วิกฤตสภาพภูมิอากาศ โลกร้อนดันอุณหภูมิพุ่ง เอลนีโญรุนแรงรอบ100ปี

ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนในช่วง 5 ปีข้างหน้า โลกมีโอกาสสูงที่อุณหภูมิจะทะลุ 1.5 องศาเซลเซียส และอาจเกิดปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โลกร้อนคุกคามสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวการก่อภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ

 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดเวทีสัมมนาวิชาการครั้งใหญ่ ชูแนวคิด “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” รับมือ 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) และ มลพิษ (Pollution)

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ประสบวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษ ทั้ง 3 วิกฤตเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยตั้งเป้าหมาย Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี ภายในปี 2050 จากเดิมปี 2065 จะต้องมียุทธศาสตร์เพื่อพิชิตเป้าหมาย ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างจัดทำแผน NET ZERO 2050 และแผนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกภาคส่วน ทั้งพลังงาน เกษตร ขนส่ง อุตสากรรม ต้องขับเคลื่อนร่วมกัน ไทยเป็นประเทศเขตร้อนและประเทศเกษตรกรรมจะดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างไร ส่วนมลพิษยังเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่วนเวียนอยู่กับสังคมไทย ไร้ระบบจัดการที่ถูกต้องเป็นปัญหาเก่าที่ยังไม่ก้าวข้าม ล้วนเป็นสัญญาณเตือนวิกฤตธรรมชาติเสื่อมถอย เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทย ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น 1.5 องศา สูญเสียสัตว์ใหญ่ 4% หากเพิ่ม 2 องศา ขยับเป็น 8% แต่ถ้าร้อนเกิน 3 องศา ความสูญเสียพุ่งถึง 41%

จากรายงาน Global Risks Report 2026 ภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงในระยะยาว ปรากฎว่ามี 5 ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่นักธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ ประกอบด้วยสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ,ความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ,ระบบโลกที่เปลี่ยนแปลงไป,ทรัพยากรธรรมชาติ และมลพิษ

หากพูดถึง 16 ปัญหาใหญ่สิ่งแวดล้อมโลก ผอ.TEI ให้ภาพชัดๆ อันดับ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันดับ 2 การเมืองที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เช่นกรณีทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงปารีสส่งผลกระทบมากมายตามมา อันดับ 3 ความหลากหลายทางชีวภาพ  อันดับ 4. มลพิษขยะพลาสติก โดยเฉพาะไมโครพลาสติก  อันดับ 5 การตัดไม้ทำลายป่า อันดับ 6 มลพิษอากาศ  อันดับ 7 ขยะอาหาร (Food Waste ) อันดับ 8. อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย  ส่งผลระดับน้ำทะเลสูงขึ้น อันดับ

 9 ระบบนิเวศทะเลเปลี่ยนแปลง มีสภาพเป็นกรดเพิ่มขึ้น เกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว ทั่วโลกกำลังเผชิญปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรงในรอบ 10 ปี อันดับ 10 การเกษตร อันดับ 11 ความแห้งแล้ง อันดับ 12 ความมั่นคงทางน้ำ อันดับ 13 ขยะแฟชั่น (Fast Fashion) อันดับ 14 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อันดับ 15 ประมง และอันดับ 16 เหมืองแร่

“ โลกมีอยู่ใบเดียว แต่ทุกวันนี้เราใช้โลกไป 1.7 ใบ เกินศักยภาพโลกรองรับ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เราต้องการโลกอีก 2 ใบ เตรียมไว้ให้ลูกหลานในอนาคต  อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ปี 2568 เป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับสองรองจากปี 2567  แม้ว่าทั่วโลกจะตกลงกันควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส คาดการณ์ว่าปี 2569 นี้ จะร้อนกว่า ที่น่ากังวล ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ 10 เหตุการณ์ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด แพงที่สุด  ถือเป็นปีแห่งภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดจะเกิดขึ้น เราถอดบทเรียนและไม่อยากให้เกิดซ้ำ น้ำท่วมเชียงราย ต้นปีภัยแล้งเอลนีโญ เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 หนัก กลางปีเชียงรายฝนถล่ม น้ำป่าหลาก น้ำท่วมเมืองจมบาดาล ยังไม่พูดถึงโลหะหนักสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก กระทบวิถีชีวิต สุขภาพ เศรษฐกิจ “ ดร.วิจารย์ กล่าว

 วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญ ผอ.TEI กล่าวต่อว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวิกฤตที่ไทยต้องรับมือร่วมหาทางรอดจากวิกฤตอย่างยั่งยืน ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 1% ของการปลดปล่อยทั่วโลก  โดยอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลกที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  คาดว่าจะสร้างความสูญเสียสะสมระหว่างปี 2554-2588 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 0.61-2.85 ล้านล้านบาท

ดร.วิจารย์ เน้นย้ำ ปี 2569 เอลนีโญจะรุนแรงสุดในรอบ 100 ปี ต้องติดตามผลกระทบจากภัยแล้ง  พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น และกำลังจะคลอด กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายป้องกันและลดความรุนแรงของปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก สอดคล้องกับข้อตกลงปารีสตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 205 มาตรา แต่มีข้อกังวลและข้อคัดค้าน พ.ร.บ.โลกร้อน ห่วงเรื่องการฟอกเขียว ผ่านกลไกคาร์บอนเครดิต ซึ่งภาครัฐต้องทำความเข้าใจทุกภาคส่วน

 ทั่วโลกเผชิญปัญหาโลกร้อน หลายประเทศฝั่งยุโรปเจออากาศร้อนจัด คลื่นความร้อน ทั้งอังกฤษ สถิติอุณหภูมิสูงสุด 32.5 องศา แต่พฤษภาคมปีนี้ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่แตะ 33-35 องศา  ไม่เฉพาะเสปน อังกฤษ แต่ฝรั่งเศส โปรตุเกส ก็เผชิญคลื่นความร้อนทั้งที่ยังอยู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผลจากกระแสลมนำมวลความร้อนจากแอฟฟริกาตอนเหนือขึ้นมาแรงและเร็ว บวกับมีโดมความร้อนครอบไว้   คลื่นความร้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอาจถึงเสียชีวิต   ส่วนอินเดียเจออุณหภูมิสูง 45องศา ศรีลังกา บังคลาเทศ เวียดนามก็อากาศร้อนจัด ต้องบริหารจัดการพลังงาน นี่เป็นโจทย์ที่ประเทศต่างๆ รวมถึงไทยต้องจัดการ  

ด้าน ปวิช  เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทส. กล่าวว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส มีนัยยะสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและเชื่อมโยงความมั่นคงทางอาหารในอนาคต หากไม่ทำอะไรเลยหรือทำแบบทุกวันนี้  โอกาสที่อุณหภูมิจะเพิ่มถึง 3 องศา สูงถึง 80%   ในเป้าหมายไทยพยายามเป็นประเทศปรับตัวเองให้เป็นตัวอย่าง ทั้งขีดความสามารถของประเทศรวมกับความช่วยเหลือด้านการเงินรวมถึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะบรรลุเป้าหมาย NET ZERO 2050 สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นต้นตอของปัญหาสิ่งแวดล้อม

“ จาก COP30 ประเทศบราซิล ที่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ประชาคมโลกต้องดำเนินงานเพื่อให้เปลี่ยนผ่านจากคำมั่นสัญญาสู่การปฏิบัติจริง  ซึ่งถือว่าครบ 10 ปี ของความตกลงปารีส ต้องเร่งลงมือทำจริง  ทั้งลดก๊าซฯ  การปรับตัว ต่อผลกระทบ  เวทีนี้มีเป้าหมายระดมเงินทุน 1.3 ล้านล้านดอลล่าร์ต่อปี  ภายในปี 2035  เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  มีกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายสร้างกลไกเพื่อให้กองทุนทำงานได้จริง การเปลี่ยนผ่านเชื้อเพลิงฟอสซิล ประเทศไทยยกระดับการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านการจัดส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดฉบับใหม่  หรือ NCD 30 มุ่งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 47  จากระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2010  การเดินทางสู่ COP31 ต้องจับตา ทิศทางการเจรจาเพื่อคงไว้ซึ่งเป้าหมาย 1.5 องศา เดินหน้าวาระเจรจาหลักภายใต้กรอบ UNFCCC   การปรับตัวและความสูญเสีย ความเสียหาย  ตามเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก  ติดตามการดำเนินงานของกองทุน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประเทศกำลังพัฒนา “ ปวิช กล่าว  

ภายในงาน 33 ปี ยังจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทย ระหว่าง มูลนิธิอาคารเขียวไทยกับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ  TEI กลไกสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมพิธีมอบรางวัลและเชิดชูเกียรติภาคีสิ่งแวดล้อม ทั้งการมอบโล่เชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งวัฎจักร รางวัลพลังสื่อขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทยที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนส่งผลงานรายงานพิเศษเกี่ยวข้องกับ 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมข้างต้นเข้าประกวด และมอบรางวัล Green Voice Influencer Award

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69

ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group     ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective”

'นายกแป้น' เผยนายกฯ เมตตาช่วยชาวหาดใหญ่ อนุมัติงบแก้น้ำท่วม ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง

“นายกแป้น” เผย นายกฯ เมตตาชาวหาดใหญ่ สั่งเร่งทำสัญญาโครงการแก้มลิงคลองเรียนภายในเดือนนี้ พร้อมอนุมัติงบรวม 200 ล้าน ทำแก้มลิง 2 จุด หวังชะลอน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง นายกฯ ตั้งใจช่วยคนหาดใหญ่จริงๆ

'สุริยะ' ยันซ่อมคลอง ร.1 เสร็จทันรับฤดูน้ำหลากภาคใต้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามการฟื้นฟูระบบป้องกันและบรรเทาอุทกภัยว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำและผลกระทบต่อประชาชน

'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง 

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ

CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกดกำไรลดเหลือ 326ล้านบาท

CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดรายได้โรงไฟฟ้าNN2-BICลดลง ส่งผลกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกแค่ 326 ล้านบาท พร้องเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