'โรงละครแห่งชาติ'โฉมใหม่ การรอคอยที่คุ้มค่า

สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมกว่า 8,000 คน ที่มีโอกาสร่วมทดสอบระบบแสง สี เสียง สัมผัสศักยภาพของโรงละครแห่งชาติโฉมใหม่ เมื่อวันที่ 9 ,10,16 และ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดม่านแสดงการบรรเลงและขับร้องวงดุริยางค์สากล“Classic meets now” เพลงหวานวันวาน จากวันนั้นถึงวันนี้  การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน เกสรทมาลาพลีชีวัน การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย “เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน ศิลปินศิลปากร” และการแสดงละครพันทาง เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ   ตอนแม่ทัพคนใหม่ ซึ่งปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ หวนคืนเวทีรับบทบาทเจด็จอีกครั้ง หลังโรงละครแห่งชาติปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งระบบเทคโนโลยีประกอบการแสดงและการพัฒนาพื้นที่ภายในให้ทันสมัยเพื่อให้ได้มาตรฐานสากล ใช้เวลากว่า 3 ปี  ซึ่งการเทสต์ระบบทั้ง 8 รอบ มีผู้ชมที่สนใจจองบัตรล่วงหน้า และเดินทางมาเข้าชมการแสดงเต็มทุกที่นั่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย  ปลุกโรงละครสุดคลาสสิกให้กลับมาชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โรงละครแห่งชาติของคนไทยปรับปรุงเสร็จแล้ว  โรงละครแห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2508 ครั้งนั้นในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแสดงปฐมฤกษ์  ซึ่งย้อนหลังไปถึง 61  ปี  ถือเป็นพื้นที่สำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง กรมศิลปากรได้รับจัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง จนในปี พ.ศ.  2565 กรมได้จัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่เพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้ในโรงละครชั้นนำทั่วโลก รองรับผู้ชมได้ 1,001 ที่นั่ง   เราปรับปรุงเพื่อให้โรงละครทันสมัยและพร้อมรองรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมทุกรูปแบบ ซึ่ง 4 การแสดงหลัก คือ โขน ละคร อย่างละครพันทาง ดนตรีสากลและดนตรีไทย ที่จัดแสดงทดสอบระบบ รวมถึงรองรับจัดคอนเสิร์ตสมัยใหม่ได้ 

“  หัวใจของโรงละคร คือ ระบบเสียง มีการปรับปรุงใหญ่ติดตั้งระบบเสียง AFC (Active Field Control) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ช่วยให้ผู้ชมได้ยินเสียงคมชัด ไพเราะ เท่ากันทุกที่นั่ง  มีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นร่วมปรับแต่ง เดิมมีที่นั่งอยู่ในจุดอับเสียง ปรับปรุงระบบเครื่องกลเวทีเป็นระบบไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล เพิ่มความแม่นยำและปลอดภัยในการควบคุมฉาก ส่วนระบบแสงเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและหลอดไฟ LED ทั้งหมด ประหยัดพลังงานและเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน เพิ่มความสวยงามการแสดง ขณะที่ระบบฉายภาพโปรเจคเตอร์พัฒนาให้ฉายภาพได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มมิติและอรรถรสการชมมากยิ่งขึ้น นอกจากระบบเวทีแล้ว ยังออกแบบและปรับปรุงพื้นที่ภายในใหม่ เก้าอี้ผู้ชมเปลี่ยนใหม่หมด ผนังอาคาร ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และบันไดหนีไฟ ยกระดับความปลอดภัย สะดวกสบาย “ นายพนมบุตร กล่าว

ทั้งนี้ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การทดสอบระบบแสง สี เสียง เพื่อทดสอบศักยภาพของโรงละครแห่งชาติโฉมใหม่ทั้ง 4 รอบ ยังทดสอบระบบการจองบัตรไปด้วยในตัว  เสียงตอบรับดีมากจากการทดสอบระบบ  ถือเป็นกำลังใจให้กับกรมศิลปากร และเหล่าศิลปิน ซึ่งตนมั่นใจว่าศักยภาพดีขึ้นจริงๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่ง หลังจากทดสอบระบบ สำนักการสังคีตจะได้นำความคิดเห็นจากศิลปินสำนักการสังคีตทุกประเภทการแสดงและผู้ชม แฟนละครที่เข้ามาชมระบบจริงของการแสดง นำไปปรับปรุงระบบต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์ ก่อนจะส่งมอบงานครั้งสุดท้าย ตลอดจนฝึกฝนทักษะเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมดูแลระบบต่างๆ ให้มีความชำนาญกับระบบและเทคโนโลยีใหม่ซึ่งทันสมัยมากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน

“ ผมยืนยันภายในปี 2569  โรงละครแห่งชาติจะกลับมาเปิดอย่างเป็นทางการได้แน่นอน เพราะสัมผัสถึงบรรยากาศของความสุขที่ประชาชนได้รับจากการแสดง 4 วัน ที่จัดทดสอบระบบ เห็นคนรุ่นปู่รุ่นย่ามาชมการแสดงกับรุ่นพ่อรุ่นแม่ จูงหลานตัวน้อยมาด้วย นาฏศิลป์ไทยไม่มีวันตาย ส่วนศิลปินก็สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น หวังว่า เมื่อเปิดโรงละครแห่งชาติแล้ว มีรายการแสดงทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะเป็นวันครอบครัว พื้นที่ติดกันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งปรับปรุงได้มาตรฐานสากล ประชาชนสามารถใช้เวลาตลอดทั้งวัน ชมโขนละคร ฟังดนตรี เที่ยวพิพิธภัณฑ์ อร่อยกับร้านเด็ดย่านถนนพระอาทิตย์ ในยุคที่สังคมเคร่งเครียด โรงละครแห่งชาติจะเป็นพื้นที่แห่งความสุขอย่างแน่นอน “  นายพนมบุตร ย้ำจะเปิดโรงละครแห่งชาติอย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“๓-๕ ปี” ของรัฐบาล

ผมหายไปวัน เดินทางไปกราบสรีระสังขาร “หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม” ที่วัดป่าสีห์พนม ที่สกลนครมาครับ

‘เดิมพัน’ นายกฯ

อืมมมม... ก็ดีแล้ว ที่เขมร โดย “พลจัตวา นิด นารง” รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ ๔ ในฐานะประธานกองเลขาฯ RBC ฝ่ายเขมร

‘ทุกขลาภของนายกฯ’

“นายกฯ อนุทิน” ถือว่า “โชคไม่ดี” เข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลตอน “ส้วมล้น” พอดี ล้นเพราะ.... ถ่ายสะสมกันไว้เนิ่นนานปี ถ่ายแล้วต่างสะบัดก้นหนี ทิ้งทับถม ไม่รู้สมัยไหน-ต่อสมัยไหน โดยไม่มีใครคิดชำระสะสาง

‘ยิว’ ที่ลึกกว่าแค่ ‘อยู่’

ก็ดีครับ..... ที่นายกฯ อนุทิน “ให้ความสำคัญ” กับเรื่อง “คนต่างชาติ” โดยเฉพาะ “ยิว-อิสราเอล” ที่เข้ามาถือครองที่ดิน “เกาะสมุย-เกาะพะงัน” และอีกหลายพื้นที่ในไทยเป็น “อาณาจักรยิว”

เดิมพัน ‘นายกฯ สมัย ๓’

“อีสานใต้” กับ “๓ จว.ใต้” เป็นปัญหา “กวนใจ” ไม่ต่างกัน“อีสานใต้”....... “ไอ้เขมรถ่อย” มันเข้ามาตอดเล็ด-ตอดน้อย คอยจับชาวบ้านที่หาของป่าไปขัง หวังเล่น “เกมต่อรอง” กับฝ่ายไทย