เปิดเบื้องหลังเทวดายืนพระเมรุมาศ แรงบันดาลใจลายเส้นฝีพระหัตถ์'สมเด็จครู'

ศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ล้วนต้องอาศัยความชำนาญ ความประณีต และความใส่ใจของช่างฝีมือในทุกขั้นตอน  ประติมากรรมเทวดาประกอบพระเมรุมาศเป็นหนึ่งในงานที่ต้องผ่านกระบวนการปั้นด้วยความชำนาญ เพื่อให้ได้รูปทรงเทวดาที่สง่างาม  ผสานกับการเขียนสีลวดลายให้วิจิตรงดงาม โดยประติมากรรมรูปเทวดายืนจะจัดสร้าง12  องค์ ตั้งประดับบริเวณชาลาชั้นที่ 2  นอกจากนี้ จะมีเทวดานั่ง ดำเนินการสร้างโดยกลุ่มประติมากรรม และกลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร  เพื่อถวายพระเกียรติยศและส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ล่าสุด กรมศิลปากร ชวนเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังงานช่างฝีมือผ่านกระบวนการปั้น เขียนสีเทวดาประกอบพระเมรุมาศ งานศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความวิจิตรบรรจง ภูมิปัญญา และทักษะการทำงานของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ตั้งแต่กระบวนการปั้น การตกแต่งลวดลาย ไปจนถึงการเขียนสีและสร้างสรรค์รูปเทวดา เพื่อประกอบพระเมรุมาศสมเด็จพระพันปีหลวง  โดยเปิดมุมมอง คุณค่าของงานช่างศิลปกรรมไทย และความคืบหน้าในการสร้างสรรค์เทวดายืนจากผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน ปั้น เขียนสีเทวดา ประกอบพระเมรุมาศ  รวมรวมวิทยากรมากฝีมือ ประกอบด้วย นายภราดร เชิดชู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประติมากรรม นายจักรพันธ์ หิรัญสาลี จิตรกร ชำนาญการพิเศษ และนายพุฒิพงษ์ เจริญสุขใส นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน จากสำนักช่างสิบหมู่ ดำเนินรายการโดยนายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

นายภราดร เชิดชู กล่าวว่า รูปประติมากรรมเทวดายืนประดับพระเมรุมาศใช้องค์ความรู้และภาพฝีพระหัตถ์ลายเส้นเทวดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือที่เหล่าศิลปิน เรียกว่า “สมเด็จครู”  ทรงออกแบบภาพเทวดาในลักษณะกายวิภาคแบบตะวันตก สัดส่วนโครงสร้างมนุษย์เหมือนจริง  แต่ความพิเศษของสมเด็จครูสามารถปรุงเส้น เขียนแบบให้มีความเป็นไทยร่วมสมัย  สะท้อนองค์ความรู้และพระอัจฉริยะภาพผสานผสานตะวันตกและตะวันออก ซึ่งนำมาเป็นแนวทางทำงานออกแบบและสร้างสรรค์เทวดายืนและเทวดานั่ง  ซึ่งกลุ่มประติมากรรมใช้แนวทางนี้มาตั้งแต่การจัดสร้างเทวดาประกอบพระเมรุมาศในหลวง รัชกาลที่ 9  ก่อนจะต่อยอดสู่เทวดายืนพระเมรุมาศสมเด็จพระพันปีหลวง

“ รูปแบบของประติมากรรมรูปเทวดายืนมีความงามของศิลปะไทยประเพณีผสานความงามของสัดส่วนร่างกายมนุษย์ที่ลดทอนความเสมือนจริง มีความนุ่มนวลให้ความงามแบบอุดมคติ อริยาบทในท่ายืนสองมือกำประคองฉัตร จากแบบร่างนำมาสู่ขั้นตอนการปั้นขยาย ขึ้นหุ่นด้วยดินเหนียวจากแหล่งดินเหนียวปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่มีคุณสมบัติดี และหล่อรูปด้วยไฟเบอร์กลาส ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเขียนสีประดับลาย “ นายภราดร กล่าว

ส่วนกระบวนการปั้นเทวดา นายพุฒิพงษ์ เจริญสุขใส  กล่าวว่า กระบวนการทำงานประติมากรและนายช่างทำงานร่วมกัน โดยประติมากร ซึ่งภราดร เชิดชู  สเก็ตซ์ร่างเทวดาเท่าขนาดจริงบนกระดานด้วยสีชอลก์ จากนั้น อาจารย์ยักษ์ สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร  ศิลปินแห่งชาติ มาปรุงเรื่องเครื่องทรง ศิราภรณ์ของเทวดานั่งและยืน ในฐานะผู้ออกแบบ เพื่อให้ช่างฝีมือนำโครงเหล็กมาดัดเท่ากับตัวจริง ก่อนขึ้นหุ่นบนแกนเหล็กด้วยดินเหนียว เน้นสัดส่วนร่างกายมนุษย์ให้ถูกต้อง จากนั้นหาเส้นสายความเป็นไทยตามแนวทางสมเด็จครูที่กำหนด โดยช่างฝีมือรุ่นใหม่ร่วมทำงานด้วย ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ภารดร เมื่อหุ่นดินเหนียวเสร็จแล้ว นายช่างศิลปกรรมไทยเริ่มลงรายละเอียดงานปั้น ลงลวดลายดอกไม้ที่มีความคมชัด งานมีรายละเอียดมาก ทุกขั้นตอนต้องดูแลเอาใจใส่ไม่ให้ดินเหนียวแห้ง แตก ช่างคอยรักษาความชุ่มช้นของดินเหนียวตลอดมา  และหล่อรูปด้วยไฟเบอร์กลาส  

