‘ชัชชาติ’ เมินถูกคุ้ยปมแต่งตั้ง

“กกต.” เผยเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก.ยังไร้เรื่องร้องเรียน “ชัชชาติ” เมินถูกยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ มอบฝ่าย กม.ดูคนแอบอ้าง “ชัยวัฒน์” โอ่กระแสดีขึ้น ผู้สมัคร ปชน.บ่นเขตพญาไทย้ายหน่วยเลือกตั้งทำเสียเปรียบ “มัลลิกา-บิ๊กหยม” หาเสียงคึกคัก

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายณรงค์ รักร้อย   กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดอบรมวิทยากรเขตเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งต้องฟรีและแฟร์ แฟร์ คือ ผู้สมัครทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ ฟรี คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแสดงเจตจำนง ถ้าอย่างเต็มที่ไม่อยู่ภายใต้การถูกบังคับคุกคามหรืออามิสสินจ้าง  นี่คือหลักสากลของการเลือกตั้ง จึงต้องฝากเรื่องนี้ให้วิทยากรทุกคนอธิบายต่อ กปน.

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการ กกต.กทม. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และการเลือกตั้ง สก. ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน และยังไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับป้ายหาเสียง

วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ลงพื้นที่เขตยานนาวา  โดยได้นำเสนอนโยบายเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ เตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ นายชัชชาติได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานพรรคเศรษฐกิจ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 17 คน ว่าเป็นสิทธิของทุกคนที่สามารถยื่นเรื่องให้หน่วยงานตรวจสอบได้ และเห็นว่าเรื่องนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของหน่วยงานตรวจสอบ มั่นใจว่าการทำงานที่ผ่านมาเป็นไปตามระเบียบ และพร้อมให้ข้อมูลหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ใครก็ยื่นได้ ใครอยากจะยื่นอะไรก็ยื่น เรามั่นใจว่าเราทำทุกอย่างถูกระเบียบ ไม่มีปัญหาอะไร ยินดีเลย

“สิ่งสำคัญคือ ต้องยื่นเรื่องบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และต้องติดตามต่อว่าหลังยื่นแล้วกระบวนการตรวจสอบมีผลอย่างไร ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงในช่วงการเมืองหรือช่วงหาเสียงเท่านั้น” นายชัชชาติระบุ

ส่วนกรณีมี สก.บางคนหาเสียงและทำใบปลิวหาเสียงแอบอ้างว่าอยู่ทีมชัชชาติ และการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอยู่ ส่วนตัวไม่อยากให้เรื่องต้องไปถึงขั้นฟ้องร้องหรือขึ้นศาล หากสามารถตักเตือนหรือชี้แจงให้ถูกต้องได้ก่อน

ด้านนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หาเสียงในซอยอารีย์ 1 พร้อมกับให้สัมภาษณ์ถึงกรณีขณะนี้เริ่มมีวลีเลือกผู้ว่าฯ กทม. เป็นนายชัชชาติ แต่จะเลือก สก.จากพรรคส้มว่า ไม่ได้กังวลเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะในสมัยที่แล้ว สก.ของเราเคยทำงานกับนายชัชชาติมาก่อน แต่นโยบายและวาระต่างๆ อยู่กับผู้ว่าฯ กทม. หากอยากเห็นนโยบายที่พรรค ปชน.เป็นผู้เสนอขึ้นมาแล้วทำสำเร็จ คงต้องเลือกผู้ว่าฯ กทม.จากพรรค ปชน.

“จะเอานโยบายผู้ว่าฯ กทม.จากพรรค ปชน.ไปฝากไว้กับผู้ว่าฯ กทม.ท่านอื่นคงจะไม่เห็นการขับเคลื่อนอะไรอย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้น หากอย่างเห็น กทม.เป็นเมืองที่แคร์คนเกิดขึ้นได้ต้องมาจากผู้ว่าฯ พรรค ปชน." นายชัยวัฒน์ระบุ

เมื่อถามว่า มองกระแสที่นายชัชชาติถูกรุมโจมตีในขณะนี้ จะทำให้ได้รับคะแนนไปเทที่นายชัชชาติหรือไม่ นายชัยวัฒน์ตอบว่า ไม่เห็นว่ามีเรื่องถูกรุมเรื่องอะไร เราแค่นำข้อเท็จจริงที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรค ปชน.เคยพูดไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขในหลายเรื่อง เช่น สิทธิบัตรทองที่มีประชาชนเข้าชื่อ 400 คนร้องผู้ว่าฯ กทม.ในปี 67 แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่ได้เพิ่มสิทธิบัตรทองให้บุคคลเหล่านั้น

นายชัยวัฒน์ยังกล่าวถึงผลสำรวจของนิด้าโพลที่คะแนนยังทิ้งห่างนายชัชชาติว่า หากดูช่วงเวลาสำรวจโพล จะพบว่าสำรวจในช่วงวันที่ 4-7 มิ.ย. เป็นการทำโพลก่อนที่จะมีการดีเบตครั้งแรกคือวันที่ 8 มิ.ย. ซึ่งจากการดีเบตในสองครั้งที่ผ่านมาตนคิดว่าประชาชนน่าจะได้เห็นหลายประเด็นที่เป็นปัญหาใน กทม. โดยเฉพาะปัญหาเรื้อรัง เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร และคิดว่าปัญหาที่ประชาชนได้เห็นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากผลโพลที่ได้ทำไปก่อนหน้านั้น

นายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ ผู้สมัคร สก.เขตพญาไท พรรค ปชน. เปิดเผยว่า ในเขตพญาไทมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 80 หน่วย โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการย้ายหน่วยเลือกตั้งถึง 44 หน่วย ตนได้ลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนอุทัยรัตน์ ท้ายซอยประดิพัทธ์ 15 พบว่ามีผู้คนสูงอายุในชุมชนบ่นถึงการย้ายหน่วยเลือกตั้งจากท้ายซอย 15 ไปยังศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 19 ซึ่งมีระยะทางไกลเกือบ 1 กิโลเมตร

ขณะที่ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางไปเยี่ยมชมและร่วมรับประทานอาหารที่ร้าน "ข้าวแกง 10 บาท" ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ ประธานพรรคไทยภักดี

โดยนางมัลลิกาได้เดินเลือกชิมเมนูอาหารที่มีความหลากหลาย ทั้งแกง ต้ม ผัด และของทอด ซึ่งขายในราคา 10 บาท พร้อมกล่าวว่า เกินคาดมาก ทั้งเรื่องรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ความสะอาด และความหลากหลายของเมนู ในราคาแค่นี้ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้จริงๆ              

ทางด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชนบ้านครัว เขตราชเทวี ชุมชนมุสลิมเก่าแก่ใจกลาง กทม. ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

โดย พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวภายหลังรับฟังปัญหาว่า ระบบรับเรื่องร้องเรียนของ กทม.ไม่ตอบสนองประชาชน หากตนได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเปิดเผยข้อมูลเรื่องร้องเรียนทุกเรื่องให้ประชาชนติดตามได้ว่าเรื่องอยู่ขั้นตอนใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบ ตนเป็นตำรวจมาทั้งชีวิต รู้ว่ายาเสพติดกัดกินชุมชนอย่างไร เรื่องร้องเรียนต้องติดตามได้ ไม่ใช่ร้องไปแล้วเงียบหาย ส่วนขยะ ไฟส่องสว่าง อุปกรณ์ดับเพลิง เป็นอำนาจหน้าที่ กทม.โดยตรง ไม่ต้องรองบใหม่ แค่บริหารให้เป็น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์’

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47 "ในหลวง" โปรดเกล้าฯ จัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี

ขู่ยื่นปปช.สกัดTH-AI ไอซ์ขึงขังลั่นไม่ไว้หน้าใคร ย ํ้าโครงการผิดปกติทุกสิ่ง!

"ไอซ์" ขู่ยื่น ป.ป.ช.สกัด TH-AI Passport 1,600 ล้าน ยันพบผิดปกติทุกอย่าง โวพรรคส้มมาตรฐานสูง ต่อให้เป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หากโกงจะไม่ไว้หน้า