
10 เม.ย.2568- รศ.ดร.กันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักบรรพชีวินวิทยาผู้บุกเบิกการศึกษาซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในถ้ำทางภาคใต้เปิดเผยว่า จากการสำรวจร่วมกับชมรมคนรักถ้ำกระบี่พบหลักฐานใหม่ในถ้ำจังหวัดกระบี่ซึ่งชี้ชัดถึงการกระจายตัวของไฮยีนาลายจุดมายังภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณ 200,000–80,000 ปีก่อนนับเป็นหลักฐานใหม่ต่อจากที่เคยมีการบันทึกว่าพบซากดึกดำบรรพ์ของไฮยีนาที่จังหวัดชัยภูมิจุดเริ่มต้นของการสำรวจเริ่มขึ้นในปี 2560

จากการแจ้งของชาวบ้านว่าพบกระดูกแรดฝังอยู่ในผนังถ้ำยายรวก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่โดยได้รับการประสานงานจากกรมทรัพยากรธรณีให้ลงพื้นที่สำรวจร่วมกับชาวบ้าน นอกจากกระดูกแรดยังมีการค้นพบซากของไฮยีนาลายจุด กวางป่า และเม่นใหญ่แผงคอยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนววน. (Fundamental Fund) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุนพัฒนาอัจฉริยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์จากกรมทรัพยากรธรณี พร้อมทั้งความร่วมมือจากชมรมคนรักถ้ำกระบี่และการอนุญาตจากกรมป่าไม้ในการสำรวจถ้ำผลการตรวจวิเคราะห์ผงเคลือบฟันของไฮยีนาและสัตว์อื่น ๆโดยส่งไปตรวจหาสัดส่วนคาร์บอนไอโซโทปในประเทศเยอรมนี พบว่าไฮยีนาน่าจะกินกวางเป็นอาหารและอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า

จากการหาอายุของฟันสัตว์ในถ้ำยายรวกโดยตรงด้วยวิธีการสั่นพ้องของสปินอิเล็กตรอน (ESR) ควบคู่กับวิธีอนุกรมยูเรเนียม (U-series) ในประเทศสเปน พบว่าไฮยีนาที่พบมีอายุประมาณ 200,000 ปี นอกจากนี้ รศ.ดร.กันตภณ ยังกล่าวถึงหลักฐานการค้นพบไฮยีนาในถ้ำกระดูก อ.ทุ่งใหญ่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพบโดยชาวบ้านและมีการสำรวจเบื้องต้นโดยทีมนักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณีเมื่อปี 2545และล่าสุดจากการแจ้งของชมรมคนรักถ้ำกระบี่ในพื้นที่ถ้ำเขาโต๊ะหลวง อ.เมือง จ.กระบี่ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นพบซากฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์จำนวนมาก ได้แก่ ไฮยีนาลายจุด อุรังอุตังแรดชวา กวางป่า เม่น หมูป่า และวัวซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าในอดีตพื้นที่จังหวัดกระบี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของไฮยีนาและสัตว์โบราณอื่น ๆที่บางชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว
จากการศึกษาสภาพแวดล้อมในยุคน้ำแข็ง พบว่าระดับน้ำทะเลในเวลานั้นต่ำกว่าปัจจุบันพื้นที่อ่าวไทยจึงกลายเป็นพื้นดิน และบริเวณจังหวัดกระบี่เป็นทุ่งหญ้าสะวันนา เมื่อทุ่งหญ้าหายไปสัตว์บางชนิดปรับตัวได้และเข้าไปอาศัยในป่า เช่น กวางป่า กระทิง วัวแดง ต่อมาเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน อากาศร้อนขึ้นและป่าฝนเข้ามาแทนที่ อีกทั้งมนุษย์ได้เข้ามาอยู่อาศัยและรุกรานพื้นที่เดิมทำให้สัตว์ป่าต้องถอยร่นไปอยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ

รศ.ดร.กันตภณ ร่วมกับนักวิจัยจากเยอรมนีได้ทำการวิเคราะห์สัดส่วนคาร์บอนไอโซโทปในเคลือบฟันของสัตว์ป่าปัจจุบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเปรียบเทียบกับฟอสซิลในยุคน้ำแข็ง เช่น กวางป่า ละองละมั่ง เก้ง เนื้อทราย กระทิง วัวแดง และควายป่า เพื่อศึกษาการปรับตัวของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและการรุกรานของมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ประชากรสัตว์ลดลง และนำไปสู่แนวทางการฟื้นฟูถิ่นอาศัยที่เหมาะสมในปัจจุบัน“การค้นพบสัตว์ดึกดำบรรพ์ในถ้ำทางภาคใต้จนนำไปสู่การหาหลักฐานใหม่ ๆ เกี่ยวกับฟอสซิลเป็นความท้าทายของนักบรรพชีวินวิทยาซึ่งเกิดจากการออกเดินทางไปสำรวจในพื้นที่ทำให้รู้ว่าหน้าที่ของนักบรรพชีวินวิทยาคืออะไร และการค้นพบนี้มีประโยชน์กับโลกอย่างไร การศึกษาสภาพแวดล้อมในอดีตผ่านซากดึกดำบรรพ์ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกในระยะยาว และสามารถเรียนรู้ข้อจำกัดของธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้เราสามารถอธิบายปรากฏการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างเข้าใจ” รศ.ดร.กันตภณ กล่าวสรุป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศิษยานุศิษย์เนืองแน่น รับสรีระสังขาร 'หลวงพ่อจำเนียร' กลับวัดถ้ำเสือ
อัญเชิญสรีระสังขาร “หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏฺโฐ” จากมาเลเซียกลับถึงวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ ท่ามกลางพระสงฆ์ แม่ชี และพุทธศาสนิกชนนับพันคนรอกราบแสดงความอาลัย กำหนดพิธีสรงน้ำสรีระสังขาร 22 ส.ค.
อาลัย 'หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ' เตรียมเคลื่อนสรีระสังขารกลับวัดถ้ำเสือ 21 ส.ค.
ศิษยานุศิษย์ร่วมอาลัย “หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ” ผู้ก่อตั้งวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ หลังละสั
แม่ร้อง 'หมอวรงค์' ลูกถูกแทง 8 แผล ผ่านปีคดีไม่คืบ แฉปม 'ลูกตำรวจ'
แม่พาลูกชายร้อง “หมอวรงค์” อ้างถูกกลุ่มวัยรุ่น 7 คนในกระบี่รุมทำร้าย ถูกแทง 8 แผล นอน รพ. 15 วัน ผ่านมากว่า 1 ปี
ชายวัย 49 ถูกช้างกระทืบเสียชีวิต ขณะเข้าเก็บมูลช้างทำปุ๋ย
ชาวกระบี่วัย 49 ปี เข้าไปเก็บมูลช้างในสวนปาล์มน้ำมันเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก แต่ระหว่างที่ควาญช้างไม่อยู่ กลับถูกช้างพังวัยกว่า 30 ปีทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
รัฐจริงจังกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ ‘ภูเก็ต กระบี่ พังงา’ ยึดคืนที่ดินมูลค่ากว่าพันล้าน
รัฐบาลกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ “ภูเก็ต กระบี่ พังงา” ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้านบาท เร่งขยายผล

