'ป่าชุมชนบ้านจาน บุรีรัมย์ ' สุดยอดป่าชุมชนปี 68

 ป่าชุมชนบ้านจาน

ป่าชุมชนบ้านจาน หมู่ที่ 6 ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ คือผืนป่าเต็งรังและป่าผสมผสานที่แผ่ขยายกว่า 896.78 ไร่ อุดมด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้พื้นถิ่นอย่างเต็ง รัง พลวง มะค่าแต้ ตลอดจนพืชสมุนไพรหลากชนิด เช่น กระเจียว เปราะหอม ผักหวาน ขณะเดียวกันก็เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าต่าง ๆ ทั้งไก่ป่า กระรอก กระแต กระต่าย พังพอน แย้ กิ้งก่า และนกนานาพันธุ์ นอกจากนี้ ลำน้ำชีซึ่งไหลผ่านพื้นที่ป่า ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน เป็นที่อยู่ของปลาท้องถิ่น เช่น ปลาขาว ปลาช่อน ปลาดุก และปลาหมอ ซึ่งกลายเป็นทั้งอาหารในครัวเรือนและรายได้เสริมของชาวบ้าน

ด้วยทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ป่าชุมชนแห่งนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนบ้านจาน เป็นรากฐานของวิถีชีวิตและความมั่นคงทางอาหารมาช้านาน ทว่าในอดีต ป่าแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นพื้นที่สัมปทานก่อสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา–อุบลราชธานี โดยไม้ในป่าถูกตัดไปทำหมอนรางรถไฟ อีกทั้งยังถูกบุกรุกต่อเนื่องจนป่าเสื่อมโทรม กระทั่งในปี 2535 นายพร้อม ผลบุญ พร้อมชาวบ้านร่วมใจกันลุกขึ้นปกป้องและฟื้นฟูผืนป่าอย่างจริงจัง

พลังชุมชนพลิกฟื้นป่าชุมชนบ้านจาน

ความพยายามดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2537 โดยมีจิตอาสา 25 คนร่วมวางกฎระเบียบชุมชนอย่างเข้มงวด อาทิ ห้ามตัดไม้ทำลายป่า และห้ามจับสัตว์ป่า ทำให้ผืนป่าค่อย ๆ ฟื้นคืนสภาพสมบูรณ์ กระทั่งได้รับพระราชทานธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต ชั้นที่ 1 ในปี 2541 และชั้นที่ 2 ในปี 2558 ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ของชุมชน

ล่าสุด ป่าชุมชนบ้านจานยังสร้างความภูมิใจครั้งใหม่ ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ปี 2568 จากโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” พร้อมรับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยกรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ที่มุ่งสู่การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในอนาคต

ป่าชุมชนบ้านจานร่วมรับรางวัล

สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำอาเซียนด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านการบูรณาการและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะเครือข่ายป่าชุมชนที่มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสมดุลสิ่งแวดล้อม  การบริหารจัดการป่าไม้แบบมีส่วนร่วมคือภารกิจสำคัญของกระทรวงฯ ในการปกป้อง ฟื้นฟู และเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อคนในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการส่งต่อมรดกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

นิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเสริมว่า แนวคิดในการบริหาร จัดการทรัพยากรป่าไม้ ในรูปแบบของป่าชุมชน เปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ซึ่งในปัจจุบัน กรมป่าไม้ได้ส่งเสริมให้จัดตั้งป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จำนวน 12,985 ป่าชุมชน ชุมชนมีส่วนร่วม จำนวน 14,593 หมู่บ้าน เนื้อที่รวม 7.07 ล้านไร่ โดยกรมป่าไม้จะเร่งขยายให้มีการจัดตั้งป่าชุมชน ครอบคลุมทั่วประเทศ ครบตามเป้าหมาย จำนวน 15,000 ป่าชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่

นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” คือโครงการเรือธงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของบริษัท ที่สอดคล้องกับพันธกิจในการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตลอดกว่า 18 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าผ่านการประกวดป่าชุมชนทั่วประเทศ รวม 1,786 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 1,620,176.77 ไร่ ซึ่งผืนป่าเหล่านี้กลายเป็นแหล่งบริการระบบนิเวศให้ชุมชนและสังคม อีกทั้งยังช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 10,207,113.65 ตันคาร์บอน (เฉลี่ยประมาณ 6.3 ตันต่อไร่)

