
ในยุคที่สังคมไทยเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายรอบด้าน การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมด้วยพลังแห่งคุณธรรมและความดีจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และ 25 จังหวัดภาคกลาง จัดงาน “สมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมภาคกลาง” ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” มีนิทรรศการขององค์กรเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดระยอง ในรูปแบบตลาดนัดคุณธรรม ชม แชร์ เชียร์ จำนวนกว่า 40 บูธ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอผลสำเร็จด้านการส่งเสริมคุณธรรม และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยตั้งแต่ปี 2548 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนกระบวนการสมัชชาคุณธรรมในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ จนเกิดการประกาศเจตนารมณ์และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมที่นำไปสู่การปฏิบัติและการผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะในหลายประเด็นสำคัญ ขณะที่ “สมัชชาคุณธรรม” และ “ตลาดนัดคุณธรรม” ได้พัฒนาเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายคุณธรรมของทุกภาคส่วน และเป็นพื้นที่นำเสนอรูปธรรมความสำเร็จขององค์กรและชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าพลังแห่งความดีสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย ภายใต้แนวคิด 5C + 1C ประกอบด้วย Content การพัฒนาเนื้อหาสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย Connection การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ Community การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน Climate การคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน Care การอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม และ Core Value การปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามและสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม
“ ประเด็นด้าน Core Value มีความเชื่อมโยงกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งต้องอาศัยจิตสำนึกด้านคุณธรรมของประชาชน ทั้งการประพฤติปฏิบัติตนด้วยความสุจริต การให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม และการร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมของรัฐบาล กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานหลัก ยังคงให้ความสำคัญกับคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566–2570 พร้อมเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 พ.ศ. 2571–2575 เพื่อเป็นกรอบการขับเคลื่อนคุณธรรมของประเทศในระยะต่อไป” รมว.วธ. กล่าว

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทยในปัจจุบันได้ก้าวข้ามจากการเป็นเรื่องนามธรรมไปสู่การเป็นสิ่งที่สัมผัส จับต้อง และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเกิดจากพลังความดีที่ประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างขึ้น ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จึงทำหน้าที่รวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้จากปรากฏการณ์ความดีทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบการขับเคลื่อนคุณธรรมที่มีประสิทธิภาพและขยายผลได้อย่างกว้างขวาง
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกลไกขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และวัฒนธรรมจังหวัดเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานและองค์กรในพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม การจัดงานสมัชชาคุณธรรมในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ จึงเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์คุณธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ คนดีและองค์กรดี ได้พบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน ภายใต้แนวคิด “ชม แชร์ เชียร์” สร้างแรงบันดาลใจและขยายผลการทำความดีจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศ
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวถึงบทบาทของ ศูนย์คุณธรรมได้ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและภาคีเครือข่ายกว่า 25 จังหวัด ขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ ก่อนต่อยอดสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อนมติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ผ่านกลไกเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณธรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมระดับจังหวัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมของสังคมไทย 2.การเสริมสร้างทุนชีวิตแก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว รวมถึงยกระดับศักยภาพเครือข่ายพี่เลี้ยงครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศคุณธรรมที่เข้มแข็ง และ3.การพัฒนาระบบเครดิตความดี (Moral Credit) ให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการทำความดีในทุกรูปแบบผ่านกระบวนการสมัชชาคุณธรรม
“การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม เพิ่มขึ้นใน 5 ด้าน ได้แก่ ความพอเพียง วินัย ความสุจริต จิตอาสา และความกตัญญู เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืนในอนาคต และยังได้พัฒนาเครื่องมือวัดพฤติกรรมด้านคุณธรรมของคนไทย เพื่อนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและออกแบบมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรวบรวมเรื่องราวความดีและต้นแบบแห่งความสำเร็จจากทั่วประเทศ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายผู้ขับเคลื่อนคุณธรรมให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมของภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง ศูนย์คุณธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จะรวบรวมและเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และยกระดับเป็นวาระด้านคุณธรรมของชาติต่อไป

หนึ่งในองค์กรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการสร้างพลังชุมชน อย่าง วิสาหกิจชุมชนบ้านเอื้ออาทร (วังหว้า) จังหวัดระยอง สุรัตน์ รุ่งเรือง ประธานวิสาหกิจชุมชน กล่าวว่า โครงการรีไซเคิลขยะเป็นพวงกุญแจและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เริ่มต้นจากปัญหาขยะล้นชุมชนเมื่อกว่า 12 ปีก่อน ในพื้นที่บ้านเอื้ออาทรกว่า 500 หลังคาเรือน จึงเกิดการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อจัดการปัญหาด้วยการเรียนรู้การคัดแยกขยะจากเทศบาล จนสามารถพัฒนาสู่การเป็นชุมชนปลอดถังขยะ ได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี
สุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากนั้น ชุมชนได้จัดตั้งธนาคารขยะและระบบคัดแยกขยะแบบครบวงจร นำขยะอินทรีย์ไปผลิตปุ๋ย และต่อยอดขยะรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เช่น พวงกุญแจ กระเป๋า และของใช้ต่าง ๆ สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชน จนกลายเป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการขยะและแหล่งศึกษาดูงานของหลายหน่วยงานปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนบ้านเอื้ออาทร (วังหว้า) ยังคงขับเคลื่อนงานด้านการคัดแยกและรีไซเคิลขยะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้และต้นแบบการจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่เกิน ส.ค.นี้ ชง ครม.โยกท่องเที่ยวไปรวม ก.วัฒนธรรม
'ปกรณ์' เผย 'ก.พ.ร.' ส่งร่างกฎหมาย แยกท่องเที่ยวพ้นงานกีฬาไปรวมวัฒนธรรมแล้ว คาดชง ครม.ไม่เกิน ส.ค.พร้อมประกาศใช้ในปีนี้
‘ซาบีดา’ เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง 1 ปรึกษา 1 เลขาฯ
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงวัฒนธรรม ที่ ๑๐๑/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
วธ. เตรียมพร้อมจัดสร้างพระเมรุ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' อย่างสมพระเกียรติ
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินการเตรียมการและจัดสร้างพระเมรุอย่างสมพระเกียรติ โดยศึกษาพระประวัติและพระกรณียกิจอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งขอรับพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษา และประสานงานกับสำนักพระราชวังอย่างใกล้ชิด โดยได้มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ.

