
โลกวันนี้กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน การแข่งขันระหว่างประเทศ เทคโนโลยีและ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิต ตลอดจนวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้คลื่นความร้อน ภัยพิบัติ และสภาพอากาศแปรปรวนกลายเป็นความเสี่ยงที่ใกล้ตัวขึ้น ทุกปัจจัยกำลังผลักให้ผู้คนต้องเร่งปรับตัว แข่งขัน และตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ผู้คนอาจถูกผลักให้ต้องให้ความสำคัญกับการเอาตัวรอดของตัวเองก่อน แต่สังคมมนุษย์ดำรงอยู่ได้เพราะเราต่างพึ่งพาและเดินหน้าไปด้วยกัน
เมื่อแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้การทำสิ่งที่ถูกต้อง การเห็นอกเห็นใจ การแบ่งปัน และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น คำถามเหล่านี้ถูกนำมาขยายผ่านเวทีประชุมวิชาการประจำปี 2569 “THE MORAL SURVIVAL: นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งชวนสำรวจแรงกดดัน 3 ด้าน ทั้งโลก ธรรมชาติ และความสัมพันธ์ เพื่อสะท้อนบทบาทของคุณธรรมในวันที่สังคมถูกผลักเข้าสู่ภาวะ Survival Mode และการอยู่รอดของคนหนึ่งคนอาจเชื่อมโยงกับการอยู่รอดของคนรอบข้างและสังคมโดยรวม

จากผลสำรวจสถานการณ์คุณธรรมและทุนชีวิต ปี 2569 โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พบว่า คนไทยมีคะแนนคุณธรรมเฉลี่ย 4.63 จาก 6 คะแนน อยู่ในระดับพอใช้ ขณะที่ทุนชีวิตอยู่ที่ 80.5% ในระดับดีมาก โดยกตัญญู มีคะแนนสูงสุด 5.09 คะแนน ส่วนพอเพียง 4.39 คะแนน และสุจริต 4.42 คะแนน เป็นด้านที่มีคะแนนต่ำที่สุด ขณะที่ทุนชีวิต 5 พลัง พบว่าพลังครอบครัว สูงสุด 84.8% และ “พลังชุมชน” ต่ำสุด 74.9%
ประเด็นที่น่าจับตาคือ กลุ่มวัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุ 25–40 ปี มีคะแนนคุณธรรมต่ำที่สุดที่ 4.39 คะแนน แม้ทุนชีวิตยังอยู่ในระดับดีมากที่ 81.7% ผลการศึกษาเชิงคุณภาพสะท้อนว่า กลุ่มวัยนี้ต้องรับแรงกดดันจากเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ การทำงาน และภาระชีวิต ขณะเดียวกันคุณธรรมของคนไทยไม่ได้หายไป แต่กำลังปรับรูปแบบตามสังคมยุคดิจิทัล ทั้งการใช้ AI ข่าวปลอม การพนันออนไลน์ ลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี

การสำรวจใช้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 39,490 ราย ใน 6 ภูมิภาค และการศึกษาเชิงคุณภาพ 180 กรณีศึกษา พบว่ากตัญญู อาจแสดงออกผ่านการใช้เทคโนโลยีดูแลครอบครัว หรือ Digital Empathy ขณะที่จิตสาธารณะขยายไปสู่การระดมทุนออนไลน์และการแบ่งปันข้อมูล ส่วนความสุจริตครอบคลุมถึงการเคารพลิขสิทธิ์และการให้เครดิตแหล่งที่มา โดยศูนย์คุณธรรมเสนอให้ส่งเสริมคุณธรรมควบคู่กับการลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อและ AI และฟื้นพลังชุมชน

