
ปัจจุบันโรงพยาบาลเฉพาะทางกำลังเป็นที่ต้องการของสังคม เทียบกับต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางนานแล้ว และมีหลากหลายสาขาของการให้บริการ แตกต่างจากประเทศไทย ที่การมีโรงพยาบาลเฉพาะทางยังจำกัดในวงแคบ แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเทรนด์ใหม่ในประเทศไทย โดยเกิดโรงพยาบาลเฉพาะทางมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการของผู้ป่วย
โรงพยาบาล kdms โรงพยาบาลกระดูกและข้อ เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเฉพาะทางที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน เหตุผลหลักมาจากความต้องการรับมือสังคมสูงวัย และไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่อาจทำให้เกิดปัญหาด้านกระดูกและข้อมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยปัจจุบันยังต้องการการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น ตลอดจน เทคโนโลยีการแพทย์ยุคใหม่ อย่าง Endoscope Spine Surgery หรือการผ่าตัดส่องกล้อง ทำให้แผลเล็ก มีความแม่นยำในการผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย เจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่สามารถผ่าตัดแบบEndoscope ได้ทุกส่วนของกระดูกและข้อ และการรักษายังครอบคลุม 16 ระดับของอาการเกี่ยวกับกระดูกและข้อ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โรงพยาบาลมีความแตกต่าง และดำเนินงานที่เป็นเฉพาะทางอย่างแท้จริง

“แต่ความสามารถในการผ่าตัดแบบ Endoscope ยังไม่ใช่ความแตกต่าง เพราะเทคโนโลยีส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการเข้าถึง แต่ความแตกต่างของเราอยู่ที่ระดับความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมงานที่ดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะในเคสที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจทางคลินิกและการทำงานร่วมกันของทีม” นพ.ธนพล หวังธีระประเสริฐ กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลกระดูกและข้อkdms(ข้อดีมีสุข) กล่าว
นพ.ธนพล กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาล kdms มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประมาณ 30 -40ท่าน โดยมีแพทย์ประจำประมาณ 9 ราย แพทย์หลักเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์เป็นผู้สอนแพทย์ด้านกระดูกและข้ออีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นความตั้งใจของอาจารย์แพทย์ด้านนี้ที่ต้องการทำงานกับโรงพยาบาล เนื่องจาก เป็นโอกาสที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญกับคนไข้ได้เต็มที่ ซึ่งนับเป็นความแตกต่างหากทำงานในโรงพยาบาลทั่วไป

“เราเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่อาจารย์แพทย์ด้านกระดูกและข้อมาร่วมงาน ก็เพราะจะทำให้ท่านสามารถใช้ความสามารถและความรู้ที่ชำนาญให้เต็มที่ เพราะบางทีท่านอาจจะต้องรักษาโรคอื่นๆ ทั้งๆที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกระดูกส่วนโน้นส่วนนี้โดยตรง เช่นเชี่ยวชาญเรื่องเท้า มา 5ปี แต่กลับต้องรักษากระดูกส่วนอื่นๆ เป็นต้น “
เมื่อประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย และแนวโน้มของโรคกระดูกและข้อยังไม่ได้จำกัดเฉพาะคนสูงอายุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคนวัยทำงานอายุ คนยุคใหม่ อายุ 30-45 ปีซึ่งคนกลุ่มนี้จะใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle ทั้งทำงานและออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการเสื่อมกระดูกและข้อ ทำให้กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่าจะมีคนไทยป่วยเป็นโรคความเสื่อมกระดูและข้อมากกว่า 6 ล้านคน ทำให้โรงพยาบาล kdms มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด นับจากปี 2565-2568 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลไปแล้ว 120,000 ราย โดยเฉพาะในช่วงปี 2568 มีการเติบโตระดับ 25% และในจำนวน 120,000 รายมีผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง 12% หรือประมาณ 13,000 ราย

