"อนุทิน" รับโพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง คะแนนนิยมหายต้องเร่งแก้ อ้างบางเรื่องสื่อสารไม่ชัดเจน ส่วนที่ดีกลับไม่สื่อสาร ขู่ รมต.โลกลืมเดี๋ยวนายกฯ ลืมบ้าง หลุด ครม.ได้ สั่ง รมต.กินลาบกับนักข่าวสร้างความคุ้นเคย "วันนอร์" บอกคะแนนนิยมนายกฯ ลดเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงาน ระบุต้องให้กำลังใจต่อสู้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน มติวิปรัฐบาลเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขตามที่ สว.แก้ไข ไม่ต้องตั้ง กมธ.ร่วม กกต.เตรียมชง 3 คำร้องเลือกตั้ง สส.และ 1 คำร้องออกเสียงประชามติเข้าวาระประชุม
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล โดยคะแนนของตัวนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลดลงว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพลและคนที่แสดงความคิดเห็น เราก็ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนมันน้อยลง แสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องแก้ไขตรงนั้น เพราะตนสนใจโพลมาตลอด เพราะตนก็มาจากโพล 2% ตอนนี้โชคดีเหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิม ซึ่งผลโพลที่ออกมาไม่ได้บอกว่าต้องไปแข่งกับใคร เอาเป็นว่าจาก 26% แล้วลงมา 21% หายไป 5% ก็ต้องไปแก้ไข
เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปคิดว่าเป็นจุดใด นายอนุทิน กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจนไม่เต็มที่ คิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความก็อาจไม่ได้เน้นตรงนั้น ส่วนที่ดีดันไม่สื่อสาร วันนี้ก็คอมเพลนไปหลายคน เพราะวันนี้จีดีพีก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นก็เสถียรขึ้นมาอยู่เหนือ 1,600 จุด เรื่องการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น การเข้าสู่ OECD หลายประเทศก็ยืนยันสนับสนุนจากแทบทุกประเทศที่ได้พบ ทุกคนต่างเชื่อมั่นประเทศไทยว่ามีอนาคตที่สดใส มีโอกาสที่ดี เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลกนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรื่องที่เป็นภาระ เรื่องที่ดึงให้เราถอยหลัง ก็พยายามสลัดมันให้ออก โดยกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้และไปเน้นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด
"ต้องถือว่ายังสื่อสารไม่ดีก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม ซึ่งวันนี้ผมก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืมนายกฯ ก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯ ลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องมานั่งคุยกัน แต่ครม.ชุดนี้เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมาเราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติผมจะปรับ ครม. จะให้ใครออกใครเข้า ไม่ใช่ผลัดกันเป็นสมบัติผลัดกันชม ต้องอธิบายเขาได้ว่าทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป"
เมื่อถามว่า ได้เตือนรัฐมนตรีกระทรวงที่โลกลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีกเพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา เดี๋ยวก็ต้องมีคนบอกว่าเรื่องโพลก็มักจะออกมาเช่นนี้ แต่ตนสนใจทุกโพลแม้เป็นโพลตามตำบลก็สนใจ เพราะถ้าเขาไม่สนใจไม่ติดตามเราเขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ตนต้องไปพูด เพราะการสื่อสารของตนไม่ใช่แค่กับประชาชน แต่ต้องสื่อสารกับทีมของตนว่ามันชักจะไม่ใช่ มันเป็นแบบนี้ตนก็ต้องบอก ขณะที่พรรคร่วมหัวหน้าพรรคร่วมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา อย่างภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27-28 คน ถ้าคนหนึ่งหมั่นสื่อสารก็ได้ 28 ข่าวแล้ว บางทีทำไมรัฐมนตรีไม่มีข่าวสื่อสารออกไป แต่มาสื่อสารกับตนอย่างเดียว ทุกคนทำงานหมดแต่ไม่สื่อสารออกไป เราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้
เมื่อถามว่า จะใช้เวลาประเมิน ครม.ชุดนี้นานเท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่นานหรอกครับ ก็มีหลักปฏิบัติอยู่ทั่วไป เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่างที่เรียน ตั้งใจทำงาน แต่ทำงานแล้วไม่ขยายความ ไม่สื่อสาร ยืนยันว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครอยู่เฉยอย่างแน่นอน แต่ต้องสื่อสารด้วย ต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแต่ไม่พูดไม่จา ไม่สื่อสาร ทำคนเดียวอย่างนี้ก็ไม่ได้”
“ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบ้าง มัวถามแต่ผม ผมก็เกรงใจ พวกเราเหมือนพี่น้องกัน บางทีผมเดินหนีผู้สื่อข่าว ขึ้นรถไปผมก็นั่งปาดน้ำตาว่าวันนี้เราไม่ค่อยไนซ์กับน้องๆ เลย ก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูว่างานอะไรหากเป็นเศรษฐกิจก็ถาม รมว.คลัง รมว.พาณิชย์บ้าง อย่างที่บอกพวกนั้นก็ไม่เคยไปกินลาบกับผู้สื่อข่าว มีแต่ผมไปกิน เดี๋ยวต้องให้เขาสร้างความคุ้นเคย” นายอนุทินกล่าวเมื่อถูกถามว่า รู้สึกหรือไม่ว่าเหมือนพูดอยู่คนเดียวในทุกๆ เรื่อง
