
25 พ.ค.61 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความ"การดำเนินคดีกับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา" ลงในเฟซบุ๊กกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับพระพุทธะอิสระวานนี้ ว่า "ต้องบอกเสียก่อนในเบื้องต้นว่า ผมไม่ค่อยสบายใจกับ"วิธีการ"ของเจ้าหน้าที่รัฐในการดำเนินคดีกับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระภิกษุจะผิดถูกอย่างไรก็ว่าตามกฎหมายแต่"วิธีการ"และ"ท่าที"ของรัฐที่กระทำต่อพระในพระพุทธศาสนาค่อนข้างบาดใจบุคคลผู้นับถือพระพุทธศาสนา อย่าได้คิดว่าพระเป็นผู้มีรสนิยมทางการเมืองเป็นเหลือง-เป็นแดงจึงกระทำต่อพระอย่างนั้น แต่จงคิดว่าพระเป็นทายาทของพระพุทธองค์ผู้สืบต่อพระพุทธศาสนา ท่าทีของรัฐต่อเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ หากรัฐกำหนดท่าทีไม่ถูกต้องแทนที่จะเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนากลับเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาโดยความเขลาของรัฐเสียเอง
หลายเรื่องพระตกเป็นเหยื่อทางกฎหมายของทางโลก แม้พระจะอยู่ในทางธรรมแต่ท่านก็อยู่ใต้กฎหมายของทางโลก ภายใต้หลักกฎหมายที่ว่า"บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาไม่ได้" เมื่อพระมีนิติสัมพันธ์ทางกฎหมายกับรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐบางครั้งพระก็ตกเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่โดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างกรณีคดี"เงินทอนวัด" การทำคดีของรัฐไปเร็วถึงขนาดถลกจีวรพระจับพระขังคุกแล้ว แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตเงินทอนยังอยู่ดีมีสุขไม่มีใครกล้ำกลายเฉียดคุกแม้แต่คนเดียว นี่เป็นเรื่องที่รัฐต้องตอบคำถามต่อสังคมเหมือนกัน
พระก็เป็นลูกหลานชาวบ้านเหมือนคนทั่วไป บางครั้งเรามองพระสูงส่งเป็น"อริยสงฆ์" แต่พระท่านมิได้เป็นอริยสงฆ์ทุกรูปหรอก ท่านก็เป็นเพียง"สมมติสงฆ์ หรือสมมุติสงฆ์" เมื่อเราเห็นสมมติสงฆ์ประพฤติผิดไปจากที่เราคาดหวังเหมือนที่อริยสงฆ์ปฏิบัติ เราก็อาจพาลกระทำต่อสมมติสงฆ์อย่างขาดเมตตาธรรม ซึ่งผู้ปกครองรัฐควรมีหลักเมตตาธรรมอยู่ในใจ
ผมเคยเป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลศาสนาแม้ไม่ได้กำกับดูแลพระพุทธศาสนาโดยตรง แต่ผมเห็นความแตกต่างระหว่างศาสนิกในการปฏิบัติหลักธรรมในแต่ละศาสนา อาจจำเป็นต้องกล่าวว่าศาสนิกในศาสนาอื่นเขามีความเข้มแข็งในการปฏิบัติหลักธรรมในศาสนามากกว่าชาวพุทธเป็นอย่างมาก จึงเห็นศาสนาอื่นมีความเข้มแข็งมากกว่าพุทธศาสนา ชาวพุทธที่แท้จึงอย่ามอบพุทธศาสนาไว้ในมือของรัฐเลย และอย่าหวังในรัฐดูแลคุ้มครองพระพุทธศาสนาหากแต่จงรับพุทธศาสนาไว้ในมือของท่านและจงปกป้องพุทธศาสนาด้วยสติและปัญญาของท่านเอง"
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |