แอปฯ-สัญลักษณ์ 'Thai Street Gold Star' ยกระดับสตรีทฟู้ดไทยขึ้นชั้นระดับโลก

ร้านผัดไทยไฟทะลุ

สตรีทฟู้ดไทยถือเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเสน่ห์ของอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก ไม่ใช่แค่เมนูอาหารที่เข้าถึงง่ายและมีความหลากหลาย แต่ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

โดยล่าสุด วงการสตรีทฟู้ดและธุรกิจสุขภาพไทยกำลังได้รับการยกระดับครั้งสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดตัวโครงการ “Thai Street Gold Star” ภายใต้แนวคิด ร่ายมนต์สตรีทฟู้ดไทย สู่ดาวทองอัจฉริยะระดับโลก เพื่อผลักดันอาหารไทยและธุรกิจ Wellness ให้ก้าวสู่การเป็น Soft Power ระดับโลก โดยจะมีการคัดเลือกร้านสตรีทฟู้ดและธุรกิจ Wellness ไทยนำร่องจำนวน 1,000 ราย จาก 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และชลบุรี ตามมาตรฐานที่โครงการกำหนด พร้อมรับตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ “Thai Street Gold Star”

ทั้งนี้ โครงการยังมุ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านแอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การค้นหาและเข้าถึงร้านสตรีทฟู้ดไทยให้สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยตามมาตรฐานสากล โดยถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของสตรีทฟู้ดและธุรกิจ Wellness ไทยในยุคดิจิทัล

 นภินทร ศรีสรรพางค์

นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 3.2 ล้านราย และมีแรงงานอยู่ในระบบกว่า 10 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจรวมกว่า 3-4 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10% ของรายได้ประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึง “อาหารไทย” ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในระดับโลก ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน SMEs ไทยกำลังเผชิญปัญหาสำคัญ คือ สัดส่วนรายได้ต่อ GDP ของประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 35.2% ปี 2567 ลดลงมาอยู่ที่ 35% ปี 2568 ลดลงเหลือประมาณ 34.9% และคาดว่าในปี 2569 อาจจะลดลงเหลือราวๆ 34.7%  ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งผลักดันให้ SMEs มีรายได้และศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

นภินทร กล่าวต่อว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการสนับสนุนด้านการตลาด การค้าผ่านระบบออนไลน์ และ Live Commerce ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในยุคปัจจุบัน ควบคู่กับการเสริมองค์ความรู้ด้านการสร้างคอนเทนต์ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการพัฒนา SMEs ไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระดับสากล โดยภาครัฐตั้งเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า SMEs ไทยจะสามารถเพิ่มสัดส่วน GDP ของประเทศกลับไปแตะระดับ 40% ได้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ร้านข้าวปั้นย่าง ที่จะเข้าร่วมโครงการ

ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นายนรินทร กล่าวว่า แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังขาดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นสารตกค้างหรือมาตรฐานด้านสุขอนามัย ดังนั้นการบูรณาการร่วมกันของหลายภาคส่วนในการจัดทำโครงการ Thai Street Gold Star เพื่อยกระดับร้านอาหารไทย ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและความปลอดภัยของอาหาร การพัฒนามาตรฐานด้านสุขอนามัยภายในร้าน รวมถึงการให้ความรู้ผู้ประกอบการเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน การสร้างกำไร และการพัฒนาคุณภาพอาหารผ่านกระบวนการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญและเชฟมืออาชีพ

ร้านยำเกย์เร ที่เข้าร่วมโครงการ

รมว.สำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานจะทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงกิจกรรมระยะสั้น  ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับป้ายรับรองมาตรฐาน Thai Street Gold Star ไม่เพียงแค่เป็นการยกระดับมาตรฐาน แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการรักษามาตรฐานดังกล่าว เพราะม.สวนดุสิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีทีมงานติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยป้ายรับรองดังกล่าวจะมีอายุปีต่อปี ผู้ประกอบการจึงต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานของร้านไว้เสมอ หากร้านใดไม่สามารถรักษามาตรฐานได้ ก็อาจถูกเพิกถอนการรับรอง เนื่องจากป้ายดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานผู้ให้การรับรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า ร้านอาหารที่ได้รับป้ายรับรองผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน ทั้งด้านคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย และสุขภาพ อย่างเหมาะสม” นภินทร กล่าว

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิจัย และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า สำหรับนิยามของสตรีทฟู้ด ในโครงการนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะร้านรถเข็นหรือแผงลอยเท่านั้น แต่รวมถึงร้านอาหารที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์ และได้รับความนิยมอยู่แล้ว แม้จะไม่ใช่สตรีทฟู้ดแบบดั้งเดิม เพราะเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันอาหารไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai Street Food Gold Star ซึ่งเปรียบเสมือนมาตรฐานรับรองคุณภาพของสตรีทฟู้ดไทย  ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการประเมินอย่างรอบด้าน หากพบข้อบกพร่อง โครงการจะไม่ได้มุ่งเพียงการตัดสิทธิ์ แต่จะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำและพัฒนาอย่างใกล้ชิด ในส่วนของการตรวจประเมิน จะมีอย่างน้อย 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนเข้าร่วมโครงการ ระหว่างกระบวนการพัฒนา และหลังสิ้นสุดการพัฒนา เพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้ายังคงรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ

รศ.ดร.ชนะศึก กล่าวต่อว่า ในการเปิดรับสมัครไม่มีค่าใช้จ่ายในปีแรก โดยกระบวนการพิจารณาใช้เวลาไม่นาน คาดว่าไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ SME One ID เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาคุณสมบัติ ทั้งด้านขนาดกิจการ จำนวนพนักงาน และมูลค่าทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง สำหรับปีถัดไปผู้ประกอบการที่ต้องการต่ออายุอาจมีค่าใช้จ่ายตามจริงสำหรับการตรวจประเมินและมอนิเตอร์มาตรฐาน แม้ระยะแรกโครงการจะเริ่มต้นจากร้านค้าที่มีระบบบริหารจัดการชัดเจนก่อน

“ในอนาคตมีแผนขยายการสนับสนุนไปยังผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น เพราะร้านรถเข็นและแผงลอยถือเป็นเสน่ห์สำคัญของสตรีทฟู้ดไทย หากมีการกำหนดมาตรฐานและแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสม ก็สามารถยกระดับเข้าสู่ระบบมาตรฐานเดียวกันได้ โดยเป้าหมายของโครงการไม่ใช่การลงโทษผู้ประกอบการที่ยังไม่พร้อม แต่เป็นการเข้าไปช่วยพัฒนา ถ่ายทอดความรู้ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์สตรีทฟู้ดไทยในระดับโลก” รศ.ดร.ชนะศึก กล่าว  

ปณิตา ชินวัตร

ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สำหรับโครงการ Thai Street Gold Star จะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการโดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการกว่า 1,500 ร้านค้า จากกรุงเทพมหานคร ชลบุรี และเชียงใหม่ และคัดเหลือเพียง 1,000 ราย แบ่งเป็นร้านสตรีทฟู้ด 700 ราย และธุรกิจ Wellness 300 ราย เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและรับรองมาตรฐาน Thai Street Gold Star อาทิด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย วัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อม อย่าง การเลือกใช้ภาชนะที่ปลอดภัยและไม่ก่อสารพิษ การใช้น้ำมันที่ไม่ผ่านการทอดซ้ำ รวมถึงการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพ

ปณิตา กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการยังได้รับการสนับสนุนผ่านแอปพลิเคชันกลางของโครงการ ซึ่งช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ร้านค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมระบบ POS ที่ช่วยบริหารจัดการร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการควบคุมต้นทุน การจัดการสต็อกสินค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ โดยสสว. ได้สนับสนุนงบประมาณบางส่วน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้นและขยายโอกาสสู่ตลาดสากลในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ Thai Street Gold Star และกำหนดการ Roadshow ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ Facebook : ThaiLand Food Therapy Festival

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แจ่มแจ้ง! 'ดุสิตโพล' ชี้คนกรุงฯหนุน 'ชัชชาติ' ทำงานต่ออีกสมัย

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง  “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 1)”

'ดุสิตโพล' ชี้พิษน้ำมันแพงกระทบหนักเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สงกรานต์ 2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,272 คน

'ดัชนีการเมือง' เดือนมี.ค.ตกต่อเนื่องพบเรื่องแก้ปัญหาความยากจนตัวฉุด

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมีนาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,181 คน

'ดุสิตโพล' ชี้คนไทยกังวลเรื่องราคาพลังงานเพิ่มสูงไม่หยุด

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับมาตรการพลังงาน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,347 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569

คนไทยห่วงสงครามอิหร่าน กระทบราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจไทย

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,394 คน

ดัชนีการเมือง ก.พ.ฟื้น ประชาชนคาดหวังรัฐบาลช่วยแก้เศรษฐกิจ

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,277 คน