
จุดเริ่มต้นการค้นพบ ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบแนวคันดินใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีอยู่ของชุมชนโบราณเมื่อ700-1,000 ปีก่อน คาดว่ามีคนประมาณ 300-500 คนอาศัยอยู่การค้นพบนี้เกิดจากการสำรวจภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารในปี 2519 ซึ่งแปลความโดย ศ.ดร.สันติ โดยพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบน้ำท่วมถึง ปัจจุบันใช้เป็นพื้นที่ทำนาและทำไร่สวนยางพาราแต่พบแนวคันดินที่มีลักษณะกว้างและสูงกว่าคันนาปกติทั่วไปในพื้นที่บ้านเขาดินใต้ ต.บ้านกรวด โดยแนวคันดินนี้กว้าง 3 เมตร สูง 0.5-1 เมตร จากการสอบถามชาวบ้านพบว่า แต่เดิมคันดินสูงกว่า 2 เมตรและเต็มไปด้วยจอมปลวกและต้นไม้รกทึบต่อมาชาวบ้านได้ปรับพื้นที่ให้สะอาดและต่ำลงเพื่อใช้เป็นถนนในการทำการเกษตร
ขอบเขตพื้นที่ จากการลงสำรวจและรังวัดแนวคันดิน พบว่าแนวคันดินดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าประกอบด้วยคันดินด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกยาว 200 เมตร และคันดินด้านทิศใต้ยาว 330 เมตรส่วนทิศเหนือกำหนดเขตจากธารน้ำธรรมชาติห้วยเสว คำนวณพื้นที่ครอบคลุมได้ 66,000 ตารางเมตร หรือ 41 ไร่

แนวคันดินนี้มีขนาดเล็กกว่าเมืองโบราณทรงสี่เหลี่ยมอื่นๆ เช่น เมืองนครราชสีมาและเมืองเชียงใหม่ 20-40 เท่า จึงนิยามว่าเป็นระดับชุมชนโบราณมากกว่าเมืองขนาดใหญ่ โดยคาดการณ์จำนวนประชากรที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ประมาณ 300-500 คน
อายุและหลักฐานโบราณคดี จากการสำรวจและเก็บหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่ภายในแนวคันดินพบเศษภาชนะดินเผาจำนวนมาก กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ 41 ไร่ โดยเศษภาชนะทั้งหมดบ่งชี้ว่าเป็นแหล่งผลิตจากกลุ่มอุตสาหกรรมเตาเครื่องปั้นดินเผาโบราณ อ.บ้านกรวดจ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 5-10 กิโลเมตร มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-19 (ประมาณ 700-1,000 ปี) นอกจากนี้ยังพบเศษอิฐจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งบ่งชี้ว่าภายในแนวคันดินเดิมน่าจะมีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทำด้วยอิฐ

จากการขยายพื้นที่สำรวจโดยรอบแนวคันดิน พบว่าห่างออกไปประมาณ 1.3 กิโลเมตรทางทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของปราสาทหนองตะโก และทางทิศตะวันออกห่างออกไปประมาณ 1.4 กิโลเมตรพบเนินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทับถมของเศษตะกรันหรือขี้แร่ที่เหลือจากการถลุงเหล็ก โดย อิสราวรรณอยู่ป้อม กำหนดอายุกิจกรรมถลุงเหล็กดังกล่าวว่าเคยดำเนินอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 (ประมาณ 800 ปี)
ศ.ดร.สันติเชื่อว่าแนวคันดินหรือชุมชนโบราณที่พบมีความสัมพันธ์กับแหล่งอุตสาหกรรมถลุงเหล็กโบราณทั้งในด้านพื้นที่และเวลา จึงกล่าวได้ว่า แนวคันดินล้อมรอบพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 41 ไร่ ใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์คือที่อยู่อาศัยของชุมชนโบราณเมื่อ 700-1,000 ปีก่อนและอาจเป็นกลุ่มคนที่ประกอบกิจกรรมการถลุงเหล็กในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอยง' เตือน 'โรคมือ เท้า ปาก' ปีนี้แนวโน้มระบาดมากขึ้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ ร่วมจัดงานวันทะเลโลก 2569 ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายอนุรักษ์ ขับเคลื่อนการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การยูเนสโก และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเนื่องในวันทะเลโลก (World Oceans Day) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “REIMAGINE : คิดใหม่ให้ทะเล เพื่อโลกที่ยั่งยืน”
อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ชำแหละบทเรียนสังคมไทย เมื่อลดหย่อนพ่อแม่ชนกับบัตรคนจน
ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้นทุกปี และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว การพยายามทำให้สวัสดิการมุ่งเป้าไปยังคนที่เดือดร้อนจริงมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และนี่คือจุดเริ่มต้นของดรามาครั้งนี้
1 พ.ค.นี้ จุฬาฯ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ปีที่ 2 จัดตรวจสุขภาพ และให้บริการด้านต่าง ๆ ฟรี! กลางสยามสแควร์
ด้วยนโยบายที่อยากเปลี่ยนพื้นที่สยามให้เป็นมากกว่าแค่พื้นที่ของวัยรุ่น และนักท่องเที่ยว แต่อยากให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของคนไทยทุกคน

