค.2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 1 มี.ค.2564 กรมฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านระบบ VDO Conference กับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CNIPA) โดยมีการตั้งผู้ประสานงาน 2 ประเทศ เพื่อร่วมแก้ปัญหาหากเกิดกรณีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการไทยที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีนได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้กรมฯ ดำเนินการเชิงรุกในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยในต่างประเทศ

โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันพัฒนาการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งการพัฒนาบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการตรวจสอบและจดทะเบียน การคุ้มครองภูมิปัญญาดั้งเดิม ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนมีความเชี่ยวชาญ และเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้าผลักดันกิจกรรมความร่วมมือระหว่างไทยและจีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันจีนเร่งรัดจดทะเบียนคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทย 3 รายการ ที่ยื่นไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมะขามหวานเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทยในจีน และนำรายได้กลับมาสู่ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการ GI ของไทยต่อไป

สำหรับการเร่งรัดการขึ้นทะเบียน GI เพราะสินค้าเหล่านี้ เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจีนที่เดินทางเข้ามาในไทย และได้ทดลองบริโภคสินค้า ทำให้มีความต้องการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องขึ้นทะเบียน GI เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าไทยได้รับผลกระทบ จากการที่จะเข้าไปทำตลาดในอนาคต รวมถึงป้องกันการละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้น

ปัจจุบัน มีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว 7 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ที่สหภาพยุโรป (อียู) ผ้าไหมยกดอกลำพูน ที่อินเดียและอินโดนีเซีย เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ที่เวียดนาม กาแฟดอยตุง ที่กัมพูชา และมีสินค้าที่รอการขึ้นทะเบียน GI ได้แก่ กาแฟดอยช้าง สับปะรดห้วยมุ่น ที่ญี่ปุ่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ที่จีน มะขามหวานเพชรบูรณ์ และลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ที่เวียดนาม ส่วนสินค้าที่กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และทุเรียนปราจีนบุรี ที่จีน ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ที่มาเลเซีย
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.