นิทัศน์ กล่าวต่อว่า การประกวดป่าชุมชนรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2568 มีชุมชนที่ได้รับรางวัลรวม 16 แห่ง ดูแลพื้นที่ป่ารวม 24,088.08 ไร่ สร้างคุณค่าบริการเชิงนิเวศราว 2,161.59 ล้านบาท และกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 151,754.90 ตันคาร์บอน ปีนี้ ป่าชุมชนบ้านจานได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างสมดุล พร้อมทั้งขยายความร่วมมือไปยังเครือข่ายรอบพื้นที่ ทั้งกลุ่มเยาวชน โรงเรียนบ้านจาน ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เทศบาลตำบลหนองเต็ง อบต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รวมถึงเครือข่ายป่าชุมชนบ้านเสม็ด ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นต้น

กระบกที่หาได้ในป่าชุมชนบ้านจาน

สงัด ปรึกกระโทก ประธานป่าชุมชนบ้านจาน ได้เล่าว่า ผืนป่าบ้านจานมีพื้นที่ประมาณกว่า 2,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 800 ไร่ ซึ่งเปรียบเสมือนครัวของชาวบ้านกว่า 250 ครัวเรือนกว่า 18 หมู่บ้านรอบข้างที่มาใช้ประโยชน์จากป่า เช่น เก็บเห็ด ผักป่า และสมุนไพร ซึ่งป่าเปิดให้เข้าได้ทุกคนพราะเป็นป่าชุมชนเพื่อทุกคน แต่ก็มีการตั้งกฎในการใช้ประโยชน์ เช่น ห้ามตัดไม้ ห้ามขุดพืชหรือสมุนไพรทั้งต้น และหากพบการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ โดยมีคณะกรรมการกว่า 50 คน สอดส่องดูแลร่วมกับคนในชุมชน

“ชุมชนบ้านจานมีความภาคภูมิใจที่ได้ทุมเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาป่า จนได้รับพระราขทานธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิตถึง 2 ผืน หลังจากนั้นชุมชนก็ร่วมส่งผลงานเข้ารับรางวัลด้านการอนุรักษ์ป่าอย่างต่อเนื่อง และปีนี้การได้รับรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ ที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อนำไปต่อยอดปลูกฝังการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น สมุนไพร และของป่าตามฤดูกาลที่นำมาแปรรูปและวางจำหน่าย โดยมีเครือข่ายชุมชนร่วมสนับสนุนกันอย่างเข้มแข็ง” ประธานป่าชุมชนบ้านจาน กล่าว

มันแซง จากป่าชุมชนบ้านจาน

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านวังจรเข้ จ.สุพรรณบุรี ป่าชุมชนบ้านแม่คาวหลวง จ.เชียงราย ป่าชุมชนบ้านบาลา จ.นราธิวาส รางวัลระดับภาค ได้แก่ ภาคเหนือ: ป่าชุมชนบ้านหนองผูก จ.น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ป่าชุมชนบ้านกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี ภาคกลางและภาคตะวันออก: ป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ จ.สระบุรี และภาคใต้: ป่าชุมชนบ้านทุ่งโคกแค จ.นครศรีธรรมราช, รางวัลดีเด่นด้านการรับมือต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านห้วยกองเลาะ จ.ลำพูน ป่าชุมชนบ้านหนองการ้อง จ.สุพรรณบุรี ป่าชุมชนตำบลเจริญสุข จ.บุรีรัมย์ และป่าชุมชนบ้านบ่อหว้า จ.สงขลา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง

รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

'สุชาติ' เร่ง ทส. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คลี่คลายน้ำท่วมปราจีนบุรี-สิงห์บุรีสระบุรี ช่วยประชาชนได้รับผลกระทบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว

"รมว.สุชาติ" ห่วงความปลอดภัยนักท่องเที่ยวสั่งอธิบดีกรมอุทยานฯ​ มอบหัวหน้าอุทยานฯทั่วประเทศพิจารณาปิดพื้นที่หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง​ ด้านอุทยานฯเขาใหญ่​ ปิดด่านทางขึ้น​ 2 ฝั่งเพื่อความปลอดภัย​

25 กันยายน 2569 - จากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ นายสุชาติ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“รมว.สุชาติ” ห่วงใยประชาชน สั่ง คพ. รุกตรวจสิ่งแวดล้อม Data Center ประเดิม “เทเลเฮ้าส์” ห้วยขวาง พบเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำทิ้งไม่พบปนเปื้อนน้ำมัน–VOCs

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าตรวจวัดและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างรอบด้าน ขานรับนโยบายรัฐบาลและแนวทางของ กทม.