นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ-อีสาน สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด พร้อมเร่งฟื้นฟูเยียวยาประชาชน ขอบคุณ “ยศชนัน” ลงพื้นที่ทันทีน้ำท่วมเมืองน่าน ผู้ว่าฯ ย้ำแห้งแล้ว เข้าสู่การฟื้นฟูคาด 4-5 วันกลับปกติ พร้อมจ่ายเงินก้อนแรก 6,700 บาท 30-31 ส.ค.นี้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 สถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่านเริ่มคลี่คลายเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูจากความเสียหายอย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่บรรยากาศในเมืองน่านเริ่มคึกคักขึ้น บ้านเรือน ร้านค้า แผงค้าขายในตลาดศรีคำ และริมถนนสุมนเทวราชกลับมาเปิดทำมาค้าขาย ชาวเมืองน่านออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของกันเป็นปกติแล้ว
เวลา 09.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน และในเวลา 11.05 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ศาลากลางจังหวัดน่าน นายอนุทินเป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37 จังหวัด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย
จากนั้นนายอนุทินกล่าวเปิดประชุมว่า ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ และขอบคุณนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นอันมาก เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ทันทีในช่วงที่ตนเองติดราชการที่ต่างประเทศ แต่เราได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งได้รับทราบสถานการณ์มาโดยตลอดจากการรายงานนายยศชนัน และทราบด้วยความมั่นใจว่า ท่านจะสามารถกำกับดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ และขอบคุณรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนได้เข้ามาช่วยนายยศชนันในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
“ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยภาพรวมถือว่ามีการคลี่คลายลงไปแล้ว แต่เรายังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากยังอยู่ในฤดูฝนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก และจากปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แม้บางพื้นที่จะมีน้ำลด และจะเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูแล้ว แต่เรายังคงต้องตรึงทรัพยากรต่างๆ เอาไว้เพื่อให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมด้วยว่า ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ให้ติดตามและคาดการณ์สถานการณ์ฝนในพื้นที่ จังหวัดที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง และให้มีการวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มจุดที่มีฝนตกหนักและหนักมาก และทำแผนที่น้ำท่วมและการคาดการณ์ และแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที อีกทั้งขอให้ สทนช.และกรมชลประทาน รวมถึงจิสด้าประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจและอำเภอเมืองฯ อำเภอใหญ่ๆ รวมถึงพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบการตัดสินใจในการแจ้งเตือนประชาชน
“ผมขอเน้นย้ำว่า หากรู้ว่ามวลน้ำไปถึงที่พื้นที่ใด ขอให้แจ้งให้ประชาชนทราบโดยทันที อย่ารอให้น้ำมาถึงแล้วค่อยแจ้ง เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาเตรียมตัวยกของ ย้ายรถ และที่สำคัญที่สุดคือการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากเคหสถาน ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว รวมถึงขอให้ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำให้พร้อม หากฝนมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที” นายกฯ กล่าว และว่า ในระยะยาวจะให้ สทนช.เสนอแผนการแก้ไขอุทกภัยเข้ามา
นายอนุทินยังกล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องใหญ่ที่อยากเน้นเป็นพิเศษจากประสบการณ์ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลก่อนคือ เวลามีภัย ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร เพราะข้าวกล่องส่วนใหญ่ข้าวเยอะกับน้อย ฝากท่านผู้ว่าฯ ร่วมกับนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งมีความละเอียดลออในเรื่องสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ เพราะอาหารก็เป็นกำลังใจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความรู้สึกว่าเขาไม่ถูกทอดทิ้ง ต้องคิดว่าถ้าเราจะกินข้าว เราจะกินยังไง ยิ่งถ้าเจอกล่องที่ข้าวสวยเยอะๆ แล้วมีปีกไก่เล็กๆ 2 อัน ทอดแห้งๆ แล้วก็มีไข่ต้ม 1 ใบ มันเป็นการซ้ำเติม
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เราจะเร่งเยียวยาฟื้นฟูซ่อมแซม บรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชนด้วยความรวดเร็วอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลทุกภาคส่วนได้เร่งหารือแนวทางที่จะดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ เพราะทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นหลัก เป็นการเอาใจใส่สภาวะผู้นำในสถานการณ์ที่ดีของนายยศชนันด้วย ที่ได้เร่งประสานงานกับทุกกระทรวงและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาอยู่ในพื้นที่
นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สรุปสถานการณ์อุทกภัยว่า วันนี้ระดับน้ำที่แม่น้ำน่านถือว่าแห้งหมดแล้ว และตอนนี้อยู่ในช่วงของการฟื้นฟู ทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน ซึ่งได้นำทรัพยากร เครื่องจักร และกำลังคนจากหน่วยงานที่นายกฯ ได้มอบหมายให้นายยศชนันลงมาบัญชา ยังมีกองทัพและอีกหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกัน โดยจะไล่ทำตั้งแต่ อ.ปัว ท่าวังผา เมืองฯ ภูเพียง และเวียงสา โดยจะใช้เวลา 4-5 วันฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติ และหลังฟื้นฟูจะเป็นการเยียวยา โดยได้รับนโยบายจากทางรัฐบาลให้จ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด โดยส่วนแรกจะเป็นค่าเครื่องนอน ค่าเครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม พร้อมจ่ายทันที 6,700 บาท โดยกำหนดจ่ายตั้งแต่วันที่ 30-31 ส.ค.และ 1 ก.ย.นี้ ส่วนรอบ 2 จะเป็นค่าซ่อมแซมบ้านและส่วนที่เสียหาย
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงการทรุดตัวบริเวณด้านทิศตะวันออกของพระอุโบสถวัดภูมินทร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดน่าน ว่า สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดน่านเข้าไปสำรวจแล้ว พบว่าระดับน้ำที่ท่วมในครั้งนี้ไม่ได้ทำความเสียหายกับโบราณสถานและภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถ สำหรับรอยร้าวที่ปรากฏเป็นรอยเดิมกับที่ตรวจพบภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2568 ซึ่งเป็นรอยร้าวที่ชั้นผิว ไม่กระทบถึงโครงสร้างภายใน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักเขียนดังแนะ ‘ลายจุด’ไขก๊อก พ้น‘กระจกเงา’
“พรนภา” เคลื่อนไหวต่อ เปิดเหตุผลออกมาพูดหลังผ่านมานาน 20 ปี
เคาะ163เก้าอี้ ‘บิ๊กเปา’ผงาด พื้นที่‘สีนํ้าเงิน’
“ผบ.ตร.” เป็นประธานถกบอร์ดกลั่นกรองโยกย้ายนายพล 163 ตำแหน่ง
นิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขประกาศใช้ มีผลจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้
วิกฤตรุมเร้า‘นิด้าโพล’ฟันรบ.ไม่รอด!
"นิด้าโพล" ชี้คดีโกงสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.-เขากระโดง
‘ไฟใต้’โหมกระพือ ‘บึ้ม-เผา-ยิง’3จว.69จุด! นายกฯสั่งใช้กม.เด็ดขาด
ใต้ลุกเป็นไฟ! "บึ้ม-เผา-ยิง" 3 จังหวัดชายแดน 69 จุด เจ็บ 3 ราย
อาวุธเขมรทะลัก ยึดAKกระสุนอื้อ
กองทัพเรือผนึกกำลังตำรวจน้ำ จับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลำเลียงจากฝั่งกัมพูชา ยึด AK-47 พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด ปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%”

