'Colors of Buriram'สร้างบุรีรัมย์เมืองแฟชั่น

นอกจากประเทศไทยจะมีกรุงเทพเมืองแฟชั่นที่โด่งดังในระดับสากล บ้านเรากำลังจะมีเมืองแฟชั่นแห่งใหม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นและศิลปหัตถกรรมอย่างเป็นระบบ นับจาก Colors of Buriram ที่จัดปีแรกเมื่อปี 2567   เป็นมหกรรมนำผ้าพื้นถิ่นสู่แฟชั่นระดับอินเตอร์  สร้างภาพพจน์ว่า”บุรีรัมย์เมืองแห่งแฟชั่น”  ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการจัดงานผ้าไทยยังคงเป็นพระเอกเช่นเคย  แต่พิเศษชักชวนช่างฝีมือพื้นถิ่น ผู้ลิตงานศิลป์พื้นบ้านจากหลากหลายอำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกันแสดงพลังอย่างเป็นรูปธรรม

Colors of Buriram  2025  เป็นงานที่รวมหัวใจของคนบุรีรัมย์นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ้าทอและหัตถศิลป์ท้องถิ่นมากกว่า 2,000 ชิ้น ด้วยรูปแบบจัดแสดงที่ทันสมัย ซึ่งคัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอทั่วบุรีรัมย์ เพื่อสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”  ชวนมาชมความประณีตวิจิตรของผ้าไทยผืนเก่าหายาก  ความบากบั่นของยังดีไซเนอร์ที่มุ่งทำผ้าทอพื้นบ้านให้เป็นผ้าไทยใส่สนุก  ติดตามภารกิจปลุกชีพใหม่ให้เฟอรนิเจอร์ใกล้ตัวสู่ของใช้เชิงสร้างสรรค์ ยลวิถีช่างฝีมือชาวบ้านที่โลดแล่นบนภาพยนตร์ของผู้กำกับซีรีส์ไทยอันดับ 1  ของโลก และเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากพลังสามประสานของช่างฝีมือ มรดกของบุรีรัมย์ และแบรนด์ไทยระดับนานาชาติ มหกรรมปลุกปั้นเมืองแฟชั่นเนรมิตขึ้นอย่างอลังการ ณ สนามช้างอารีนา  จังหวัดบุรีรัมย์  แลนด์มาร์คของเมืองบุรีรัมย์คณะผู้จัดงาน Colors of Buriram นำโดยคลื่นลูกใหม่ ไชยชนก ชิดชอบ และชิดชนก ชิดชอบ ทายาทเนวิน ชิดชอบ ที่มีแพชชั่นทำงานด้านแฟชั่นและพัฒนาชุมชน

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และทรงร่วมงาน Gala Dinner (เป็นการส่วนพระองค์) นอกจากนี้ ได้รับเกียรติจาก ซาบีดา ไทยเศรษฐ์,ธนนนท์ นิรามิษ , โชติชนก ชิดชอบ, อธิวัฒน์ ตู้ทองคำ  และนักแสดงชื่อดังอย่าง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ พร้อมกับนักฟุตบอลจากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาทิ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ร่วมชมนิทรรศการ Colors of Buriram  ภายใต้แนวคิด “The Gradients” ซึ่งออกแบบมาเพื่อพาผู้เข้าชมเดินทางผ่านเรื่องราวอันรุ่มรวยของวิวัฒนาการผ้าไหมไทยกับห้องจัดแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แต่ละโซนนำเสนอแง่มุมที่แตกต่างกัน The Traditions ดินแดนแห่งมรดกอันทรงคุณค่าของผ้าไหมไทยเผยโฉมอย่างงดงาม เปิดประสบการณ์ดื่มด่ำไปกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพัฒนาการทางศิลปะผ้าไหมไทย The Cultivation in Fashion วิวัฒนาการอันพลิ้วไหวของผ้าไหมไทยในโลกแฟชั่นร่วมสมัย เน้นผสมผสานกับงานออกแบบสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และสร้างเสน่ห์ให้กับแฟชั่นยุคปัจจุบัน 

