A.Catalyst Network ผลักดันไทยผุด'นวัตกรรมสุขภาพ'

ความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อน ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคไต โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหายาก เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการดูแลรักษา เครือข่าย A.Catalyst Network ภายใต้การขับเคลื่อนของ AstraZeneca จึงก่อตั้งขึ้นในฐานะเครือข่ายนวัตกรรมสุขภาพระดับโลก ที่รวมพลังจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา เครือข่ายผู้ป่วย และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

 A.Catalyst Network ดำเนินงานในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือ บ่มเพาะสตาร์ทอัพ ในการคิดค้นนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพใหม่ๆขึ้น  โดยหวังให้นวัตกรรมที่คิดขึ้นมาเหล่านี้ สามารถช่วยในการตรวจหาโรค ได้ค้นพบโรคได้เร็วขึ้น  ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ล่าสุด บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเครือข่ายผู้ป่วย จัดตั้งเครือข่าย A.Catalyst Network ที่ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ (Innovation Hub) โดยมีเป้าหมายผลักดันไทยสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพในภูมิภาค โดยคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ เชื่อมโยงความร่วมมือ และสนับสนุนการพัฒนาโซลูชันสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน

ทั้งนี้หนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้มาตรฐานมาใช้ป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น โครงการเอกซเรย์ปอดที่ใช้ AI ช่วยอ่านผลได้รวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วขึ้น  และเครือข่ายยังสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตสู่ระดับสากล ตัวอย่างเช่นเทคโนโลยี Inspectra CXR จากบริษัท Perceptra ที่พัฒนา AI ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก และถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานเปิดตัว เอ.แคตตาลิสท์ เน็คเวิร์ค ประเทศไทย กล่าวว่า การยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการดูแลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อให้เกิดระบบสุขภาพปฐมภูมิที่เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับความท้าทายรอบด้านที่ระบบสาธารณสุขไทยต้องเผชิญ ทั้งสังคมสูงวัย ภาระจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจ ฯลฯ รวมทั้งมลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเฉพาะ AI และนวัตกรรมดิจิทัล มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน เครือข่าย เอ แคตตาลิสท์ เน็ตเวิร์ค ประเทศไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างนวัตกรรมสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว

ศ. ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานกรรมการสำนังงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน) กล่าวว่า การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาและสุขภาพของสังคมไทย กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ไม่ใช่เพียงเรื่องของการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้น แต่คือการกำหนดทิศทางอนาคตของสังคมสุขภาพดีอย่างเป็นระบบ จำเป็นต้องวางกรอบยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะการผสานพลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างเป็นรูปธรรม

ศ. ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในระยะยาว โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การดูแลสุขภาพจะไม่จำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่จะเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันของทุกคนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์อัจฉริยะ จากเดิมที่ใช้เพียงสมาร์ทวอทช์เชื่อมกับแอปพลิเคชันสุขภาพ อนาคตจะมีไบโอเซนเซอร์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง ซึ่งสามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังแพทย์โดยตรง โดยไม่ต้องรอให้ผู้ป่วยเดินทางมาพบแพทย์เอง โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติล่วงหน้า และอาจเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเตือนหรือเรียกรถพยาบาลอัตโนมัติเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

ศ. ดร.นพ.ประสิทธิ์ มีมุมมองว่า ดิจิทัลเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จะมีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างโรคเบาหวาน ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับพฤติกรรมมากกว่าการใช้ยา หากประชาชนสามารถเห็นผลกระทบของอาหารหรือพฤติกรรมของตนเองแบบทันทีผ่านข้อมูลวิเคราะห์จาก AI ก็จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เปลี่ยนแปลงได้จริง อีกแนวโน้มที่น่าสนใจคือการพัฒนาองค์ความรู้ด้านจุลชีพในลำไส้ ทั้งโพรไบโอติกส์และโพสต์ไบโอติกส์ ซึ่งมีบทบาทต่อภูมิคุ้มกันและโรคเรื้อรังจำนวนมาก อาหารไทยซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญ อาจมีคุณค่าทางจุลชีววิทยาที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพได้มากกว่าที่เราคิด หากมีการวิจัยและพัฒนาต่อยอดอย่างจริงจัง

“อนาคตของ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิเคราะห์ตามคำสั่ง แต่กำลังก้าวสู่ยุคของ Agentic AI ที่สามารถเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองได้  ปัจจุบัน AI มีบทบาทตั้งแต่เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การคาดการณ์การระบาดของโรค การค้นคว้ายาใหม่ การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ไปจนถึงการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าเพื่อป้องกันการทุจริต  ดังนั้นการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีของไทยไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการบูรณาการนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล วิทยาศาสตร์ จริยธรรม และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI กลายเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน และก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง” ศ. ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

โรมัน รามอส ประธานบริษัทประจำประเทศไทย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้า ในฐานะพันธมิตรสุขภาพของประเทศไทยกว่า 40 ปี เล็งเห็นถึงความพร้อม ทั้งในด้านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรคุณภาพ จึงได้นำเครือข่าย เอ.แคตตาลิสท์ เน็ตเวิร์ค มาเปิดตัวในประเทศไทย ในฐานะ Innovation Hub ด้านสุขภาพ ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่ายผู้ป่วย และสตาร์ทอัปไทย เพื่อเร่งการนำนวัตกรรม AI มาสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้กับผู้ป่วย

โรมัน กล่าวต่อว่า โดยโครงการแรกภายใต้เครือข่ายนี้ มุ่งใช้ AI วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองความผิดปกติของปอดในกลุ่มแรงงาน ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานประกันสังคม และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อค้นหามะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสการรักษาและการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยเราตั้งเป้าพัฒนาอย่างน้อย 20 โครงการต่อปี ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาชน เพราะเราเชื่อว่าอนาคตสุขภาพที่ยั่งยืนต้องเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ.แจงมติปลด 'หมอสุภัทร' ออกจากราชการ เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ. เซ่นจัดซื้อ ATK จำนวน 5 ครั้ง

ที่ทำเนียบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณี คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ อ.ก.พ

รมว.สธ. ตอก 'บิ๊กโจ๊ก' เปิดเว็บรับแจ้งศพน้ำท่วม ชี้วัดอะไรไม่ได้ หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร

"พัฒนา​" เมิน​ "บิ๊กโจ๊ก" ปูด​ตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้หลักพัน​ ชี้ตัวเลข​ 140 รายของสธ.​ ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง บอก​ หลักฐานชัดคือใบมรณะบัตร ตัวเลขในเว็บไซต์​ชี้ชัดอะไรไม่ได้

รมว.สธ. เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่กว่า 60 ราย ให้ยึด ม.อ. เป็นศูนย์กลาง

"พัฒนา" เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่กว่า 60 ราย สธ. ระดมทีมแพทย์นิติเวชทั่วประเทศ ลงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พร้อมตั้งตู้คอนเทนเนอร์เก็บร่าง ขอประชาชนฟังข้อมูลเพจสาธารณสุข

‘รมว.สธ.’ ระบุกู้ไฟโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้แล้ว แต่ยังไม่ค่อยเสถียร เร่งใช้ฮ.ขนย้ายผู้ป่วยไปรพ.ใกล้เคียง

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดภาคใต้ ถึงการช่วยเหลือโรงพย