” ผู้ป่วยที่มารักษากับ kdms ประมาณ 70% เป็นการผ่าตัดเทคนิค Endoscope ซึ่งสัดส่วนนี้เป็นตัวสะท้อนสะท้อนความเชื่อมั่นของเรา และชี้ให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเชิงลึก และประสบการณ์สะสมของเราที่สามารถดูแลเคสที่มีความซับซ้อนในระยะยาวได้”นพ.ธนพลกล่าว
นพ.กรกช ธรรมผ่องศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ kdms (ข้อดีมีสุข) กล่าวว่า ด้านการบริหารจัดการทางการแพทย์ kdms สร้างความแตกต่างด้วยระบบการดูแลผู้ป่วยแบบ Group Practice โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังกว่า 9 ท่าน มีประสบการณ์ทางคลินิกสูง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบ Group Practice ทำให้แพทย์มากกว่าหนึ่งท่านได้ร่วมกันระดมสมอง วางแผน และตัดสินใจในเคสที่มีความซับซ้อน เพื่อให้ได้แนวทางการรักษาที่ดีที่สุด โดย All Endoscopic Spine Surgery สามารถรักษาโรคและกลุ่มอาการต่างครอบคลุม

โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหลักๆที่ใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องก็คือ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท (Disc Herniation) การผ่าตัดส่องกล้องช่วยนำหมอนรองกระดูกส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกได้อย่างตรงจุด ลดแรงกดทับ และบรรเทาอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อน
โรคภาวะโพรงเส้นประสาทตีบแคบจากข้อกระดูกสันหลังเสื่อม (Spinal Stenosis) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโพรงเส้นประสาทแคบจากการเสื่อมของข้อกระดูกสันหลัง การผ่าตัดส่องกล้องสามารถช่วยขยายช่องทางเดินของเส้นประสาท ลดอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนที่จำเป็นต้องเชื่อมข้อ (Spondylolisthesis) ในบางกรณีที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม การผ่าตัดส่องกล้องสามารถนำมาใช้ร่วมกับการเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Fusion) เพื่อลดการบาดเจ็บจากการผ่าตัดและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล
อนาคต โรงพยาบาล kdms ตั้งเป้าที่จะพัฒนาไปสู่การ Regional Hub ด้านโรคกระดูกและข้อ โดยโรงพยาบาลมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการรักษา ความเชี่ยวชาญจากทีมแพทย์ แม้ว่าปัจจุบันจะมีคนไข้เป็นชาวไทยเป็นหลัก แต่ก็มีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติด้วยประมาณ 10% ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบอาเซียน

” เราเชื่อว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านการรักษาโรคเฉพาะทางกระดูกและข้อในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับประเทศพัฒนาแล้วในภูมิภาคอาเซียน ได้ แต่เราก็อยากยกระดับเทียบเคียงได้กับประเทศเกาหลี หรือญี่ปุ่น ในอนาคต” นพ.กรกชกล่าว
ปัจจุบันโรงพยาบาล kdms มีแผนเปิดสาขาฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ ฯ เพื่อรองรับความต้องการและเพิ่มสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ป่วยโลเคชั่นฝั่งนี้ โดยจะลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณไตรมาส 3ของปีหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สมศักดิ์’ เปิดเวทีสุโขทัย ชู 4 ยุทธศาสตร์ ‘อยู่ดี มีสุข’ รับมือสังคมสูงวัย ลดผู้ป่วยติดเตียง
รมว.สธ. “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง หนุนพลังชุมชนเข้มแข็ง รับมือสังคมสูงวัย ด้วย 4 ยุทธศาสตร์ “ร่วมปฏิบัติการ-พัฒนานโยบาย-เรียนรู้-สร้างพื้นที่กลาง” ลั่นเดินหน้าลดผู้ป่วยติดเตียง เน้นกินดี-ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นภาระลูกหลาน
สังคมสูงวัย – เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ปี 2025 (ที่มา: The Standard) โดยมีประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (ที่มา: Hydraulic Home Lift) และคาดว่าจะเป็นร้อยละ 28 ในปี 2033 (ที่มา: ThaiPublica)
รัฐบาลหนุนโครงการ 'เดินดีไปด้วยกัน' ลดเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุ
รัฐบาลเดินหน้ารับมือสังคมสูงวัย หนุนโครงการ 'เดินดีไปด้วยกัน' ลดเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุ เผยนำร่อง 11 จังหวัด ตัวเลขหกล้ม-เสียชีวิตน้อยลง
บทเรียนจากญี่ปุ่นในการรับมือสังคมสูงวัยสำหรับประเทศไทย
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในปี 2035 ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น 28% ของประชากรทั้งหมด สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และปัจจุบันมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด (World Bank, 2021) อย่างไรก็ดี ประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนากลยุทธ์และนโยบายหลายด้านเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้