โซนThe Cultivation in Creative Lifestyle นวัตกรรมการนำผ้าไหมไทยมาประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับและของใช้ในชีวิตประจำวัน ชูแนวคิด Up-cycling และสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ ต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมยั่งยืน The Reclamation and Innovation เสนอการอนุรักษ์ผ้าไหมไทยโบราณ ควบคู่การค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมผ้าไหมในยุคปัจจุบันทั่วไทย และโซน See Now, Buy Now Section เลือกซื้อผ้าไหมลวดลายพิเศษที่จัดแสดง เมื่อลงทะเบียนสั่งซื้อเสร็จสิ้น ผลิตภัณฑ์จะถูกบรรจุและจัดส่งถึงบ้านอย่างพิถีพิถัน ได้สัมผัสมรดกแห่งงานฝีมือไทยเต็มที่

ไชยชนก ชิดชอบ กล่าวว่า การประสานความร่วมมือคนบุรีรัมย์จัดงาน Colors of Buriram ปี 2567 ประสบผลสำเร็จ มียอดผู้เข้าชมตลอด 3 วัน กว่า 20,000 คน สร้างรายได้จากการซื้อขายผ้าไทย 7 ล้านบาท อีก 3  ล้านมาเป็นกลุ่มงานศิลปหัตถกรรมกับอาหารท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างแรงกระเพื่อม นำมาสู่การรวมพลังส่งเสริมอุตสาหกรรมผ้าไทยให้คนบุรีรัมย์ขับเคลื่อนไปต่อด้วยการจัดงานในปีนี้ คาดหวังว่า งานผ้าไทยจะเติบโตและมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน  เรามีเป้าหมายชัดเจนทำงานกับชุมชน ช่างฝีมือท้องถิ่น  ผู้ประกอบการ และโรงงานผู้ผลิตสิ่งทอในบุรีรัมย์ เพื่อไม่ให้สูญเสียเสน่ห์และจิตวิญญาณมรดกของบุรีรัมย์ ขณะเดียวกันชวนแบรนด์ระดับประเทศที่มีคุณภาพมาส่งเสริมทักษะและมาตรฐานการตัดเย็บให้กับช่างฝีมือท้องถิ่น ปีที่แล้วอบรมช่างฝีมือ 30 คน  จะขยายผลต่อ เป็นการสร้างคน พัฒนาทรัพยากรด้านแฟชั่น  สร้างธุรกิจ สร้างเมืองแฟชั่น ทั้งหมดที่กล่าวมารวมอยู่ในงาน Colors of Buriram 2025

“ ก่อนหน้านี้ บุรีรัมย์เป็นเมืองผ่าน เป็นจังหวัดที่ยากจนอันดับ 3 ของประเทศไทย แต่เราใช้กลไกกีฬา การจัดกิจกรรมระดับประเทศ และความร่วมมือของคนบุรีรัมย์ เพื่อสร้างความตระหนักถึงเสน่ห์และประโยชน์ของการเป็นเจ้าเมืองที่ดีต้อนรับผู้มาเยือน  ส่งผลให้คนตกหลุมรักบุรีรัมย์ ปัจจุบันเราขยายมามิติประเพณีและวัฒนธรรมเน้นมรดกภูมิปัญญาผ้าไทยผ่านการจัด Colors of Buriram จัดนิทรรศการ เวิร์คช็อป โชว์ผลงานนักออกแบบแฟชั่นใหม่ๆ ทำให้ผ้าไทยจับต้องได้ เพื่อพัฒนาให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นเมืองแฟชั่นอย่างแท้จริง และเตรียมความพร้อมบุรีรัมย์สู่การเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมระดับอาเซียน ระยะยาวทำให้ไทยโดดเด่นในเวทีโลก “ ไชยชนก กล่าว

ชิดชนก ชิดชอบ  กล่าวว่า  จ.บุรีรัมย์ มีชื่อเรื่องผ้าไหม จากการคลุกคลีกับงานผ้าไทยในบุรีรัมย์พบว่าขาดความเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ผลิต ช่างทอถักทอลวดลายผ้าไหมตามความคุ้นชิน มันไม่ได้ผิด แต่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน Colors of Buriram  จึงเกิดขึ้นเมื่อปี 67 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กลับมาสนใจงานผ้าไทยและงานคราฟต์มากขึ้น ในอุตสาหกรรมผ้าทอมีแต่ผู้สูงอายุ ลูกหลานก็ไม่ได้สืบทอดองค์ความรุ้ เพราะไม่สามารถเพิ่มมูลค่า ต่อยอดยาก เจนเนเรชั่นใหม่ไม่ต่อยอด เพราะไม่เห็นอนาคต แต่มหกรรมผ้าไทยนี้แสดงให้เห็นอนาคตของผ้าไทย  เพราะผ้าไหมมัดหมี่บุรีรัมย์คุณภาพดีและมีเสน่ห์อยู่แล้ว งานช่วยสองเจนเนอเรชันเติมเต็มกันและกัน อีกทั้งปีนี้มีการพัฒนาออกแบบลวดลายใหม่ๆ เลือกคู่สีของผ้าทันสมัย สำหรับผู้ที่ซื้อผ้าไปแล้วไม่ทราบว่าจะตัดชุดที่ไหน ภายในงานยังมีร้านตัดผ้าจากช่างฝีมือท้องถิ่นแนะนำเพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดเย็บอีกด้วย เปิดพื้นที่สร้างงาน สร้างอาชีพ