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาดี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวในหัวข้อ คุณธรรมไทยในโลกที่บีบคั้นให้ต้องรอด ว่า คุณธรรมถูกมองผ่านพฤติกรรม สามารถวัดได้จากสิ่งที่คนปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อเผชิญสิ่งยั่วยวน ปัญหา ความกดดัน หรือวิกฤต เพราะสถานการณ์เหล่านี้เป็นช่วงที่เห็นได้ชัดว่าคนยังยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องมากน้อยเพียงใด การพัฒนาดัชนีคุณธรรม จึงมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนภาพรวมพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคนไทย ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยหรือเปรียบเทียบว่าบุคคลใดมีคุณธรรมมากหรือน้อย โดยเริ่มเก็บข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ความพอเพียง วินัยและความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต จิตอาสาและการมีน้ำใจ และความกตัญญู

ในการสำรวจที่แบ่งประชากรเป็น 3 ช่วงวัย รศ.นพ.สุริยเดว อธิบายว่า เพื่อให้เห็นความแตกต่างของระบบนิเวศชีวิตและบทบาททางสังคมของแต่ละวัย โดยวัย 13–25 ปีอยู่ในช่วงเรียนรู้จากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และเพื่อน ขณะที่วัย 25–40 ปีเป็นช่วงสร้างครอบครัว ทำงาน และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นกลุ่มสำคัญในการส่งต่อพฤติกรรมให้คนรุ่นต่อไป ส่วนวัย 40 ปีขึ้นไปมีประสบการณ์ชีวิตและบทบาทดูแลครอบครัว ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ วินัยและความรับผิดชอบในวัย 25–40 ปี ความซื่อสัตย์สุจริตในวัยผู้ใหญ่ รวมถึงความพอเพียงและจิตสาธารณะที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของแต่ละรุ่น ขณะที่ความกตัญญูยังเป็นคุณค่าที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง
“เครื่องมือวัดทุนชีวิต ซึ่งไม่ได้เน้นพฤติกรรมโดยตรง แต่สะท้อนความรู้สึกและสำนึกที่บุคคลมีต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียนหรือองค์กร ชุมชน และสังคม จึงเป็นการมองคนอีกด้านหนึ่ง และผลของทั้งสองเครื่องมือไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน การสำรวจดำเนินทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ครอบคลุม 6 ภูมิภาคและหลากหลายอาชีพ พร้อมการสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อดูว่าประสบการณ์จริง เช่น ภัยพิบัติ เหตุการณ์ทางสังคม การเมือง หรือสถานการณ์ความขัดแย้ง มีผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมอย่างไร โดยปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 5 มีการเก็บข้อมูลเกือบ 40,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวถึงข้อมูลที่เก็บต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ทำให้เห็นว่าคุณธรรมไม่ได้หายไปจากสังคม แต่กำลังเปลี่ยนรูปไปตามเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตดิจิทัล เช่น ความกตัญญูอาจแสดงผ่านการสื่อสารและการดูแลกันบนโลกออนไลน์ ขณะที่จิตอาสาอาจเกิดผ่านการแบ่งปันข้อมูลหรือการรวมกลุ่มบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่วนความซื่อสัตย์ครอบคลุมถึงการเคารพลิขสิทธิ์ การให้เครดิตแหล่งข้อมูล การไม่คัดลอกผลงาน และการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ขณะเดียวกัน วิกฤตต่าง ๆ ยังเป็นบททดสอบสำคัญที่ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้ใหญ่สอนกับสิ่งที่เด็กพบเห็นจริง จึงสะท้อนว่าการสร้างคุณธรรมไม่ควรหยุดอยู่ที่การสอน แต่ต้องเริ่มจากพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม เพื่อให้คุณธรรมเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

ด้านวิกฤตภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเอาตัวรอด สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand (CFNT) กล่าวว่า จริยธรรมสิ่งแวดล้อมมองว่ามนุษย์มีหน้าที่ดูแลและรักษาธรรมชาติ แต่เหตุผลในการดูแลมีหลายระดับ ตั้งแต่การมองว่าต้องรักษาธรรมชาติเพราะหากทำลายก็จะส่งผลย้อนกลับมาหามนุษย์ ทั้งเรื่องทรัพยากร สุขภาพ และคุณภาพชีวิต ไปจนถึงการให้คุณค่ากับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งสัตว์และพืช โดยเห็นว่าควรได้รับการดำรงอยู่เช่นกัน และขยายไปสู่การมองธรรมชาติเป็นระบบที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด แนวคิดเหล่านี้ยังนำไปสู่การพูดถึง “สิทธิของธรรมชาติ” ในบางประเทศที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองธรรมชาติในทางกฎหมาย
“ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถพึ่งพาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมว่าใครเป็นผู้สร้างผลกระทบและใครต้องรับผลกระทบ โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่อาจกระทบต่ออาชีพและรายได้ของคนบางกลุ่ม ส่วนภาคธุรกิจ แม้ ESG จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่การทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพียงบางเรื่องไม่เพียงพอ ต้องดูผลกระทบจากการดำเนินงานทั้งหมดและมีระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ดังนั้น การดูแลสิ่งแวดล้อมจึงต้องอาศัยทั้งความร่วมมือของประชาชน ธุรกิจ และกฎหมายที่สร้างกติกาให้ทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม” สฤณี กล่าว

ชณัฐ วุฒิวิกัยการ คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในวันเดียว แต่ต้องค่อย ๆ สร้างให้เป็นวัฒนธรรมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หัวใจสำคัญคือการรู้จักยับยั้งชั่งใจและไม่คิดถึงเพียงประโยชน์ของตัวเอง แต่ต้องคำนึงถึงผู้อื่น ชุมชน และธรรมชาติ เช่น ก่อนทิ้งขยะควรคิดถึงการคัดแยกและผลที่จะเกิดขึ้นตามมา หรือก่อนตัดสินใจทำกิจการใดควรพิจารณาว่าจะส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างหรือไม่ คุณธรรมจึงเริ่มต้นจากการรู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ และคิดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่น
ชณัฐ กล่าวต่อว่า คุณธรรมด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นหน้าที่ของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ชุมชน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพราะบางปัญหาไม่สามารถแก้ได้ด้วยการบอกให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม หากระบบยังไม่เอื้อให้ทำได้จริง เช่น การแยกขยะที่ไม่มีระบบรองรับ หรือสินค้าที่ถูกออกแบบให้รีไซเคิลได้ยาก ดังนั้น คุณธรรมต้องเดินควบคู่กับกฎหมายและระบบที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบ และทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สฤณี' จี้พรรคส้มยกเครื่องกระบวนการคัดตัวผู้สมัคร เจอเทาเข้าไปสองคนแล้ว
น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า อยากเสนอว่า นอกจากกระบวนการคัดตัวผู้สมัครในอนาคตต้องดีกว่านี้แล้ว พรรคประชาชนควรกำหนดให้ผู้สมัครทุกคนต้องทำสัญญากับพรรค รับรองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับธุรกิจผิดกฎหมาย และถ้าพรรคเจอว่าคำรับรองนี้ไม่จริง ผู้สมัครต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ไปในการหาเสียงเลือกตั้ง ให้กับพรรคค่ะ
ที่ปรึกษาโรม ชี้นับหนึ่งล้างสแกมเมอร์ข้ามชาติ กังขาไม่ออกหมายจับ-กลต.ไม่ขยับ
น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ(นายรังสิมันต์ โรม) โพสตเฟซบุ๊กว่าหลังจากที่ ปปง. แถลงข่าวเรื่องอายัดทรัพย์
ศาลปกครองกลาง ยกฟ้อง 'กองทัพบก' ทำไอโอละเมิด 'สฤณี-ยิ่งชีพ-วิญญู'
ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาขน (ไอลอว์) และ นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรชื่อดัง ร่วมกันฟ้องว่า กองทัพบก (ทบ.)
'วรภัค' เปิดบ้าน! ท้าสฤณีโชว์หลักฐานต่อหน้า
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ศูนย์คุณธรรมฯ เตรียมประกาศผล THAILAND MORAL AWARDS 2024 ต้นแบบความดีของประเทศไทยแห่งปี 2567
ศูนย์คุณธรรม เตรียมเผยรายชื่อผู้ชนะ “THAILAND MORAL AWARDS 2024” ครั้งที่ 5 เพื่อประกาศ ยกย่อง และเชิดชู สื่อ บุคคล ชุมชนและองค์กร

