ปักหมุด'จุดกางเต็นท์'แห่งใหม่ อุทยานแห่งชาติตาพระยา

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเทือกเขาบรรทัด

 อุทยานแห่งชาติตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เป็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ และส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น และป่าดิบแล้ง   ซึ่งผืนป่าแห่งนี้มีอาณาเขตตั้งอยู่บนพื้นที่เขาสูงของเทือกเขาบรรทัด ทอดตัวยาวตลอดแนวจนถึงเขาพนมดงรัก ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา  รวมพื้นที่ประมาณ 3.7 แสนไร่ เชื่อมต่อ 2 จังหวัดคือ สระแก้วและบุรีรัมย์ ทำให้เห็นทิวเขาจากมุมสูงสลับซับซ้อนกันไปมา อาทิ เขาเขาวง เขาสะแกกรอง เขาบรรทัด เขาเนินหิน เขาพนมแม่ไก่ และมีแหล่งต้นน้ำที่ไหลลงสู่ลำสะโดน ห้วยซับกระโดน ลำนางรอง ฯลฯ ที่นี่จึงมีกระทิง ช้าง เก้ง เสือโครง สัตว์น้อยใหญ่อยู่กันชุกชุม หลายคนจึงนิยมมาเดินป่าในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกัน

แต่ในช่วงหน้าหนาวนี้ กิจกรรมยอดฮิตคงหนี้ไม่พ้น การออกไปตั้งแคมป์ นอนดูดาว สัมผัสอากาศหนาวและธรรมชาติอย่างใกล้ชิด  สายแคมป์ไม่ควรพลาด อุทยานแห่งชาติตาพระยา  ซึ่งอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ เชิญชวนให้ไปเปิดจุดกางเต็นท์   ในทริปแคมป์ปิ้งดูดาว “Lover Camper @สระแก้ว” ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ร่วมกับ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ชวนทุกคนไปสัมผัส จุดตั้งแคมป์แห่งใหม่ที่ จ.สระแก้ว

ก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งล่วงหน้าให้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งจาน ชาม ช้อน ถุงนอน ไฟฉาย เต็นท์ แก้วน้ำ อุปกรณ์อาบน้ำ เสื้อกันหนาว และที่สำคัญคือจุดตั้งแคมป์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ใครที่ต้องการให้เวลากับตัวเอง หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัวถือว่าไม่ควรพลาด

ฝูงกระทิง3-4ตัวที่เห็นไกลๆ เหมือนการต้อนรับสู่อุทยานฯตาพระยา

ล้อหมุนออกจากรุงเทพฯ แต่ตั้งเช้าตรู่ไปถึงจุดตั้งแคมป์ตาพระยาใช้เวลาราวๆ 5-6 ชั่วโมง  ถ้ารถไม่ติดก็อาจจะถึงไวกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่วันที่เรามาตรงกับการเลือกตั้ง อบต. รถติดยาวเหยียดกว่า จะถึงก็เกือบเย็น ก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ ต้องผ่านการตรวจคัดกรองโควิดด้วย ATK  ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติตาพระยา  และฟังข้อปฏิบัติจากทางเจ้าหน้าที่  จากนั้นก็สามารถเดินทางขึ้นไปยังจุดตั้งแคมป์ได้ ระหว่างทางถ้าโชคดีก็จะได้เห็นกระทิงออกมาเดินกินหญ้า เล็มใบไม้อ่อนๆ บริเวณใกล้ๆ ซึ่งคณะเราก็ถือว่าโชคเข้าข้างอยู่เหมือนกัน ที่ได้เห็นฝูงกระทิง 3-4 ตัว มองเห็นไกลๆ ก่อนที่พวกมันจะวิ่งเข้าป่าไปเพราะเสียงเครื่องยนต์จากรถเริ่มเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

ด้านหน้าทางเข้าปราสาทสต๊อกก็อกธม

ถึงจุดหมายตั้งแคมป์ก็มีนักท่องเที่ยวที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาเอง เริ่มทยอยกางเต็นท์ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า มีทั้งเต็นท์สนาม เต็นท์บนหลังคารถ อุปกรณ์โต๊ะ เก้าอี้ ตะเกียง ถูกจัดวางไว้ให้เข้าที่ พวกเราเองก็กางเต็นท์โดยได้กำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาช่วยเพื่อให้เต้นท์มีความแข็งแรงและว่องไวมากขึ้น ทุกเต็นท์มีการห้อยไฟระย้าเพื่อให้ความสว่างและสวยงาม ลานกิจกรรมยามค่ำคืน ตรงกลางพื้นที่ มีการบรรเลงดนตรีสดเคล้าคลอไปกับการทำอาหารปิ้งย่างเนื้อหมู บาร์บีคิว ยำ ส้มตำ ขนมถ้วย ลำไย ผักสด มันเผา  ที่ทางอุทยานได้จัดเตรียมไว้ให้ ใครอยากกินอะไรก็ไปตักมาทานให้พอดีไม่เหลือทิ้ง

ปราสาทประธานสภาพค่อนข้างสมบูรณ์

พอฟ้ามืดสนิท เราก็ไปร่วมส่องกล้องดูดาว แม้ว่ากล้องถ่ายรูปที่พกมาจะไม่สามารถบันทึกภาพหมู่ดาวได้ แต่สายตาของเราที่เห็นกลุ่มดาวต่างๆ ทั้งดาวศุกร์ ดาวตามราศีต่างๆ ก็ถูกบันทึกลงในความทรงจำไว้แล้ว นั่งเล่นฟังเพลงเพลินๆ รับลมเย็นๆได้สักพักเราก็เข้านอนกันตั้งแต่ 2 ทุ่ม ยิ่งท้องอิ่มๆ บรรยากาศดีๆ ไม่ต้องจ้องมือถือ และความเพลียจากการเดินทางทำให้เราหลับได้อย่างง่ายดาย