ชิดชนก บอกว่า งานผ้าไทยให้เป็นอะไรได้มากกกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของแต่งบ้าน งาน Colors of Buriram  เผยศักยภาพของงานผ้าไทยและหัตถศิลป์พื้นถิ่นในฐานะของใช้เชิงสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากจินตนาการผสมผสานประโยชน์ใช้สอย เกิดผลงานพื้นถิ่นร่วมสมัยในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน อีกทั้งลวดลายเฉพาะตัวตามแต่ละท้องถิ่น ช่วยขับเสริมเพิ่มคุณค่าให้กับงานออกแบบ ‘ Made in Buriram’ ได้อย่างไม่เหมือนใคร 

“ การสร้างบุรีรัมย์เมืองแฟชั่น ต้องมีความเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นฐานการยอมรับและปรับตัวของชุมชน  เพราะบุรีรัมย์มีศักยภาพงานผ้าไทยและคราฟท์ การเปลี่ยนแปลงต้องสร้างความเป็นคอมมิวนิตี้ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน คนเคยรู้จักบุรีรัมย์เรื่องกีฬา รถแข่งเป็นหลัก ก็มีจะเรื่องเอกลักษณ์วัฒนธรรม แฟชั่นเพิ่มขึ้นมา ตอบโจทย์สายแฟชั่น เป็นทางเลือกในการเดินทางเมื่อคิดถึงเมืองแฟชั่นต้องมาบุรีรัมย์ “ ชิดชนกผู้หลงรักผ้าไทยยืนยันปักหมุดบุรีรัมย์เมืองแฟชั่นบนแผนที่ประเทศไทย

บุรีรัมย์เต็มไปด้วยสีสันและมนต์เสน่ห์ “COLORS OF BURIRAM” สอดแทรกสิ่งเหล่านี้ให้ชาวไทยและต่างชาติชื่นชมชัดเจน มาสัมผัสงานผ้าไทยได้ตั้งแต่วันที่ 19  มีนาคม – 16 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ สนามฟุตบอล ช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมช.ดีอี - ETDA หารือ สภาองค์กรของผู้บริโภค เร่งรัดปรับปรุงกฎหมาย - เยียวยาผู้เสียหาย แก้ปัญหาหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

“ไชยชนก” มั่นใจ พ.ร.ฎ. เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ช่วยยกระดับปราบ “สแกมเมอร์” เผย 4 เดือน มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 74%

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้แล้วนั้น (เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569)

'รังสิมันต์' จวกตำรวจเกียร์ว่าง ไม่ออกหมายเรียก 'นายคิว' ปมติดสินบน 40 ล้านให้กระทรวงดีอี

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือน ให้กับนายไชยชนก ชิดชอบ

'ไอซ์' แจงเดินหา 'ไชยชนก' กลางสภา จี้ส่งเอกสารสัญญา TH-AI Passport

รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความชี้แจง ถึงกรณีเดินไปหา นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลังชี้แจงได้เดินลงจากบัลลังก์มายังที่นั่งของพรรคภูมิใจไทย

'ไชยชนก' ยันโครงการ TH-AI Passport ใช้งบกองทุนคุ้มค่า ประธานสภาฯไม่ให้ถามส่อล็อกสเปก

รมว.ดีอี แจงงบโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกตั้งข้อสังเกตล็อคสเปก ว่า ได้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับรายงานว่าถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ นอกจากนั้นได้เจรจากับคู่สัญญาแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นมหาศาล

'ไชยชนก' สยบข่าว '2 น.-1 พ.' แตกหัก ยันภูมิใจไทยสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน

ที่อาคารรัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าว