ขยายอุทธรณ์ถึง31สค. คนจน5.4ล้านยังไม่ยื่น

บัตรคนจนเขย่ารัฐบาล มติ ครม.ไฟเขียวขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปถึง 31 ส.ค. ปลดล็อกมอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปีไม่เข้าข่ายรถคลาสสิก ด้าน “ลวรณ” เปิด 4 เกณฑ์สแกนกลุ่มนอมินี "กรมการปกครอง” ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 878 แห่ง พบยังไม่ยื่นอุทธรณ์สูงถึง 5.4 ล้านคน “ศิริกัญญา” ชี้ไทยโดนรีดภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกา 12.5% แค่น้ำจิ้ม เจอขยัก 2 ถูกสอบสวนใช้กำลังผลิตมากเกินควรรุนแรงกว่า กระทุ้งรัฐบาลเปิดข้อมูลเจรจาให้ ปชช.มีส่วนร่วม ด้านนายกฯ นับถอยหลังเตรียมความพร้อมไทยเจ้าภาพจัด IMF-World Bank 2026 ยกเป็นเวทีสร้างความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ประเทศ

เมื่อวันจันทร์ เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้เลื่อนกำหนดการยื่นอุทธรณ์ กรณีผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมสิ้นสุด 31 ก.ค.เป็นวันที่ 31 ส.ค. 2569 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ขอให้ขยายเวลาการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจนถึง 30 ก.ย. สำหรับผู้ถือบัตรเดิม สามารถใช้สิทธิ์ได้ต่อ และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสำหรับชุดใหม่จะเริ่มใช้สิทธิ์พร้อมกันคือ 1 ต.ค. 2569

นายสิริพงศ์กล่าวว่า หนึ่งในหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมได้พิจารณาให้คือ เกณฑ์เรื่องอายุรถ โดยเป็นหลักการว่ารถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี ที่มีมูลค่าไม่สูง แต่หากเป็นรถเก่า รถสะสม เช่น รถคลาสสิก หากใครมีครอบครองรถเหล่านี้ ทางกรมการขนส่งจะมีหน้าที่คัดออก ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุเกิน 15 ปี ไม่เกิน 300 ซีซี และไม่เข้าข่ายเป็นมอเตอร์ไซค์คลาสสิก ทางกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการถอนบัญชีให้ โดยจะแจ้งไปที่กระทรวงการคลังให้ โดยไม่ต้องมาอุทธรณ์ ส่วนกรณีที่ต้องอุทธรณ์ เช่น รถไม่ได้ใช้และยังไม่ได้ไปแจ้งยกเลิกทะเบียน ตรงนี้ต้องอุทธรณ์ สามารถอุทธรณ์ได้ที่ขนส่ง หรือดีที่สุดคือไปที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส จะได้จบทีเดียว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม.เห็นชอบขยายเวลาการขอทบทวนสิทธิไปอีก 1 เดือน และขยับระยะเวลาการยื่นเอกสารจากเดิมภายในวันที่ 16 ส.ค. 69 เป็นวันที่ 20 ก.ย. 69 ทั้งนี้เกณฑ์เดิมที่ใช้ในการคัดกรองยังอยู่ แต่เกณฑ์ย่อยที่ใช้ในแต่ละเรื่องมีการปรับให้เหมาะสมกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งคนที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนในรอบนี้ 9.3 ล้านคน จะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่ผ่านแน่ๆ 2.กลุ่มที่คิดว่าผ่านแต่ข้อมูลไม่อัปเดตเป็นปัจจุบัน ที่จะมีการขอให้ทบทวนสิทธิ 3.กลุ่มที่พบการใช้นอมินี โดยนำชื่อของประชาชนไปใช้จดทะเบียนบริษัท การครอบครองทรัพย์สินที่ดินหรือยานพาหนะ หรือเกณฑ์ของนักศึกษา จึงต้องมีการคัดกรองอีกครั้ง ยกตัวอย่างเกณฑ์ย่อยในการถือหุ้นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดว่า  เมื่อก่อนจะมีการดูทั้งหมด แต่ในครั้งนี้จะเว้นให้แค่รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน

 “ส่วนการมีบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่ามีวิถีการดำรงชีวิตที่สูงกว่าคนปกติ เข้าสู่ตลาดทุนได้ แต่วันนี้มีบัญชีหลักทรัพย์บางประเภทที่ไม่มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่เปิดมา โดยจะคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน เพราะบางครั้งมีโปรโมชันของบางบริษัทให้คนไปเปิดบัญชีเพื่อแลกกับของขวัญทำให้มีบัญชีเหล่านี้ค้างอยู่ ซึ่งแนะนำให้ประชาชนที่ถือบัญชีเหล่านี้อยู่ไปปิดบัญชี เพราะไม่ควรจะมีอะไรที่ค้างคาเอาไว้" นายลวรณระบุ

