'KFC 'จับมือ 'กสศ 'นำร่องการศึกษายืดหยุ่น  แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ 1.02 ล้านคน

รายงานพิเศษความจริงและความเร่งด่วน ของสถานการณ์เด็กนอกระบบในประเทศไทย จัดทำขึ้นจากการประมวลงานวิจัย องค์ความรู้และข้อค้นพบในพื้นที่การทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ67  ภาคีทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2562 – 2567 และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand  Zero Dropout)  รายงานถึงสถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดของของประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกพื้นที่ ซึ่งจังหวัดที่มีจำนวนเด็กและเยาวชนที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาสูงสุด อันดับหนึ่งคือ กรุงเทพมหานคร  (137,704 คน) อันดับ 2 จังหวัดตาก (65,371 คน) และอันดับสาม คือ จังหวัดเชียงใหม่ (36,888 คน) ซึ่งสาเหตุมาจากความยากจนมากที่สุด (ร้อยละ 46.70) รองลงมาคือ มีปัญหาครอบครัว (ร้อยละ 16.14) ออกกลางคันถูกผลักออก (ร้อยละ 12.03)

ถ้าประเทศไทยสามารถยุติปัญหา โดยทำให้เยาวชนนอกระบบการศึกษา กลายเป็นศูนย์ได้ (Zero Dropout) จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 1.7 ของ GDP เนื่องจากรายได้ตลอดชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นของเด็กและเยาวชนที่มีการศึกษาสูงขึ้น

แนวทางหนึ่งที่จะนำเด็กนอกระบบให้กลับเข้าสู่การเรียน ก็คือ “การศึกษายืดหยุ่น” ซึ่งเป็นการศึกษาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน ล่าสุด   เคเอฟซี ซึ่งนับว่าเป็นเอกชนรายแรก ที่ร่วมกับ กสศ.ในการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา พร้อมกับสร้างหลักสูตรการเรียน ที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็ก  เพื่อสนับสนุนให้เด็กได้ค้นหาศักยภาพและพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นอาชีพได้ ภายใต้โครงการ KFC Bucket Search     โดยมอบโอกาสให้เด็กได้เลือกการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองแบบยืดหยุ่น ทั้งด้านเวลาและวิชาเรียน ผ่านทางเลือก Work & Study หรือหลักสูตรวิชาชีพที่ตอบสนองความต้องการของแต่ละคน ช่วยให้พวกเขาสำเร็จการศึกษาและพึ่งพาตนเองได้

ห้องเรียนเคเอฟซี และสร้างหลักสูตรนอกกรอบ หรือ “หลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ” เพื่อปลดล็อกกำแพงต้นทุนชีวิตให้กับเด็กไทย โดยเป็นการนำร่องการศึกษายืดหยุ่นที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการทำงานและเรียนไปพร้อมกัน เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการทำงานกับเคเอฟซี รวมถึงได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการ ตั้งแต่งานหลังร้านไปจนถึงงานบริการ ตัวอย่างวิชาเรียน เช่น ด้วยใจรักนักบริการ ที่จะเรียนรู้เรื่องของงานบริการในร้านอาหาร รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ หรือวิชาจักรวาลภาษาในโลกธุรกิจเพื่อให้สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นในการทำงาน และที่พิเศษอีกวิชาของเคเอฟซีคือ ตัวตึงวงการอาหาร และปรมาจารย์ด้านการครัว ที่จะทำให้เข้าใจมาตรฐานการทำสินค้าให้อร่อยถูกสุขลักษณะในทุกคำ

ภัทรา ภัทรสุวรรณ ผู้บริหารจากเคเอฟซี 

ภัทรา ภัทรสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริหารแบรนด์เคเอฟซีบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และประธานมูลนิธิเคเอฟซี กล่าวว่า เปิดเทอมนี้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง        เคเอฟซีจึงริเริ่มหลักสูตร KFC ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ โดยเป็นเอกชนแบรนด์แรกในการนำร่องการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และมีเด็กเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อมอบโอกาสให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจและความเหมาะสมของตัวเด็กเอง


หลักสูตรที่KFC สร้างขึ้นมาตอบโจทย์ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา  ภัทรากล่าวว่า  โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็ว การเลือกเรียนควรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ใช้ประสบการณ์จริงในการเรียนรู้ จะทำให้เด็กๆค้นพบศักยภาพที่เขามี  ซึ่งอาจจะมีความโดดเด่นและมีศักยภาพสูง ทักษะที่น้องๆ จะได้จากการเรียนรู้การทำงานในร้านKFC จะทำให้เขาได้มากกว่าการเรียนในห้อง ได้เรียนรู้ระบบต้นทุน กำไร  ทำอย่างไรถึงจะทำให้ร้านมีกำไร เรียนรู้เรื่อง อาหารปลอดภัย ระดับGlobal  รู้จักสังคมภายในร้านและการทำงาน  หรือระบบ  Post office ที่ให้โอกาสน้องที่อยากเป็นมากกว่าพนักงาน  

