'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรมร้ายแรง รมต.-ผวจ.-ส.ส.-บิ๊กขรก. จัดมหกรรมมวยจะนะท่ามกลางโควิด


เพิ่มเพื่อน    

 

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการจัดมวยการกุศลขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “ศึกมหกรรมมวย รวมพลคนจะนะ” เมื่อวันที่ 8-9 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยในโปสเตอร์โปรโมทการแข่งขัน มีภาพของ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย, พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์, นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ด้วยนั้น

การจัดมวยดังกล่าวแม้จะอ้างว่า ไม่ให้มีผู้ชมข้างเวทีแต่จะใช้การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่อง 5 และหรือช่องทรูโฟร์ยูก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงกลับปล่อยให้มีผู้ชมเข้าไปนั่งชมและเชียร์กันเต็มพื้นที่ข้างเวที อันผิดไปจากคำแถลงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จึงถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ โดยเฉพาะในงานดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ทั้งจากตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ศอ.บต. เข้ามาควบคุมอยู่ ถือได้ว่าจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ปอ.157 โดยชัดแจ้ง

การจัดชกมวยดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบที่ 3 ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งปุถุชนทั่วไปย่อมรู้ดีว่าการจัดกิจกรรมชุมนุมใดๆที่มีผู้คนไปรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมากย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างมาก ดังนั้นคนที่มีตำแหน่งระดับสูง ยิ่งต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม มิใช่คิดแต่จะใช้อำนาจเส้นสาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนและพวกพ้องโดยไม่เคารพกฎหมาย ที่ต้องใช้บังคับอย่างเท่าเทียมเสมอภาคกันทั่วประเทศ นั่นคือ พรก.ฉุกเฉิน 2548 และ พรบ.โรคติดต่อ 2558 และข้อกำหนดห้ามของ ศบค.

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ทำการไต่สวนและเอาผิดนักการเมือง และข้าราชการระดับสูงทั้งหมดที่ร่วมจัดงานดังกล่าว โดยเฉพาะรัฐมนตรี ส.ส. ผู้ว่าฯ สสจ. และศอ.บต. ฐานทุจริตต่อหน้าที่และเข้าข่ายความผิดจริยธรรมอย่างร้อยแรง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้อง


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน