
สายฝนที่ตกชุ่มฉ่ำในช่วงนี้หลายๆคงจะพับแพลนเดินทางเพราะไม่อยากจะต้องเผชิญกับความเปียกปอน แต่เชื่อเถอะหากได้ลองเปิดใจเที่ยวแล้วจะตกหลุมรักหน้าฝนขึ้นมาทันทีเลย หากยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี แนะนำให้มาเปิดประสบการณ์ที่แม่ฮ่องสอน จังหวัดที่เต็มไปกลิ่นอายของธรรมชาติอันเขียวขจี วิถีชนชาวเขา และอาหารน่าลิ้มลองหลากหลายเมนู

สำหรับจุดหมายปลายทางของการไปเยือนแม่ฮ่องสอนในทริปนี้คือ บ้านละอูบ ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย หมู่บ้านของชาวเขาเผ่าลเวือะ หรือ ลั๊วะที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม แต่ก่อนจะไปถึงปลายทางเราอยากจะพาทุกคนเดินทางไปบ้านละอูบโดยใช้เส้นทางสายใหม่ บ้านป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง -บ้านละอูบ อ.แม่ลาน้อย ซึ่งเส้นทางนี้ได้มีการปรับปรุงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นถนนคอนกรีตตลอดเส้น ระยะทาง 33 กิโลเมตร
จากสนามบินเชียงใหม่เส้นทางที่คดโค้งไปมาตามแนวเขาทำให้บางช่วงต้องหลับเพื่อสยบอาการเวียนหัวกันเลยทีเดียว เมื่อเข้าเขตบ้านป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง แวะชมความสวยงามของสมเด็จพระพุทธนิรมิตต์ศรีวชิระมงคล พระภาวนาชิรปราการ(พระอาจารย์บารมีสุรยทโธ) พระพุทธองค์สีขาวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ เรามองจากจุดชมวิวทางเข้าบ้านป่าแป๋ยังมองเห็นชัดถึงความงดงาม

ขับรถต่อมาอีกสักพักก็เข้าสู่ข้านป่าแป๋ เพื่อกินข้าวกลางวันที่นี่ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาราวๆ 2 ชั่วโมง รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีด้วยวิวทุ่งนาขันบันไดอันเขียวขจีตัดกับฉากหลักของภูเขาและฟ้าสีสดใส ชาวบ้านที่นี่ตอนรับอย่างอบอุ่นพร้อมเรียกให้เราและเพื่อนร่วมทริปมากินข้าวที่เป็นเมนูพื้นถิ่นง่ายๆ ให้อิ่มท้อง
หลังจากกินข้าวเสร็จเรามาเดินชมรอบหมู่บ้านที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผาลั๊วะ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายโดยมีการยึดหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียงด้วยการทำนาข้าวขันบันได ซึ่งเป็นแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 สายน้ำที่ไหลผ่านตามคันล่องในหมู่บ้านใส่ราวกับกระจก ฝูงปลาชุกชุม คงเปรียบได้กับท่อนเพลงๆหนึ่งที่ว่า ในน้ำทีปลา ในนามีข้าว คงเห็นภาพได้ชัดเจนที่บ้านป่าแป๋

พร้อมลุยกับเส้นทางสายใหม่ บ้านป่าแป๋ -บ้านละอูบ ระหว่างเดินทางในวันนั้นโชคดีที่ฟ้าเป็นใจ ท้องฟ้าสีสดใสตลอดทั้งวัน เส้นทางยังคงคอนเซ็ปท์การเดินทางขึ้นดอยคือต้องคดโค้งบ้าง แต่ไม่เท่ากับความสวยข้างทางที่มีทิวเขา และนาขับบันได วิถีทำนาของชาวเขาที่ไม่มีพื้นที่ราบ อีกทั้งยังลดปัญหาการกัดเซาะหน้าดินในยามที่ฝนตกน้ำหลาก เรียกได้ว่าตลอดเส้นทางได้ขมนาขันบันไดกันอย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

ในที่สุดก็เดินทางมาบ้านละอูบ เดิมทีมีชื่อว่า โมซัมเบียง แปลว่า ภูเขาโมซัมเบียง ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อละอูบ ชาวบ้านเล่าว่า มีบริวารเจ้าเมืองลเวือะ ได้แบก “อูบ” ภาษาไทย แปลว่า ภาชนะ ใส่ของมีค่า แต่เมื่อมาถึงที่โมซัมเบียงแล้วขนไปไม่ได้เลย “ละ” ภาษาไทย แปลว่า ทิ้ง ต่อมาเลยมีการเรียกว่า บ้านละอูบ ในปัจจุบัน และส่วนใหญ่ชาวเขาที่นี่แทนตัวเองว่าเป็นชาวละว้า เพราะให้ความรู้สึกที่สุภาพและอ่อนโยน

ต้อนรับการมาเยือนของเราด้วยการแสดงของเด็กชาวลั๊วะสนุกสนาน และมีการแต่งกายของผู้หญิงละว้าที่มีเอกลักษณ์ โดยสวมเสื้อและกระโปรงทอมือ ประดับด้วย ฮังยาง คือ สร้อยลูกปัดสีส้ม หรือสีแดง และสีอื่นๆ สื่อถึงของแทนใจระหว่างชาวกะเหรี่ยงและชาวละว้าที่เคยอยู่พื้นที่เดียวกัน หรือเป็นของแทนใจของชายหนุ่ม หากเป็นหญิงที่แต่งงานก็จะสร้อยพดด้วงเงินแท้ ซึ่งเป็นสินสอดของฝ่ายชาย นอกจากนี้ยังต้องสวมปลอกแขนปลอกขา ดูมีสไตล์มากๆ

บ้านละอูบ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ห่างจากอ.แม่บาน้อย 25 กิโลเมตร บนเขาสูงชันโอบล้อมไปด้วยป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และยิ่งช่วงหน้าฝนก็จะมีหมอกให้ได้ชมอีกด้วย เอกลักษณ์ของชาวละว้า บ้านละอูบ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนที่อื่น ทำให้ผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้วิถีของชาวละว้าไปพร้อมๆกัน

สำหรับที่พักในค่ำคืนนี้เป็นโฮมสเตย์ กฎการเข้าพักโฮมเสตย์ของที่นี่คือ นักท่องเที่ยวจะอยู่บ้านของชาวละว้าเป็นหลัง อย่างเราและเพื่อนร่วมทริปอีก 7-8 คน ก็ต้องแบ่งนอน 2 คนต่อบ้าน 1 หลัง เพื่อให้ทุกคนที่ได้มไดใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าของบ้านสัมผัสวิถีของชาวละว้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งการสร้างบ้านของชาวละว้าก็มีเอกลักษณ์ หากเป็นบ้านแบบดั้งเดิมจะเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง มุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก มีระเบียงที่ทอดยาวจากตัวบ้าน และมีเพียง 1 ห้องนอน โดยภายในห้องนอนจะมีเตาไฟโบราณ เหนือเตาไฟทำเป็นที่เก็บเครื่องครัว เรียกว่า กระด้ง ที่ยังคงมีให้เห็นและทำเป็นโฮมสเตย์ แต่การเปลี่ยนแปลงย่อมผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา บ้านแบบดั้งเดิมก็มีการแทนที่ด้วยบ้านสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ร่วมอยู่ด้วย

ในช่วงเย็นพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า อากาศเริ่มเย็นสบาย ทุกคนเตรียมพร้อมมากินมื้อเย็นด้วยกัน กับเมนูพื้นถิ่น โต๊ะสะเบือก ซึ่งคำว่า โต๊ะ หมายถึง เนื้อหมู ส่วนคำว่า สะเบือก หมายถึง ยำ เมนูนี้ถือว่าเป็นอาหารมงคล ที่จะใช้ในงานพิธีสำคัญ มีรสชาติเค็มๆเผ็ดๆ ต้องทานคู่กับน้ำซุปต้มจากเนื้อหมูเข้ากันมากๆ


ในช่วงเช้าเจ้าของบ้านจะมาจุดเตาไฟ เพื่อให้ความอบอุ่น เราก็มานั่งห้อยขาที่ชานบ้านรับไอหนาว ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทิวทัศน์บ้านเรือบของชาวละว้าท่ามกลางม่านหมอกที่ปกคลุมเขาโมซัมเบียงแห่งนี้ มื้อเช้าอุ่นท้องด้วยข้าวต้มพร้อมกับฝนที่ตกโปรยปรายลงมาให้ความรู้สึกเย็นสบายเหลือเกิน หลังจากนั้นเราไปเดินชมหมู่บ้านเจอชาวบ้านกำลังเตรียมอุปกรณ์ไปทำนา บางก็มานั่งคุยใต้ถุนบ้าน เมื่อเดินผ่านทุกคนต่างยิ้มแย้มทักทายอย่างเป็นกันเอง และมาชมวิถีการตีเหล็กใต้ถุนบ้าน ซึ่งชาวละว้าจะตีขึ้นมาเองจากจอบ เสียม หรือชิ้นส่วนเหล็กเก่านำมาเผาตีขึ้นรูปใหม่เพื่อใช้งาน มาต่อที่การทำเครื่องเงิน งานหัตถกรรมภูมิปัญอันล้ำค่าของชาวละว้าที่สืบทอดมากว่า 100 ปี มีความประณีตงดงามและมีแบบเงินแท้ 100% ซึ่งส่วนใหญ่หญิงสาวละว้ายังสวมใส่เป็นเครื่องประดับ หรือใช้เป็นสินสอดสู่ขอเจ้าสาวอีกด้วย

งานฝีมือถือขึ้นชื่ออีกชิ้นหนึ่งคือ ผ้าฝ้ายทอมือ เสื้อผ้าที่ชาวละว้าจะสวมใส่ด้วยสีสัน ลวดลาย ที่สวยงาม โดยลวดลายที่โดดเด่นของชาวละว้ามี 2 ลาย คือ ลายตวน มาจากลายงูเหลือม ซึ่งเป็นลายที่ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนจะมีผ้าลายติดตัวตั้งแต่แรกเกิดจนวันสุดท้ายของชีวิต นอกจากนี้ยังมีลายไก่ฟ้า ลายมัดหมี่ เป็นต้น ปัจจุบันผ้าทอบ้านละอูบ มีการพัฒนาเป็นสินค้า ทั้งเสื้อ กระเป๋าย่าม สร้อยคอละว้าประดับเหรียญเงิน

ก่อนจากลาบ้านละอูบ อีกสิ่งหนึ่งที่ห้ามพลาดคือ การลิ้มรสกาแฟอาราบิก้า เพราะที่นี่เป็นอีกแหล่งปลูกกาแฟชั้นเยี่ยม ซึ่งยังได้พัฒนาเป็นสินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ ย่าทา คอฟฟี่(YaTha Coffee) และกาแฟโมซัมเบียง ที่มีรสชาติกลมกล่อมนุ่มนวล ตลอดการเดินทางผ่านเส้นทางสายใหม่จนได้มาพักที่บ้านละอูบ อบอวนไปด้วยความสุขและความประทับใจ เป็นอีกหมุดหมายในแม่ฮ่องสอนที่ไม่ควรพลาด





ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 3.2 ห่างจากแม่สะเรียง 176 กม.
เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
เตือนเหนือตอนล่างยังอ่วม!
สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน"
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 2.6 ห่างแม่ฮ่องสอน 148 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03:36 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา
แผ่นดินไหวเขย่า 'เชียงใหม่' ขนาด 2.2 ลึก 10 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.13 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

