สปสช.เล็งยกคลองเตยเป็นพื้นที่ วิจัยพัฒนาบริการสุขภาพในเขตเมือง

1 ก.พ.2567-นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมคณะผู้บริหาร สปสช. เขต 13 กทม. ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลัง ณ คลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ ชุมชนคลองเตย ล็อก 4-5-6 เขตคลองเตย กทม. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 โดยมี นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ เจ้าของคลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ ให้การต้อนรับ

สำหรับคลินิกเวชกรรมอารีรักษ์ เป็นคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดของ กทม. โดยดูแลประชากรสิทธิบัตรทอง 9,991 คน จากจำนวนประชากรสิทธิบัตรทองในเขตคลองเตยทั้งหมด 49,665 คน

ทั้งนี้ นพ.จเด็จ ได้เยี่ยมชมกระบวนการจัดการของคลินิก เช่น การคัดกรองผู้ป่วย การตรวจรักษา การพยาบาลและการทำหัตถการ การดูแลก่อนหลับบ้านหรือส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่มีศักยภาพสูงกว่า ระบบการจัดการยา สต๊อกยา และระบบเวชระเบียนต่างๆ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและให้คำแนะนำแก่คณะผู้บริหารของคลินิก

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ชุมชนคลองเตยเป็นชุมชนแออัดที่มีกลุ่มเปราะบางค่อนข้างมาก การมาเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อดูว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร และอีกด้านคือทำอย่างไรให้คลินิกมีรายได้ที่เพียงพอที่จะอยู่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้

จากการหารือมีข้อสรุปร่วมกันคือในชุมชนนี้ยังต้องมีคลินิกเพิ่มอีก ซึ่ง สปสช. จะร่วมกับ กทม. และมูลนิธิดวงประทีป ในการเชิญชวนคลินิกให้เข้ามาเปิดบริการเพิ่มเติม

“กับอีกส่วนคือได้เห็นปัญหาว่าคลินิกนี้ทำงานเยอะมาก แต่ระบบการจ่ายเงินของ สปสช. ยังจ่ายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังมีหลายรายการที่คลินิกทำแล้วไม่ได้ส่งเบิก บางกิจกรรมทำแล้วเข้าใจว่าเบิกไม่ได้ โดยเฉพาะงานลงพื้นที่ทำเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน ที่ผ่านมาคลินิกทำโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ทาง สปสช. ก็จะช่วยรายละเอียดในการเบิกจ่ายให้”นพ.จเด็จ กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า สปสช. ยังจะผลักดันให้พื้นที่นี้ เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัยและพัฒนารูปแบบบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่เฉพาะ โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยที่บ้านหรือคนที่กำลังจะป่วยแล้วทำเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพป้องกันโรค ถ้าทำแล้วคลินิกมีรายได้ที่พออยู่ได้ก็จะเป็นโมเดลแก่ชุมชนอื่นๆ ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน่าจะเห็นกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น

ด้าน นางศรินทร กล่าวว่า ต้องของคุณเลขาธิการ สปสช. ที่มาเยี่ยมให้กำลังใจ เพราะเดิมทีตั้งใจจะปิดคลินิกในเดือนนี้เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง เพราะมีต้นทุนค่ายาและค่าตอบแทนบุคลากรที่สูงเพื่อดึงดูดให้เข้ามาทำงานในพื้นที่และเพื่อคุณภาพการให้บริการที่ดี รวมทั้งการเบิกจ่ายค่าบริการซึ่งเบิกได้แค่ประมาณ 70% แต่เมื่อได้หารือกันก็มีความหวังว่าคลินิกจะยังอยู่และทำหน้าที่ช่วยประชาชนได้ต่อไปได้ เชื่อว่าสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ 100% จะทำให้คลินิกมีตัวเลขการขาดทุนที่น้อยมากและสามารถเปิดให้บริการได้ต่อไป

ขณะที่ นางประทีป กล่าวว่า หลังจากช่วงโควิด-19 แล้ว คุณภาพชีวิตของคนในชุมนนี้ลดลงไปมาก บางคนเป็นลองโควิด ป่วยติดบ้านติดเตียง มีปัญหาสุขภาพแทรกซ้อน และคนกลุ่มนี้มักเป็นกลุ่มเปราะบาง ดังนั้นต้องขอขอบคุณเลขาธิการ สปสช. ที่เข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจ รวมทั้งส่งเสริมให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับการวิจัยและพัฒนา และหวังว่าจะเป็นต้นแบบแก่ชุมชนแออัดในเขตอื่นๆ ในการดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเปราะบางให้มีความเป็นอยู่ที่ดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ

รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม

พลิกโฉมสาธารณสุขไทย! “AI ช่วยอ่านผลเอ็กซเรย์” สปสช. ส่งเสริมและผลักดันใช้แล้วกว่า 610 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับวงการสาธารณสุขไทย ด้วยการส่งนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ส้มขยาด! ไม่แตะ 30 บาท ดันปฎิรูป สปสช.ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น

'เท้ง' ย้ำ 'ปชน.' ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยัน หนุนแก้กม.บัตรทองเพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิปชช.-ไม่เพิ่มภาระผู้ป่วย พร้อมดันปฏิรูป สปสช. ให้ภาคประชาชน-ผู้ให้บริการมีส่วนร่วมมากขึ้น

'พลอยทะเล' เผยข่าวดีผู้ป่วยบัตรทองใช้ยามะเร็ง 'ราชวิทยาลัย-สถาบันจุฬาภรณ์' ได้

รัฐบาลเผยผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง สามารถใช้สิทธิยามะเร็งนวัตกรรม 'ราชวิทยาลัย-สถาบันจุฬาภรณ์' เพิ่มโอกาสเข้าถึงยาประสิทธิภาพสูงอย่างทั่วถึง