
6 พ.ย.2564- นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2564 มีรายได้ทั้งสิ้น 17,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ทั้งสิ้น 16,601 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น แม้ว่าโรงไฟฟ้าโกลว์ พลังงาน ระยะที่ 5 หยุดเดินเครื่องนอกแผนงาน ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่การหยุดเดินเครื่องดังกล่าวไม่กระทบต่อการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมของบริษัทฯ เนื่องจากสามารถส่งมอบไฟฟ้าผ่านระบบโครงข่ายของกลุ่มบริษัท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 มีรายได้ลดลงเล็กน้อย 1% ขณะที่กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในไตรมาส 3/2564 มีทั้งสิ้น 1,875 ล้านบาท ลดลง 699 ล้านบาท หรือลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 427 ล้านบาท หรือลดลง 19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 สาเหตุมาจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามกลไกราคาตลาดโลก
นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ในส่วนกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันได้มีการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงาน จำนวน 28 วัน โดยปัจจุบันสามารถกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติแล้ว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีการรับรู้มูลค่า synergy ร่วมกับ GLOW จากการควบรวมกิจการสุทธิหลังภาษี จำนวน 432 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการผลิตและใช้โครงการข่ายไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน รวมถึงการบริหารเชิงพาณิชย์ด้านต้นทุน การผลิตและการขยายฐานลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีส่วนการบริหารด้านการจัดซื้อและงานซ่อมบำรุงรักษาร่วมกัน นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับ GPSC อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2564) ของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานทั้งสิ้น 52,855 ล้านบาท ใกล้เคียงกับรายได้ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ทั้งสิ้น 53,047 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 6,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,050 ล้านบาท
แม้ว่าปี 2564 ประเทศไทยยังคงเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังรักษาและพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้วยมาตรการเข้มข้นสูงสุดในการป้องกันและการบริหารจัดการ ผ่านศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส (GPSC G-COVID Center) และกำหนดพื้นที่ควบคุมพิเศษ พร้อมตั้งทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจของแต่ละโรงไฟฟ้า ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ปฏิบัติการอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การดำเนินการผลิตไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูโภคของบริษัทเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและความมั่นคง ซึ่งสามารถรองรับกับความต้องการใช้พลังงานของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
“การเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวของไทยและเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับภาคการผลิตจะเร่งส่งมอบสินค้าเพื่อรองรับช่วงเทศกาลในปลายปี มีแนวโน้มที่ความต้องการไฟฟ้าและไอน้ำจะสูงขึ้นในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามต้นทุนด้านพลังงานที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นประกอบด้วย” นายวรวัฒน์กล่าว
ทั้งนี้ในระยะยาว บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สอดรับกับแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดในการลดภาวะโลกร้อน โดย GPSC มีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืน 1 ใน 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีสัดส่วนของพลังงานสะอาดมากกว่า 50% ผ่าน 4 กลยุทธ์หลักหรือ 4S ประกอบด้วย S1: Strengthen and Expand the Core S2: Scale–up Green Energy S3: S-Curve & Batteries และ S4: Shift to Customer–centric Solutions
โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ลงนามในความร่วมมือกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด (CHPP) บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) (TGO) และบริษัท นีโอคลีน เอ็นเนอยี่ จำกัด (NEO) เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ Solar Orchestra ที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุน Solar Rooftop และขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือโครงการ T-VER และการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ ที่เรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ โดยตั้งเป้าหมายการติดตั้ง Solar Rooftop กว่า 100 เมกกะวัตต์ ในรูปแบบของสัญญาผู้รับเหมาออกแบบและก่อสร้าง (EPC) ให้แก่ลูกค้า ภายในสิ้นปี 2565
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
GPSC โชว์ฟอร์มแกร่ง กวาดกำไร 9 เดือนแรกทะลุ 5,130 ล้านบาท
GPSC โชว์ฟอร์มแกร่ง กวาดกำไร 9 เดือนแรกทะลุ 5,130 ล้านบาท พุ่งทะยานเติบโต พร้อมรุกลงทุนรับ PDP ฉบับใหม่ ต่อยอดโอกาสเติบโตระยะยาว
GPSC ผงาดคว้า Best IR เวที SET Awards 2026 กลุ่มมาร์เก็ตแคปแสนล้าน
GPSC ผงาดคว้า Best IR เวที SET Awards 2026 กลุ่มมาร์เก็ตแคปแสนล้าน การันตีความเป็นเลิศด้านนักลงทุนสัมพันธ์ หนุนความเชื่อมั่น สร้างมูลค่าธุรกิจระยะยาว
GPSC ส่งมอบภารกิจผู้นำ ตั้ง "เชิดชัย บุญชูช่วย" นั่งซีอีโอคนใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงาน มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. จัดพิธีส่งมอบภารกิจให้แก่ นายเชิดชัย บุญชูช่วย (ซ้าย)
GPSC หนุนภารกิจ PTT Group SEALs มอบยา–น้ำมันดีเซล เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นางปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC
GPSC ชู Helios รุกพลังงานสะอาด ส่ง Getz AKK UJV เซ็น EPC โซลาร์ฟาร์ม 148 MW
นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. พร้อมด้วย นายศิริพงษ์ รุ่งโรจน์กิติยศ นายอังกฤษ รุ่งโรจน์กิติยศ และนายมนัสชัย คงรักษ์กวิน กรรมการ บริษัท เฮลิออส 1 และ 2 จำกัด (Helios 1&2 Co.,Ltd.) ร่วมด้วย นายพีรพล อำไพวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกทซ์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Getz) และผู้แทนจาก AKK Energy ร่วมพิธีลงนามสัญญาจ้างงานออกแบบ จัดหา และก่อสร้าง (EPC) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือ Solar Farm ระหว่าง บริษัท เฮลิออส 1 จำกัด (Helios 1 Co.,Ltd.) และ บริษัท เฮลิออส 2 จำกัด (Helios 2 Co.,Ltd.) ในฐานะเจ้าของโครงการ กับกิจการร่วมค้า Getz AKK Joint Venture
GPSC คว้า 6 โครงการผลิตไฟสะอาด 105 MW ขับเคลื่อนสู่ Net Zero
GPSC คว้าสัญญา 6 โครงการพลังงานหมุนเวียน 105 MW ลั่นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ปี 2571 และ 2573 ให้ กฟผ. และ กฟภ. พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเดินหน้าธุรกิจ สู่ Net Zero

