
จากกรณีที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ประกาศผลการคัดเลือกกิจกรรม “ 1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The lost Test” ประจำปี 2566 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรวบรวมเมนูอาหารถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย หาได้ยาก นำมาสู่การยกระดับ พัฒนา สร้างสรรค์ เป็นอาหารประจำจังหวัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อประกาศออกมาเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่า เมนูที่ถูกคัดเลือกแม้แต่คนในจังหวัดยังไม่รู้จักหรือเป็นอาหารถิ่นตรงไหน ทำไมอาหารบางประเภทไม่ได้รับคัดเลือก มีเสียงจากคนท้องที่ตั้งคำถามถึงที่มาและเกณฑ์คัดเลือก 77 เมนูอาหารถิ่น

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมประกาศรายชื่อผลคัดเลือก "1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น" เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และข้อสงสัยของรายชื่ออาหารบางจังหวัดที่คนท้องถิ่นไม่รู้จัก ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่า สวธ.ได้ดำเนินโครงการนี้ เพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นบ้านอยู่คู่กับอาหารไทยและอยู่คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย โดยประสานงานกับสภาวัฒนธรรมจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวบรวมเมนูอาหารถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย ที่หารับประทานได้ยาก เพื่อยกระดับ พัฒนา สร้างสรรค์ เป็นอาหารประจำจังหวัด และจัดทำเป็นสำรับอาหารประจำภาคทั้ง 4 ภาค ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่องค์ความรู้และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอาหารถิ่น ทั้งคาวและหวาน ซึ่งมีสรรคุณหลากหลาย ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ สมุนไพร ด้านวิธีการปรุง เคล็ดลับและประวัติความเป็นมาอีกทั้งจะช่วยเพิ่มมูลค่าของอาหารต่อยอดวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรจากชุมชนให้สามารถนำเสนอในมิติความแตกต่างแปลกใหม่และเป็นสากลเทียบเท่ากับอาหารจากชนชาติอื่นๆได้ ตลอดจนจะเป็นโอกาสในการปลูกฝังค่านิยมการรับประทานอาหารที่ปรุงจากอาหารพื้นบ้านแก่เยาวชนรุ่นใหม่ด้วย

นายโกวิท กล่าวอีกว่า การประกาศรายชื่อเมนูอาหาร ทั้ง 77 รายการนี้ ย่อมเข้าใจได้ว่า อาหารบางชนิด ประชาชนในท้องถิ่นเองอาจจะไม่รู้จัก หรือไม่เคยพบเห็นหรือสัมผัสมาก่อน นั่นคือ สิ่งที่การตอบวัตถุประสงค์ของโครงการ คือการค้นหาเมนู “รสชาติ…ที่หายไป”
“ เราอยากฟื้นอาหารถิ่นกลับมา และเมื่อมีการที่ได้คัดเลือกมาแล้ว ถือเป็นการปลุกกระแสทำให้คนในท้องถิ่นได้หันมาสนใจ และส่งผลดีต่อการสร้างความเข้าใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของจังหวัดนั้นๆ และยังจะสามารถพัฒนาสู่การพิจารณายกย่องเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านอาหารในอนาคตด้วย” อธิบดี สวธ.