สัญลักษณ์โครงการ KFC Bucket Search เพื่อรับเด็กหลุดจากระบบเข้ามาเรียนรู้การทำงานของKFC

” โดยช่วงแรกเราจะรับเด็ก 300  คน  เข้าร่วมโครงการนี้ ขณะที่ปี 2566 เรารับเด็กเข้าโครงการKFC Bucket Search 130 คน นับเป็นการมอบโอกาสที่สองให้กับ น้องๆที่หลุดจากระบบการศึกษา ด้วยเหตุผลต่างๆ  และโครงการนี้ ยังเป็นไปตามแรงบันดาลใจของผู้พันแซนเดอร์ส ที่เคยเป็นเด็กนอกระบบ ไม่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจังมาก่อน  แต่พอได้รับโอกาส ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เราจึงเลือกแคมเปญKFC Bucket Search ที่หมายถึงโอกาสการค้นหาเพื่อน้องๆจะได้ค้นพบตัวเอง โดยเด็กที่เข้าโครงการไม่จำเป็นต้องมีศักยภาพพร้อมเพรียง   แต่เป็นการค้นพบตัวตนของเขาเอง ในแบบที่เขาเลือกว่าเขาอยากจะเป็นอะไร ” ผอ.ฝ่ายการตลาดบริหารแบรนด์เคเอฟซีกล่าว

ดร.ไกรยศ ภัทราวาท

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมจัดการศึกษาควบคู่กับการทำงานให้แก่เด็กนอกระบบ เป็นหนึ่งในมาตรการหลักของ Thailand Zero Dropout  โดยกสศ.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ และนับเป็นครั้งแรกที่เราสำรวจเพื่อให้ตัวเลขจริงของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา มีการเทียบเคียงกับทะเบียนบ้าน และข้อมูลจากอีกหลายหน่วยงานกว่าจะได้ตัวเลขมา ซึ่งการที่เรามีเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาทั้งหมดประมมาณ 10 ล้านคน แต่มีเด็กหลุดจากระบบไป 1 ล้าน เท่ากับ 10% ของเด็กที่มีอยู่ ถือว่าเป็นสัดส่วนไม่น้อย  และมีความหมายต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เพราะนับวันประเทศไทยจะมีเด็กเกิดใหม่น้อยลงเรื่อยๆ คาดว่าปีค.ศ.2040 จะมีเด็กเกิดใหม่ปีละประมาณ 5แสนคน  สังคมก็จะเหลือแต่คนแก่ ทั้งที่เราตั้งเป้าพยายามหลุดพ้นจากความเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ จะเสี่ยงมากที่เราจะเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวย

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องท้าทายมากที่จะทำใหืเด็กหลุดจากระบบลดลง หรือเหลือประมาณ 2-3แสนคนในปี 2570  โดยการนำเด็กหลุดจากระบบมาเข้าสู่ระบบการศึกษายืดหยุ่น และพัฒนาให้เขากลายมาเป็นกลุ่มคนที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ   เป็นที่มาทำให้กสศ.จับมือร่วมกับเคเอฟซี ซึ่งเป็นเอกชนรายแรกที่ให้ความร่วมมือ ทั้งที่มองหาความร่วมมือจากเอกชนมานาน เนื่องจากภาคเอกชนมีความสามารถที่เข้มแข็งกว่าภาครัฐในการเชื่อมโยงระหว่างโลกของการศึกษากับโลกของการทำงาน จากการวิจัยสำรวจของกสศ. ในกลุ่มเด็กนอกระบบ 35,003 คน ทั่วประเทศ พบว่า เด็กประมาณร้อยละ 50 มีความต้องการได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพและสนับสนุนการประกอบอาชีพที่โดดเด่นขึ้นมา แสดงถึงแรงจูงใจภายในที่เห็นความสำคัญของการประกอบอาชีพมากกว่ามุ่งเป้าหมายไปที่การได้รับการศึกษาแต่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต

“หลักสูตรการศึกษาใหม่ที่ KFC ได้ร่วมพัฒนาขึ้น จึงถือเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต รวมถึงเป็นรูปธรรมสำหรับครูในโลกยุคใหม่ ทำให้ทุกคนที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ สามารถเป็นครู เป็นผู้สร้างการเรียนรู้ และช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ KFC ยังเป็นแบรนด์ที่เด็กๆชื่นขอบ อยู่ในใจของเด็ก จึงคิดว่าโครงการน่าจะได้รับความสนใจจากน้องๆ ที่ไม่ได้หวังเรียนให้ได้วิชาการ อย่างเรียนในโรงเรียนแต่ต้องการหาประสบการณ์ความรู้นอกห้องเรียน หรือได้สิ่งที่เรียกว่าสมรรถนะ ทางการศึกษาจริงๆ “ดร.ไกรยศกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลชวน 'ครู-นร.' ลงทะเบียน 'ซิมพร้อมเรียน' ใช้เน็ตฟรี

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

นายกฯตื่น! สั่ง'กสศ.' อัดฉีดเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนหลุดจากระบบ

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคั