จริงใจ มาหา...นคร ครั้งที่ 13  ยกของดีชุมชนทั่วไทยมาไว้กลางกรุง

จากสองมือของเกษตรกรและผู้ผลิตในชุมชน สู่ผลิตผลและภูมิปัญญาที่สะท้อนเสน่ห์ของท้องถิ่นไทยจากทุกภูมิภาค เพื่อรวบรวมของดีจากทั่วประเทศมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย เซ็นทรัล รีเทล และเซ็นทรัลพัฒนา ร่วมกับโครงการเซ็นทรัล ทำ โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ได้จัดงาน  “จริงใจ มาหา…นคร” ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิดบ้านถัก เมืองทอ ส่งต่อความสุขและความจริงใจจากชุมชนสู่ผู้บริโภคเมืองใหญ่ ที่สะท้อนสายใยความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและเมือง ผ่านผลผลิตทางการเกษตร อาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดอย่างร่วมสมัย

นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและชุมชนตัวจริงจากทั่วประเทศได้นำทั้งสินค้าและเรื่องราวแห่งความภาคภูมิใจมาพบกับผู้บริโภคโดยตรง ภายในงานรวบรวมสินค้าคุณภาพมากกว่า 1,000 รายการ จาก 127 ร้านค้า 55 ชุมชน ใน 53 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งจากชุมชนต้นแบบในโครงการเซ็นทรัล ทำ ท็อปส์ ท็อปส์ ท้องถิ่น ไทวัสดุ โก โฮลเซลล์ กุ๊ด กุ๊ดส์ และร้านค้าพันธมิตร ประกอบด้วย 6 โซนไฮไลต์ 1.มหานครทอใจ (เซ็นทรัล คอร์ท ชั้น 1) พื้นที่รวมกิจกรรมและสีสันของชุมชน พบเครื่องดื่มพิเศษจาก Good Goods Café สินค้าคาแรกเตอร์ “Mr.Tham” มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน SpicyDisc และบูธจากหน่วยงานพันธมิตร 2.สวนสามฤดู (ลานอีเดน ชั้น 1) รวมผลผลิตตามฤดูกาล สินค้า GI และของอร่อยจากทั่วประเทศที่คัดสรรโดยท็อปส์ ทั้งผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอาหารท้องถิ่นจากชุมชนต้นแบบ

3.ครัวล้อมวง (ลานอีเดน ชั้น 2-3) พื้นที่แห่งรสชาติพื้นถิ่น รวบรวมเมนูดังจากชุมชนทั่วไทย พร้อมครั้งแรกของบูธ “สุราชุมชนไทย” และสินค้าคัดสรรจากโก โฮลเซลล์ และเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) 4.จั่วร้อยรส (ลานบีคอน 2) โซน Grab & Go ที่รวมอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” และสินค้าเอสเอ็มอีจากท็อปส์ ท้องถิ่น สดใหม่ทุกวัน 5.ลานถักร้อย (บีคอน ชั้น 3) แหล่งรวมงานผ้า งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัยจากชุมชนทั่วประเทศ อาทิ ผ้าทอ กระเป๋าจักสาน และงานฝีมือจากวัสดุท้องถิ่น และ6.บ้านทอสุข (บีคอน 4) พื้นที่แห่งการสร้างโอกาสและความเท่าเทียม พบกิจกรรมนวดโดยผู้พิการทางสายตา ผลงานศิลปะจากศิลปินออทิสติก และผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์โดยครอบครัวผู้พิการ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า  นับตั้งแต่กลุ่มเซ็นทรัลเริ่มต้นโครงการด้วยความตั้งใจที่จะร่วมสืบสานพระราชดำริในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ผ่านการลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน และร่วมกันพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้สามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ปีนี้ มีชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยจุดประสงค์งานเพื่อให้ผู้ผลิตจากชุมชนได้มาพบกับผู้บริโภคโดยตรง เกิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้การพัฒนาตลาดร่วมกัน ยังมีชุมชนท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับคนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะสินค้าชุมชนของไทยเป็นภาพสะท้อนของทรัพยากรในท้องถิ่น วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงมีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตามการที่สินค้าชุมชนจะสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดปัจจุบันได้อย่างเข้มแข็ง จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างรอบด้านจากทุกภาคส่วน

ของดีชุมชน

จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้ในปีที่ผ่านมา ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 2,400 ล้านบาท และในปีนี้หวังว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้เติบโตขึ้นอีกอย่างน้อย 15-20% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนไทยที่พัฒนาและเข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนต้นแบบ เยี่ยมชมเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

ด้าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา  กล่าวว่า องค์กรธุรกิจหลายแห่งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในลักษณะของการทำ CSR ทั่วไป แต่เมื่อได้ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มเซ็นทรัลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำงานร่วมกับชุมชน และการสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหลายครั้งผู้คนอาจมองชุมชนในฐานะกลุ่มคนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชุมชนคือ รากแก้ว ที่ค้ำจุนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เปรียบเสมือนต้นไม้ที่แม้ผู้คนจะชื่นชมความสวยงามของดอกและผล แต่สิ่งที่ทำให้ต้นไม้ยืนหยัดได้อย่างแข็งแรงคือรากที่อยู่ใต้ดิน

ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า  เมืองใหญ่หรือมหานครต่าง ๆ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากชุมชนและผู้คนในภูมิภาค อาหารทุกจาน ผลผลิตทุกชิ้น และทรัพยากรต่าง ๆ ที่หล่อเลี้ยงคนเมือง ล้วนมาจากการทำงานของผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ ขณะที่คนเมืองเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้สร้างของเสีย ดังนั้น เมืองและชุมชนจึงเป็นส่วนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก

ผักสดปลอดสารจากชุมชน

“การพัฒนาชุมชนไม่ใช่เพียงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชนบทเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับสังคมโดยรวม เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต และเป็นการวางรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ดังนั้นงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกท่านจะได้เรียนรู้เรื่องราวและวิถีชีวิตของชุมชน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ”  ดร.สุเมธ กล่าว

มะม่วงเบา ของแซ่บภาคใต้

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าชุมชนสามารถร่วมงานจริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 13 ได้ตั้งแต่วันนี้-19 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Central Tham และ Central Group  

อะโวคาโด สวนเทพพนา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานพร้อมลุยขยายช่องทางการตลาด

พลังงานดันเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ และกล้วยม้วน สองสินค้าชุมชนต้นแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน พร้อมดึงเข้าร่วมแคมเปญ "กินพี่ แล้วหมีหนาว" เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าขยายช่องทางการตลาด