“ พระเมรุมาศที่จัดสร้างเป็นของเจ้านายฝ่ายหญิงพระองค์สำคัญ ซึ่งอาจารย์สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร  นำต้นฉบับภาพลายเส้นเครื่องดอกไม้ของสมเด็จครู  ชื่อภาพ”อรุณเทพบุตร”  มาเป็นต้นแบบรังสรรค์เครื่องศิราภรณ์เทวดานั่งและเทวดายืน  ซึ่งการทำงานจริงมีเพิ่ม ลด เพื่อให้งานสมบูรณ์สมพระเกียรติที่สุด   ช่างปั้นองค์กับช่างปั้นลวดลายทำงานร่วมกันผสานเป็นหนึ่งเดียวจนสำเร็จ ซึ่งการปั้นเทวดานั่งเชิญบังแทรกใส่เครื่องศิราภรณ์ยอดน้ำเต้า ทรงเครื่องดอกไม้วิจิตรงดงาม ด้านหบังเทวดานั่งประดับลวดลายเครื่องดอกไม้ ถือเป็นประติมากรรมลอยตัวที่มีความพิเศษพระเมรุมาศครั้งนี้ “ นายพุฒิพงษ์ กล่าว

ด้วยเวลาที่มีกระชั้น นายช่างศิลปกรรมระบุต้องบริหารเวลา และจัดสร้างจำนวนมาก  เทวดายืนทำหุ่นด้วยปูนปลาสเตอร์ ใช้ลวดลายแนวเดียวกันกับเทวดานั่ง นำพาลวดลายเดิมมาแต่ง ด้วยการกดขี้ผึ้งและติดลงบนหุ่นแทน ย่นเวลา ซึ่งเครื่องทรงมีความพิเศษ ทรงเครื่องศิราภรณ์ยอดชัยห้ายอด แนวคิดปรับจากจากพระปัญจสิงขร เทวดาคนธรรพ์ในป่าหิมพานต์   ภาพรวมกลุ่มงานต่างๆ ทำงานร่วมกัน รวมถึงเด็กรุ่นใหม่ จิตอาสา  ร่วมทำงานกับครูผู้ใหญ่ เห็นแนวทางการสร้างสรรค์ จะส่งต่อองค์ความรู้ให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่ ที่จะเติบโตขึ้นเป็นหน่อเนื้อ ช่วยยกระดับงานศิลปกรรมของประเทศไทย งานพระเมรุมาศเป็นงานรวมช่างฝีมือชั้นสูง ช่างปั้น ช่างเขียน ช่างแกะสลัก ทุกแขนง ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมสมเด็จพระพันปีหลวง

ส่วนเบื้องหลังเขียนสีเทวดาประกอบพระเมรุมาศ นายจักรพันธ์ หิรัญสาลี กล่าวว่า จิตรกรรมไม่ใช่เพียงเขียนลวดลายให้สวยอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เพื่อให้องค์เทวดาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น ยึดหลักคำนึงถึงองค์รวม จิตรกรรมต้องเข้ากับสถาปัตยกรรม สภาพแวดล้อม มีรูปแบบและสีสันไม่หลุดจากศิลปกรรมอื่นๆ พื้นที่เขียนลายเป็นใบหน้า ผ้านุ่ง พระภูษา จูงกระเบน เครื่องทรง เราออกแบบกำหนดสัดส่วนลวดลายให้เข้ากับพื้นที่  ต้นแบบจากจิตรกรรมโบราณ ผ้าลายอย่าง และแม่ลายโบราณ อาทิ กระจัง พุ่มข้าวบิณฑ์ ฯลฯ  ระบบลายก็สำคัญ เพราะต้องวางบนพื้นที่สามมิติ จะวางสลับกัน หรือขนานกันเป็นตาข่าย   เรื่องคู่สีก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้สายตามีความเคลื่อนไหว   สีจะส่งผลให้เครื่องทอง เครื่องทรงดอกไม้ดูมีชีวิตชีวา ทำงานให้สามารถมองระยะไกล เส้นสีไม่หาย เฉดสีไม่หาย ขณะเดียวกันเมื่อพินิจใกล้มีความวิจิตรงดงาม

“ ใบหน้าเทวดาเขียนสีแบบหน้าโขนพระและรูปเทวดาอย่างงานจิตรกรรมไทย  เน้นเส้นที่ประติมากทำไว้ ลงสีผิวด้วยสีอ่อนนวล ให้สัมผัสดูผุดผ่องละมุนตา เครื่องทรงลวดลายดอกไม้สีอ่อนเช่น ชมพู ม่วง ประกายทอง ส่วนผ้าภูษาเขียนลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้พระราชทานนาม “ควีนสิริกิตติ์”  “ นายจักรพันธ์ กล่าวงานเขียนสีจิตรกรรังสรรค์ด้วยความประณีต

เพิ่มเพื่อน