ช่วงโค้งสุดท้าย ชิง‘ผู้ว่าฯ’คึกคัก ตะลุย‘หาเสียง’

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งท้องถิ่นคึกคัก  กกต.ย้ำผู้ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.  สก. นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา แจ้งเหตุได้ตามกำหนด ป้องกันเสียสิทธิ  ขณะที่ภาค ปชช.ชวนจับตาเลือกตั้งให้โปร่งใส  ด้านสนาม กทม.แข่งขันเข้มข้น “หน.เท้ง” น้อมรับผลโพล หลัง “มัลลิกา” แซง “ชัยวัฒน์” ขึ้นอันดับ 2 ท่ามกลางผู้สมัครหลายพรรคเร่งหาเสียง ชูนโยบายปราบโกง

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ 1.แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 21-27 มิถุนายน 2569 2.แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งในช่วงหลังวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2569

โดยสามารถแจ้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/8 หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านให้ชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ด้วยเหตุใด ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ แอปพลิเคชัน Smart Vote หรือเว็บไซต์ www.ect.go.th, ทางเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย, แจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทนที่นายทะเบียนท้องถิ่น และแจ้งโดยจัดส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนถึงนายทะเบียนท้องถิ่น

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมิได้แจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  หรือแจ้งเหตุแล้วแต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนี้ (1) สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (สถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) (2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน (3) เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง (5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น และ (6) ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น

ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ องค์กรภาคประชาชนร่วมแถลงข่าว “จับตาความโปร่งใส เลือกตั้ง กทม.-พัทยา” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 โดยมี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เป็นต้น

รศ.ปริญญากล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคำถามมากมายเรื่องความไม่โปร่งใส และจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งของประเทศไทยไม่เกิดคำถามหรือข้อสงสัยแบบนี้อีก ดังนั้น องค์กรที่เป็นภาคประชาชนที่ติดตามสังเกตการณ์เลือกตั้งมาหลายครั้ง คือ We Watch, iLaw และเครือข่ายภาคประชาชน จึงจัดกิจกรรมจับตาการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อนำหลักความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กลับคืนมา เพราะสิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกใครก็เป็นสิทธิโดยบริบูรณ์ของประชาชน และประชาธิปไตยของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นต่าง ก็จบที่หีบบัตรเลือกตั้ง

รศ.สมชัยกล่าวว่า กกต.ควรจะใช้โอกาสของการเลือกตั้งท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการทบทวนใช้นวัตกรรมต่างๆ เพื่อเตรียมการการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส รวมถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการรายงานผลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กลับไม่ใช้โอกาสนี้เลย แต่กลับบอกว่าจะใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครและพัทยาครั้งนี้ให้ดีที่สุด ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชนหรือภาคประชาชนมาดำเนินการเอง

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลโพลตอนนี้ที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แซงนายชัยวัฒน์  สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชนไปแล้วนั้น จะทำให้คะแนนกลับมาได้หรือไม่ ว่าเราน้อมรับทุกข้อคิดเห็นจากผลโพล แต่ตนสมัยการเลือกตั้งปี 2562 ผลโพลตนก็อยู่ที่ 3-4 แต่ก็ชนะการเลือกตั้งมาได้ โพลที่แม่นที่สุดคือโพลในวันเลือกตั้ง

ดังนั้นจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ตนและพรรคประชาชนมีหน้าที่ออกไปทำให้พี่น้อง กทม. เห็นความสำคัญในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ แล้วออกไปเลือกตั้งด้วยความหวัง ครั้งนี้เราไม่ได้เลือกแค่มาแก้ปัญหาหน้าบ้าน แต่เราเลือกพ่อเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ออกไปด้วยความหวังให้ กทม.ดีขึ้นกว่านี้

ขณะที่ความคลื่อนไหวการหาเสียงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 21 มิ.ย. พบว่า นายชัยวัฒน์ลงพื้นที่หาเสียงที่การเคหะชุมชนธนบุรี 3 ร่วมกับนายเขมชาติ ฉัตรตรัสตรัย ผู้สมัคร สก.เขตบางบอน เบอร์ 3 และที่หมู่บ้านพระปิ่น 5 ร่วมกับ น.ส.เอษณา จรัสสุริยพงศ์ ผู้สมัคร สก.เขตบางขุนเทียน เบอร์ 4 โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชนด้วย

ส่วนนายอนุชา บูรพชัยศรี หรือเจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์  (ปชป.) เบอร์ 5 พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรค  ร่วมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงช่วยนายชัชชนะพงศ์ แก้วทอง ผู้สมัคร สก.เขตบางเขน เบอร์ 2 พรรค ปชป. ที่ตลาดยิ่งเจริญตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเดินทางต่อมาที่ตลาดเมืองทอง (บึงสีกัน) ซอยแจ้งวัฒนะ 14 เพื่อขอคะแนนเสียงจากชาวเขตหลักสี่ให้นายต้นรังสรรค์ กียปัจจ์ ผู้สมัคร สก.เขตหลักสี่ เบอร์ 4 พรรค ปชป. ที่ก่อนจะเดินทางไปที่ตลาดจตุจักร 2 เพื่อช่วยแนะนำนโยบายการพัฒนาพื้นที่และขอคะแนนให้นายจิรัฏฐ์ เชาว์อริยรัฐ ผู้สมัคร สก.เขตมีนบุรี เบอร์ 2 พรรค ปชป. ที่ตลาดจตุจักร 2 ต่อด้วยการลงพื้นที่ปิดท้ายการหาเสียงในวันหยุดสุดสัปดาห์ช่วยนายเกษนันท์ เรืองตาบ ผู้สมัคร สก.เขตคันนายาว เบอร์ 1 พรรค ปชป.

นายอนุชากล่าวว่า นอกเหนือจากปัญหาเรื้อรังที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาขยะและความสะอาดแล้ว พี่น้องประชาชนยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังด้วย ต่างต้องการให้ผู้ว่าฯ และ สก.จากพรรค ปชป.เข้าไปขจัดการทำงานที่ไม่โปร่งใสใน กทม.  เมื่อถามถึงผลการสำรวจความคิดเห็น (โพล) ในช่วงโค้งสุดท้ายที่ยังเป็นรอง นายอนุชากล่าวว่า ตนไม่มีความกังวลใจใดๆ เพราะตลอดการลงพื้นที่ มีพี่น้องประชาชนยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป

ขณะที่นางมัลลิกา ได้นำคาราวานรถแห่ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตประเวศและเขตสะพานสูง โดยเฉพาะบริเวณตลาดเคหะร่มเกล้าและตลาดสัมมากร ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก พร้อมชูนโยบายพลิกกรุงเทพฯ ปราบทุจริต-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ชาวกรุงเทพฯ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

4รายพันสินบนทองคำ

“เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก” โคม่า คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกามีมติแจ้งข้อกล่าวหา 4 ผู้เกี่ยวข้องคดีเรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ

ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา

‘อนุทิน’คิกออฟ ปลดล็อกลงทุน

“อนุทิน” กดปุ่มคิกออฟ "Thailand FastPass" 23 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกอุปสรรคลงทุนโครงการใหญ่เต็มสูบ ดันคำขอส่งเสริมลงทุนแสนล้านสู่ลงทุนจริง “เอกนิติ” ชี้ปรับกลไกการอนุมัติภาครัฐ หนุนเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนเพิ่ม ปลื้ม IMD ให้คะแนนส่งเสริมลงทุนระหว่างประเทศไทยพุ่งขึ้น 6 อันดับ