‘อัษฎางค์’ ซัด ‘ปิยะบุตร’ ปอดแหก สุดท้ายหนีเสือปะจระเข้

‘อัษฎางค์’ เหน็บ ‘ปิยะบุตร’ ปอดแหก หนี ดร.อานนท์-ดร.นิว ไม่กล้าขึ้นเวทีเดียวกัน กล้าไปเจอกับอรรถวิทย์ แต่สุดท้ายหนีเสือปะจระเข้

7 พ.ย.2564- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “รศ.ดร.ปอดแหก” ระบุว่า ที่ผมโพสต์ว่า ปิยะบุตร ไม่กล้าเจอ ดร.อานนท์กับ ดร.นิว แต่กล้ามาเจอ อรรถวิทย์ เพราะ 1. กลัวความสามารถ ข้อมูล และตัวตนของ ดร.อานนท์และดร.นิว 2. ดูถูกว่า ดร.อานนท์และดร.นิว ว่า…เทียบตัวเองซึ่งเป็นนักการเมืองระดับแกนนำ… ไม่ได้

แต่ที่ ปิยะบุตร กล้าเจอกับอรรถวิทย์ เพราะ1. อรรถวิทย์ เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นนักการเมืองอยู่ในระดับเดียวกับตัวเอง 2. ประเมิน อรรถวิทย์ เอาไว้ต่ำ ปิยะบุตรถือตัวว่า ตัวเองเป็นนักวิชาการระดับ รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ ที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ซึ่งมีความรู้สูงกว่านักการเมืองทั่วไป ทำให้เขาไม่กลัวนักการเมืองหน้าไหน แต่กลับกลัวนักวิชาการหรือประชาชนที่มีการศึกษาสูง ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองฝั่งตรงข้ามกับตน สุดท้าย หนีเสือปะจระเข้ เพราะอรรถวิทย์เป็นจระเข้ หนีเสือบอยเสือนิว กระโดดลงน้ำ ปะจระเข้อรรถวิทย์เข้าไปต่อจากนี้คงต้องคิดหนักกว่าเก่าถ้าต้องไปเจอกับใครและคงกลับไปแอบอยู่ใต้กระโปรงเด็กเหมือนเคย

“สังเกตอะไรมั้ยว่าเสือบอย เสือนิว สิงค์รงค์ หรือจระเข้อรรถวิทย์ กล้าไปขึ้นเวทีเอียงๆ ทุกเวทีที่มีผู้ดำเนินรายการเอียงๆแต่ รศ.ดร.ป๊อก, อย่าพูดถึงเวทีที่จัดโดยฝ่ายจงรักภักดีหรอก, เอาเวทีที่ผู้จัดไม่เอียง รศ.ดร.ป๊อก ก็ไม่เคยกล้าไปเลยใครแน่กว่า ไม่ต้องคิดให้ยากเลย”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่เข้าตา! 'กษิต' ชี้ 'หน.พรรค-แกนนำ' ดีเบตหาเสียง ขาดความแหลมคม ไม่รู้ปัญหาสังคมไทยจริง

อดีตรมว.ต่างประเทศ บอกเท่าที่ได้ติดตามสดับตรับฟังการรณรงค์หาเสียง การร่วมอภิปราย ของบรรดาหัวหน้าพรรคและแกนนำแล้ว ยังไม่มีความประทับใจ

ดีเบตสองคู่ สองภาพจำ 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ดับห้าว 'ศิริกัญญา-โรม'

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้เวทีดีเบตเปลี่ยนบทบาทไปอย่างเห็นได้ชัด จากพื้นที่โชว์คำคมและวาทะ กลายเป็นสนามวัดตัวนักการเมืองแบบหลีกไม่พ้น ใครคิ