เมื่อถามว่า ในส่วนของประธานคณะกรรมาธิการของพรรค ภท.ตอนนี้ก็เหมือนทำงานกันคึกคักขึ้น มีโอกาสที่คนเหล่านี้จะได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งให้สมาชิกได้แสดงฝีมือและผลงาน ส่วนการปรับ ครม.ยึดหลักที่ผลงาน ความสามารถ ความทุ่มเท เมื่อถามย้ำว่า มีรัฐมนตรีที่เข้าข่ายต้องถูกเตือนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะให้ตนพูดตรงนี้ได้อย่างไร ตนเตือนก็เข้าห้องเย็นของตน
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจคะแนนนิยมของนายกฯ ลดลงเพราะเจอกับปัญหาหลายด้านว่า คนทำงานก็จะมีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา นายกฯ และ ครม.มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาต่างๆ แต่บังเอิญว่าปัญหาอาจจะรุมเร้ามากไปบ้าง ทั้งสถานการณ์ในประเทศและภูมิภาค ดังนั้นต้องมีกำลังใจในการต่อสู้ แต่สำคัญที่สุดคือต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพลังความสามัคคีของคนในประเทศ ต้องร่วมมือกับรัฐบาล
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีกระแสข่าวอักษรย่อ ศ. จะได้เป็นนายกฯ สำรอง นายวันมูหะมัดนอร์ยิ้มแล้วบอกว่า อันนี้ตนไม่ทราบ และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่
ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมวิปรัฐบาลได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. (กฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งไม่รวมนิรโทษกรรมความผิด ม.112) ว่า เรื่องดังกล่าวมติวิปรัฐบาลได้คุยกันและลงมติให้เห็นชอบตามที่ สว.แก้ไข เพราะเป็นเพียงการแก้ไขถ้อยคำไม่ใช่สาระสำคัญ โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายยังคงเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายตามที่สภาเห็นชอบ โดยหลังจากมีมติวิปรัฐบาลแล้ว จะให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลกลับไปหารือภายในพรรคกันอีกครั้ง ว่าจะมีประเด็นใดเสนอเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ในหลักการมติวิปรัฐบาลยืนยันให้เห็นชอบตามที่ สว.แก้ไข ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยืนยันตามมติวิปรัฐบาล
นายกรวีร์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ตัวแทนฝ่ายค้านได้หารือว่าจะขอให้ตั้ง กมธ.ร่วมสองสภา เพื่อพิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นเพียงการพูดคุยและหารือในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจในสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านเสนอ แต่ยังไม่มีข้อตกลง เพราะตนจะขอนำมาหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลในวันนี้ ทั้งนี้วิปรัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าสาระสำคัญไม่ได้ถูกแก้ไข เพราะ สว.แก้ไขแค่การเพิ่มถ้อยคำเท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องตั้ง กมธ.ร่วม
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและความปรากฏกรณีการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 จำนวน 313 เรื่อง แบ่งเป็นคำร้อง 266 เรื่อง และความปรากฏ 47 เรื่อง โดย กกต.พิจารณาแล้วเสร็จ 100 เรื่อง โดยสั่งไม่รับคำร้องหรือให้รวบรวมเป็นข้อมูลจำนวน 78 เรื่อง และสั่งยกคำร้องหรือสั่งยุติเรื่องจำนวน 22 เรื่อง และมีเรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 213 เรื่อง แบ่งเป็น 35 เรื่องอยู่ระหว่างการสืบสวนไต่สวน และมี 47 เรื่องที่สำนักงาน กกต. เสนอสั่งไม่รับคำร้อง ส่วนเรื่องที่สำนักงาน กกต.สรุปสำนวนหรือจัดทำความเห็นเสนอต่อเลขาฯ กกต. 112 เรื่อง และมี 16 เรื่องที่เสนอสำนวนต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ส่วนอีก 3 เรื่องอยู่ระหว่างเสนอสำนวนเข้าวาระการประชุม กกต.
ขณะที่ความคืบหน้าการพิจารณาหรือความปรากฏเรื่องการออกเสียงประชามติมี 8 เรื่อง แบ่งเป็นคำร้อง 6 เรื่องและความปรากฏ 2 เรื่อง ซึ่ง กกต.ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 2 เรื่อง โดยมีคำสั่งไม่รับคำร้องหรือรวบรวมไว้เป็นข้อมูล และอีก 6 เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสำนักงาน กกต.เสนอสั่งไม่รับคำร้อง 3 เรื่อง และสรุปสำนวนหรือจัดทำความเห็นเสนอต่อ กกต.อีก 2 เรื่อง ส่วนอีก 1 เรื่องอยู่ระหว่างเสนอสำนวนเข้าวาระที่ประชุม กกต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน-เอกนิติ ขาไม่สั่น ศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก. 4 แสนล้าน
ก่อนถึงวันชี้ชะตา “พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท” ว่าจะได้ไปต่อหรือสะดุดลง?
‘เมสซี’นำทัพ‘อาร์เจนตินา’ รอเชือด‘อียิปต์’รอบ16ทีม
ฟุตบอลโลก 2026 ค่ำคืนวันที่ 7 กรกฎาคม หรือต่อช่วงเช้าวันที่ 8 กรกฎาคม
รับสภาพศาลชี้พ.ร.ก. สว.ผ่านพ.ร.บ.โอนงบฯ
“อนุทิน-เอกนิติ” ประสานเสียงรับสภาพ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้าน
กห.ไม่ให้ราคา ปัดเจรจาBRN ยํ้าคุยสันติสุข
"บิ๊กดุลย์" ปัดเจรจากับกลุ่ม BRN ยันไม่ยกระดับกลุ่มก่อเหตุเกินความจำเป็น
2ผู้ต้องหาส่งยานอนคุก กรมศุลตรวจเข้มขาออก
ตำรวจ บช.ปส.ฝากขัง 2 ผู้ต้องหาคดีค้าเฮโรอีน มือส่งของให้แอร์สาว
ตั้งกก.สอบวินัย5บิ๊กสถ.
นายกฯ ยันปลัดลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง ขรก.สถ.แล้ว ชี้เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้ ลั่นไม่มีซูเอี๋ย วิ่งเต้น