ทั้งนี้ สวธ. มีแผนการดำเนินงานในการจัดทำคู่มือเมนูอาหารถิ่น 77 รายการ เผยแพร่องค์ความรู้ ประวัติ ความเป็นมาของอาหาร รวมทั้งองค์ประกอบในเมนูต่างๆ นอกจากนี้จะส่งเสริมและยกระดับอาหารไทยโบราณพื้นถิ่น ที่เป็นรากเหง้าของชุมชน สู่อาหารจานเด็ด ที่ต้องชิม รวมถึงรวบรวม สูตรอาหารกับข้าวไทยๆ วิธีทำอาหารดั้งเดิม พร้อมด้วยเคล็ดลับการทำอาหารอย่างประณีตเผยแพร่ในระดับชาติ
อีกทั้งในวันที่ 21 ก.ย. 2566 สวธ.จะมีการจัดกิจกรรมประกาศยกย่องเมนูอาหารถิ่น ทั้ง 77 รายการอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารถิ่นทุกจังหวัดมาให้ความรู้และสาธิตกระบวนการทำอาหารทุกเมนู จากนั้น จะมีการยกระดับการเผยแพร่เมนูอาหารถิ่นสู่ระดับสากลต่อไป
หนึ่งในเมนูดราม่า “ปิ้งไก่ข้าวเบือ” คนท้องที่งง สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพขรบูรณ์ชี้แจงความเป็นมาของเมนูนี้ผ่านเพจว่า ปิ้งไก่ข้าวเบือ บุ่งน้ำเต้า หล่มสัก เกิดขึ้นในสมัยนครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ.2486-2487 ที่มีการย้ายเมืองหลวงมาอยู่เพชรบูรณ์ มีการตั้งกระทรวงการคลังและตั้งเสาหลักเมืองที่บ้านบุ่งน้ำเต้า ทำให้ผู้คนผ่านไปมาระหว่างเพชรบูรณ์-หล่มสัก จำนวนมาก คนท้องถิ่นคิดค้นการปิ้งไก่ข้าวเบือออกมาขาย ทำให้เป็นที่นิยมของคนเดินทางต้องแวะกิน ติดใจความอร่อยด้วยรสชาติครบเครื่อง เพราะเป็นการรวมกันของข้าว เนื้อไก่ และแกงไว้ในคำเดียวกัน ปิ้งไก่ข้าวเบือบุ่งน้ำเต้าจึงเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ ทำจากการนำข้าวสารเหนียวไปแช่น้ำแล้วบดให้ละเอียด นำมาผสมกับเครื่องแกงสูตรเฉพาะถิ่น เอามาทาที่ชิ้นไก่ นำไปปิ้งจนสุก มีกลิ่นหอม รสจัดจ้าน โดยข้าวเหนียวเบือและเครื่องแกงจะมีสีส้มมีความหนึบหนับเล็กน้อย
“ปลาจุกเครื่อง” เมนูอาหารถิ่นจังหวัดกระบี่ ที่หลายคนสงสัย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่เผยแพร่ยูทูปที่มาของเมนูปลาจุกเครื่องในโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่นว่า เป็นเมนูอาหารคาวที่คนในอำเภออ่าวลึกคิดค้นขึ้น โดยมีการนำเอาปลาลังที่มีอยู่มาก โดยเฉพาะในตำบลแหลมสักมาปรุงรส มีลักษณะแตกต่างจากปลาทอดเครื่องทั่วไป และความอร่อยจะขึ้นกับการเลือกใช้ปลาที่สด ขนาดพอเหมาะ รวมถึงวัตถุเครื่องปรุงนำมาโขลกผสมให้รสขาติพอดี วัตถุดิบสำคัย ปลาลังสด พริกแกง มะพร้าวขูด ไข่ไก่ น้ำตาลทราบ ใบมะกรูดซอย ซีอิ๋วขาว นำมาปลาลังมาตัดหัวออก ดึงไส้ออก เลาะก้างออก ล้างให้สะอาด ขูดเนื้อปลาออกมาพักไว้ ผสมเครื่องปรุงคนให้เข้ากันแล้วใส่เนื้อปลาขูด คลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน ยัดส่วนผสมเข้าตัวปลาอีกครั้ง นำปลาที่จุกเครื่องทอดในกระทะ เมื่อปลาสุกล้ววางพัก ได้เมนูแสนอร่อยพร้อมรับประทาน
ส่วนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมาเผยแพร่ผ่านเพจว่า สวธ.พิจารณาคัดเลือกและประกาศเมนูอาหาร 77 เมนู ทั่วประเทศ โดยเมนูอาหาร จ.นครราชสีมา ที่ได้รับคัดเลือก คือ "เมี่ยงคำ (โคราช)" หารับประทานได้ที่ไหน เมี่ยงคำ (โคราช) ปัจจุบันผู้ที่ทำเมนูนี้เป็นมีน้อยมาก การผลิตจึงทำรับประทานกันในบางโอกาส โดยสามารถหารับประทานเมนูนี้ได้ ณ บ้านขนมไทย จ.นครราชสีมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สวธ.เปิดนิทรรศการหุ่นละครเล็กเฉลิมพระเกียรติ 'สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี'
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท โจหลุยส์ ไทย อาร์ต จำกัด ดำเนินโครงการ “สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี” ขึ้น เพื่อนำเสนอคุณค่าของศิลปกรรมไทยและนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย สร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และเอกลักษณ์ของช่างศิลป์ไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือ TGA มอบรางวัล Thai Game Awards ให้นักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย เดินหน้าสู่เวทีโลก ในงาน Thai Game Festival (TGF 2026)
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026)
สวธ.เปิดแสดงละครหุ่นไทยเฉลิมพระเกียรติ 'พระราชินี' พร้อมสัญจร 4 ภาค
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวและการแสดงรอบปฐมทัศน์ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สวธ. มอบรางวัลเทศกาลหนังสั้นโลกป่วยฯ รวมพลังลดโลกเดือด
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลในเทศกาลหนังสั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน (Changing Climate, Changing Lives (CCCL) Film Festival) ปี 2569 โดยมีนางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร
สวธ.คว้ารางวัล 'Power Pride' ยกย่องมีบทบาทหนุนอุตสาหกรรมบันเทิงLGBTQIAN+
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงานประกาศผลรางวัล Bangkok Pride Awards 2026
สวธ.ดึงพลังภาคเอกชนร่วมปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมในระดับชาติ-นานาชาติ
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมองค์กรเอกชนเกี่ยวกับการเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่

