
‘จุรินทร์’ สั่งด่วนจ่ายส่วนต่างให้ชาวนา ‘มัลลิกา’ เผย ธ.ก.ส.เตรียมโอนงวดแรก 9 พ.ย.นี้ หลังรายงาน ครม.เรื่องงบประมาณแล้ว
5 พ.ย.2564 – นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาราคาข้าวอย่างใกล้ชิด และหลังการรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ไปแล้ว นายจุรินทร์ได้ติดตามกระบวนการทำงานของระบบราชการเกี่ยวกับเงินงวดแรกของโครงการประกันรายได้เกษตรกร ในสถานการณ์ราคาข้าวปัจจุบัน โดยนายจุรินทร์ได้รับรายงานจากกรมการค้าภายใน
โดยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ระบุว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และเพื่อให้การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 ตามนโยบายที่ประกาศต่อรัฐสภาซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น
คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีมติ ในคราวประชุม ครั้งที่ 23/2564 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 หรือ งวดที่ 1 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ณ ความชื้นไม่เกิน 15 % ดังนี้
ข้าวเปลือกหอมมะลิ 10,864.23 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 4,135.77 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 10,407.75 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 3,595.25 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 9,947.87 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 1,052.13 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า 8,065.38 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 1,934.62 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 7,662.53 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 4,337.47 บาท
สำหรับการโอนเงินส่วนต่างงวดแรกตามโครงการประกันรายได้ปี 2564/65 กลไกต่อไป จะเป็นงานในหน้าที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่าง ซึ่งตามกฏหมายต้องจ่ายภายในสามวันหลังอนุกรรมการประกาศราคาอ้างอิง ซึ่งก็ประกาศวันที่ 4 พฤศจิกายน เพราะมีข้อทางเทคนิคที่ต้องรายงาน ครม. ได้รับทราบผลการหารือเกี่ยวกับอัตราต้นทุนเงินของ ธ.ก.ส. ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และ ธ.ก.ส. ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ซึ่งกรมการค้าภายในได้จัดให้ทำการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 และจะได้นำเสนอในการประชุม ครม. เพื่อรับทราบแล้ววานนี้ตามที่กล่าว
“เมื่อประกาศลงวันที่ 4 พฤศจิกายน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ธนาคาร ธ.ก.ส.ดำเนินการระบบการโอนเงินด้วย วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 5 แล้วติดเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้นจึงตรวจสอบเบื้องต้นจาก ธ.ก.ส.เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวนาได้สบายใจทางธนาคารแจ้งว่า จะสามารถโอนได้วันที่ 9 พ.ย.2564 นี้ ซึ่งก็ไม่เกินจากวันที่ประกาศกำหนดไว้ ด้วยความห่วงใยจากรัฐบาล และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์” นางมัลลิกา ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์ลุยตรวจบัญชีม้าพุ่งเป้า 12 จังหวัด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุย สกัดบัญชีม้าเดินหน้าตรวจ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติมาร่วมลงทุน พุ่งเป้า 12 จังหวัด โชว์ผลงานล่าสุด ส่ง ปปง.ตรวจเส้นทางเงิน 357 ราย ส่งกรมสรรพากร 3,634 ราย และส่ง บก.ปอศ. 11 รายฟันผิดนอมินี
‘จุรินทร์’ อ้อนชาวลาดพร้าว-บึงกุ่ม ฝากหลานก๊อดเบอร์ 8 ไว้รับใช้สักคน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส. บัญชีราย เบอร์ 27 ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือ หลานก๊อด
พาณิชย์ตรวจเข้มร้านทองทั่วไทยรับมือราคาทองผันผวน
DIT ลุยตรวจเข้มร้านทองทั่วไทย รับมือราคาทองผันผวน ย้ำเครื่องชั่งต้องมาตรฐาน ป้ายราคาต้องชัดเจน ป้องสิทธิผู้บริโภค
'จุรินทร์' พบกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรภาคกลาง 'ปธ.เครือข่าย' ลั่นเลือก ปชป. 100%
'จุรินทร์' นำทัพประชาธิปัตย์ เดินสายพบกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรภาคกลาง 'ประธานเครือข่าย' ลั่นเลือก ปชป. 100%
ปี2568ทุบสถิติ ส่งออก-นำ เข้า พาเหรด‘นิวไฮ’
ส่งออกเดือนสุดท้ายปี 68 มูลค่า 28,928.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 16.8% ขยายตัว 18 เดือนติด รวมทั้งปีเพิ่ม 12.9% สูงสุดรอบ 4 ปี และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนนำเข้า 344,943 ล้านดอลลาร์