นายลวรณยังกล่าวถึงกรณีนักเรียนนักศึกษาการศึกษานอกระบบว่า หากเป็นคนที่เรียนอยู่จริงๆ จะแยกรายชื่อออกมาให้ แต่ที่ไม่ได้เรียนจริงอาจจะต้องพิจารณาในแง่ของนอมินี ส่วนกรณีผู้ครอบครองรถยนต์เกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์เกิน 15 ปีนั้น มูลค่าไม่เหลือแล้ว และเราจะมีการคัดกรองให้ เราจะดูให้เองตามกระบวนการ แต่ขอให้ยื่นทบทวนสิทธิมา

ด้านนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงการดำเนินการของศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสว่า ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบวงกว้างให้ประชาชนได้ทราบ สำหรับกรณีของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกมีจำนวนกว่า 9,300,000 คน โดยมีผู้มายื่นขอทบทวนสิทธิ์จำนวน 3,855,165 คน ยังไม่ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5,459,000 คน ซึ่งการตรวจสอบสิทธิในระดับอำเภอ ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสได้ประชาสัมพันธ์ให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านไปรับข้อมูลและนำมายื่นที่อำเภอ เพื่อตรวจสอบสิทธิได้ทันที

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีภาษีศุลกากรต่อ 60 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ซึ่งไทยได้รับผลกระทบว่า รอบนี้เราโดนมาตรา 301 คือการใช้แรงงานภาคบังคับเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มหรือทีเซอร์ แต่แค่ทีเซอร์เราก็โดนระดับสูงสุดคือ 12.5% อยู่ในกลุ่มบน จึงขอเรียกร้องไปที่รัฐบาลและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดคุยว่าจะเร่งเจรจาเจรจาให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการประกาศคือวันที่ 24 ก.ค.นี้ แต่ไม่แน่ใจว่าการเจรจาจบสิ้นไปแล้วจริงๆ หรือไม่ เพราะเห็นไปสหรัฐอยู่หลายรอบ ท้ายที่สุดดอกแรกแรงงานภาคบังคับเรายังโดนอยู่ที่ 12.5%

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า อีกขยักหนึ่งที่น่าจะรุนแรงมากกว่าคือ กรณีที่ถูกสอบสวนเรื่องการใช้กำลังการผลิตมากเกินควร ซึ่งการเจรจาจะมีกรอบข้อตกลงที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ในปลายปี 2568 นั่นคือการโดนภาษี 19% แต่รอบนี้อาจจะไม่รุนแรงเท่าเดิม เช่นกรณีที่เป็นแรงงานบังคับ 12.5% ก็ยังได้รับการยกเว้นในหลายสินค้า และส่วนใหญ่เป็นที่ได้ส่งออกไปสหรัฐด้วย แต่ข้อตกลงยังคงเป็นกรอบเดิม ซึ่งมีรายละเอียดที่ผูกมัดประเทศไทยพอสมควร จึงอยากสอบถามว่าสุดท้ายแล้วจะเปิดเผยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า แน่นอนเราทราบดีว่าเป็นความลับที่เราต้องเจอในกระบวนการเจรจา ถ้าจำกันได้ในสมัยนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปเจรจาตอนจะโดน 36% ก็มีการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นระยะว่า มีสินค้าตัวไหนเอาเข้าไปอยู่ในกระบวนการเจรจาบ้าง ทั้งข้าวโพด น้ำมัน เครื่องบินที่จะไปซื้อเพิ่มเติม แต่ครั้งนี้ไม่มีและประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้เลย จึงมีข้อกังวลตามมาว่าจะมีการเจรจาอะไรที่จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ ไม่ได้รับรู้ล่วงหน้า

 “รัฐบาลสามารถเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบได้ ภายใต้กรอบที่เป็นความลับ อาจจะต้องเปิดเผยเบื้องต้นว่า มีการเพิ่มเติมสินค้าตัวไหนเข้ามาหรือไม่ หรือข้อตกลงหรือข้อกำหนดที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เช่นกฎระเบียบ เราจะใช้กฎระเบียบการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรตามสหรัฐหรือไม่ เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ไม่ติดแต่ไม่ได้มีการสื่อสารจากฝั่งรัฐบาลเท่าที่ควร” น.ส.ศิริกัญญาระบุ

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า เหลือเวลาเตรียมงานอีก 77 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะต้องขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เร่งรัดให้เป็นไปตามแผน  เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพของไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศ และเป็นโอกาสของประเทศไทยโดยเฉพาะด้านการค้า เศรษฐกิจ การเมือง และภาพลักษณ์ ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมที่มีความสำคัญไม่แพ้กับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวยืดอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' 20 ก.ย. คืนสิทธิ 4 กลุ่ม เริ่มใช้ 1 ต.ค.

ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' ไป 31 ส.ค. แก้ข้อมูลไม่เกิน 20 ก.ย. สิทธิเก่าใช้ได้ถึง 30 ก.ย. ส่วนรอบใหม่เริ่ม 1 ต.ค. คืนสิทธิ 4 กลุ่ม มท. ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง