
ในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานมอบแก่ชาวบางพลัดที่ประสบไฟไหม้ ราษฎรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
17 ต.ค.2566 – เวลา 09.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ชุมชนศาลาริมน้ำวัดบางพลัด เขตพลัด ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบเหตุอัคคีภัย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ได้รับทราบ
ทั้งนี้ องคมนตรีได้กล่าวชมเชยการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว กับให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชุมชนศาลาริมน้ำวัดบางพลัด และเยี่ยมศูนย์พักพิง พร้อมทั้งพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบสัมมาอาชีพดำรงชีวิตได้ตามปรกติสุขต่อไป ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566 เวลา 00.31 น. โดยประมาณ ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังคาเรือน ตัวบ้านบางหลังเป็นไม้เก่าจึงทำให้เกิด เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ขณะเกิดเหตุมีลมกระโชกแรงจึงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรง ประกอบกับเป็นชุมชนและเป็นซอยแคบ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัครดับเพลิงในพื้นที่และจากพื้นที่ใกล้เคียง ได้ระดมรถน้ำและรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงได้

จากเหตุไฟไหม้ดังกล่าวมีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายทั้งหลังและเสียหายบางส่วน รวม 21 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบ 94 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้ สำนักงานเขตบางพลัด ได้ออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัยและประสานหน่วยงานที่เกี่ยว อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร สภากาชาดไทย ให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนด้วยแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
ในหลวง พระราชทานเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เรื่อง สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา
ในหลวง พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนประสบอัคคีภัยชุมชนริมคลองนางหงส์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปภัมภ์
สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพสนามบินและการผลิตน้ำแข็งแห้ง
เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินฝนหลวง สร้างถนนแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชน พร้อมก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เผยภารกิจกว้างไกล ทั้งสร้างฝนเพื่อพื้นที่การเกษตรและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