เต็นท์บนหลังคารถ พร้อมที่นั่งชิลๆ

เช้ามืดเวลาตี 4 เสียงนาฬิกาปลุกเตือน ให้เราเตรียมตัวออกเดินป่าไปชมแสงเช้าที่เทือกเขาบรรทัด ลมแรงเหมือนเกิดพายุ ทำให้หนาวจนต้องสวมเสื้อถึง 3 ชั้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าระยะทางไปกลับรวมแล้วประมาณ 6-7 กิโลเมตร ทางเดินขึ้นค่อนข้างชัน ฉะนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย และไฟฉายที่เตรียมก็ได้นำมาใช้ส่องนำทาง

ตั้งแคมป์มีความสุขกับครอบครัว

เดินไปได้สัก 1 กิโลเมตรครึ่งความร้อนในร่างกายทำงานเสื้อที่ใส่มากันหนาวต้องถอดออกเพื่อรับอากาศเย็น มีหยุดพักจิบน้ำ ดมยา กันระหว่างทาง จากฟ้ามือจนฟ้าสว่างก็มาถึงจุดหมาย แสงเช้าเริ่มโผล่พ้นกลีบเมฆให้เราได้เห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโตของรุ่งอรุณวันใหม่ พร้อมสูดโอโซนเข้าเต็มปอด นั่งกินลมชมวิวให้เต็มก่อนจะเดินลงเขาไปรับประทานอาหารเช้า เตรียมเก็บข้าวของให้เรียบร้อย บอกลาขุนเขาที่ตาพระยา

ส่องดาวยามค่ำคืน

เส้นทางกลับมีตลาดของป่า ที่ชาวบ้านนำมาขาย ราคาย่อมเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นดักแด้ หนูนา ผักป่า หน่อไม้ ปลาแห้ง ผลไม้ หรือสินค้าโอท็อปก็มี  จะซื้อของแล้วกลับเลยก็น่าเสียดายเราขอพาแวะไปเที่ยวที่ ละลุ ในอ.ตาพระยา เป็นอีกหนึ่งที่อันซีนของจังหวัด โดยต้องนั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านเข้าไปเท่านั้น ราคาเหมาๆ 200 บาท เพราะหากขับรถส่วนตัวไปเองอาจจะเกิดอันตรายได้ เนื่องจากเส้นทางแคบ และมีหลุมขนาดใหญ่ค่อนข้างเยอะ

ดนตรีเล่สดบริเวณจุดตั้งแคมป์
พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

ชาวบ้านบอกว่า ละลุ เป็นภาษาเขมร มีความหมายว่า ทะลุ ที่เกิดจากปรากฎการณ์ธรรมชาติของดินที่ถูกน้ำฝนกัดเซาะและการพังทลายของหน้าดิน จึงทำให้ดินในพื้นที่มีรูปร่างลักษณะแปลกตาสูงชั้นเป็นกำแพงหรือเสาดิน บางก็เป็นทรงสามเหลี่ยมปลายยอดแหลม บางก็คล้ายกับเสาเฉลียง อีกหนึ่งความน่าสนใจคือเรามาเที่ยวปีนี้ ปีหน้าน้ำฝนที่ตกลงมาก็จะทำให้รูปร่างของละลุเปลี่ยนแปลงไปทุกปี เราจะได้ให้ละลุไม่ซ้ำกันแน่นอน

นั่งรถอีแต๊กไปดูละลุ

ปิดท้ายทริปที่ อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม อ.โคกสูง เป็นศาสนสถานพราหมณ์ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ถือเป็นโบราณสถานขอมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก จุดเดินเข้าตัวปราสาทมีแนวถนนปูด้วยหินและเสาหินประดับเรียงรายทั้งสองข้าง   ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินศิลาแลง ศิลปะขอมแบบคลัง-บาปวน มีโบราณวัตถุที่สำคัญที่พบได้แก่ ศิลาจารึก 2 หลัก  กำแพงด้านนอกก่อด้วยศิลาแลง ส่วนตัวซุ้มประตูสร้างด้วยหินทราย ทางเข้าเล็กๆ  พอตัวคนผ่านเข้าไปได้สบาย  ตัวปราสาทประธานมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ด้านหน้าระเบียงคดเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยหรือห้องสมุด เราเดินชมปราสาทในยุคปัจจุบันยังสวยขนาดนี้ ในอดีตปราสาทแห่งนี้คงจะยิ่งใหญ่และงดงาม เรียกได้ว่าสระแก้วได้ทั้งเส้นทางธรรมชาติ และเส้นทางประวัติศาสตร์ที่คุ้มค่า

ละลุที่เปลี่ยนรูปทรงไปตามกาลเวลา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.จังหวัดสระแก้ว 3 แปลงเกือบ 100 ครอบครัวโวย ผู้รับเหมาขุดสระน้ำขนดินถมทับที่ดิน-เพาะปลูกไม่ได้-มีน้ำแต่ไม่ได้ใช้-3 ปียังไม่มีไฟฟ้า

สระแก้ว/ เกษตรกรยากไร้ในที่ดิน ส.ป.ก.จังหวัดสระแก้ว 3 แปลงเกือบ 100 ครอบครัวที่ ‘บิ๊กตู่’ มอบที่ดินทำกินให้สมัย คสช.ปี 2560