ท้าทายห้ามพกปืน! ‘ฉลอง’ยิงนายกอบจ.นนทบุรีดับ/‘อนุทิน’สั่งตั้งด่านจับอาวุธ

นนทบุรีระทึกไม่หยุด! "ฉลอง เรี่ยวแรง" อดีต สส.ยิง “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี และคนขับรถคาที่ทำงาน นายก อบจ.นนท์เสียเลือดมากไปไม่รอด “หลอง” โทรศัพท์เล่านาทีเกิดเหตุให้เจ๊ปองฟัง บอกมาทวงเงิน 11 ล้านแต่ถูกเบี้ยว “อนุทิน” เดือดซัดเป็น “ฆาตกร” ต้องลงดาบเด็ดขาด ไม่ใช่ให้มานั่งพ่นควันปุ๋ยๆ แล้วให้สัมภาษณ์ กำชับ ผวจ.ตั้งด่านตรวจใครพกปืนผิดหมด ภท.รีบแจง “ฉลอง” ไขก๊อกตั้งแต่ปี 2567 “ยศชนัน” เผย ศธ.เตรียมชง 6 มาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนเข้า ครม. 11 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ภายในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ซึ่งหลังก่อเหตุนายฉลองได้โทรศัพท์ไปหา น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก หรือเจ๊ปอง  พิธีกรรายการข่าวแนวหน้าออนไลน์ที่กำลังจัดรายการสดออกอากาศ โดยตอนแรก น.ส.อัญชะลีบอกให้โทร.มาใหม่ เพราะกำลังจัดรายการสด แต่นายฉลองบอกว่าไม่ได้ต้องคุยเดี๋ยวนี้ เพราะเพิ่งไปยิง พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิต

น.ส.อัญชะลีจึงสอบถามรายละเอียด โดยนายฉลองบอกว่ายิงไป 4-5 นัด จน พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิต ก่อนเดินออกมาจากสำนักงานพร้อมอาวุธปืน น.ส.อัญชะลีจึงเกลี้ยกล่อมให้นายฉลองใจเย็น วางปืนและนั่งรอตำรวจ  อย่าเดินไปที่ไหน เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีสถานศึกษา ขณะเดียวกันได้ให้พนักงานของแนวหน้าออนไลน์โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์

นายฉลองได้เล่าถึงเหตุผลว่า ตนเป็นเพื่อนรักกับ พ.ต.อ.ธงชัยและได้ช่วยเหลือมาตลอด แต่เวลาตนเองเดือดร้อน พ.ต.อ.ธงชัยไม่เคยสนใจ แม้แต่เรื่องการเมืองก็เคยขอร้องไม่ให้ส่งผู้สมัคร สส.ไปแข่งขันกัน ซึ่งก็ยอมมาตลอด กระทั่งวันนี้ได้มาทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาทที่ พ.ต.อ.ธงชัยเป็นหนี้อยู่ แต่ พ.ต.อ.ธงชัยบอกว่าไม่มี จึงเกิดความโมโหและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ล่าสุดเวลา 11.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ได้เดินทางไปถึงจุดที่นายฉลองนั่งรอมอบตัวอยู่               ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ นายฉลองเผยว่า ไม่เคยคิดว่าต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ตลอดชีวิตไม่เคยขึ้นโรงพัก ไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่วันนี้เดินทางมาพูดคุยกับเพื่อน เนื่องจากต้องการขอเงินที่เคยให้ยืมไป 11 ล้านบาทคืน เพราะปัจจุบันมีความลำบากเรื่องการเงิน เนื่องจากป่วยมาตั้งแต่ปี 2554 ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก เมื่อลองตรวจสอบทรัพย์สินและเงินที่มีอยู่พบว่าไม่เหลือมากนัก ขณะเดียวกันทราบว่าเพื่อนเริ่มมีเงิน จึงเดินทางมาพูดคุยและขอให้ช่วยเหลือตนเองบ้าง

“ตําแหน่ง สส.คุณขอมาผมให้คุณ พอพูดเรื่องนี้เขาก็โมโหและผลักผมไปในห้อง ก่อนจะบอกว่าไม่คุยๆ จากนั้นจึงเดินลงไปขึ้นรถ จึงเดินตามไปที่รถ และใช้มือเคาะกระจกเพื่อเรียกพูดคุยกัน เมื่อไม่เปิดจึงถือปืนขึ้นมาแต่ไม่ได้คิดจะยิง แต่ปรากฏว่าจังหวะนั้นคนขับรถได้ชักปืนออกมา จึงตัดสินใจยิง และหลังเกิดเหตุได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นอะไรมาก จากนั้นขึ้นรถจักรยานยนต์เพื่อกลับมามอบตัว เพราะไม่มีเจตนาจะฆ่าใคร”

ในเวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาติดตามอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย บริเวณหน้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัยออกจากแผนกฉุกเฉินไปรักษาต่อยังอาคารอีกแห่งภายในโรงพยาบาล

.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิต

นายเชษฐากล่าวว่า เบื้องต้นผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายยังมีชีวิตอยู่ โดย พ.ต.อ.ธงชัยถูกยิง 3 นัด กระสุนเข้าแก้มและเฉี่ยวบริเวณต้นคอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าตัด ส่วนคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัยถูกยิงเข้าที่แขนข้างขวา 1 นัด และอยู่ระหว่างผ่าตัดเช่นเดียวกัน โดยหลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณห้องฉุกเฉินและภายในโรงพยาบาลอย่างเข้มงวด ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน

ต่อมา นพ.สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการ รพ.พระนั่งเกล้า เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิตเมื่อเวลา 14.38 น. โดยถูกยิงบริเวณลำคอและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งแพทย์พยายามรักษาอย่างเต็มที่แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

ด้าน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า รายละเอียดเชิงลึกขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคำให้การของผู้ต้องหาสามารถให้การอย่างไรก็ได้ แต่สาเหตุการจูงใจที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจเตรียมแจ้ง 4 ข้อหาหนักแก่นายฉลอง คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนสนิทของนายฉลองทยอยเดินทางมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ รวมถึง น.ส.อัญชะลี ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงได้เข้าไปในห้องประชุม ศปก.และไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องสอบสวน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า นายฉลองพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ดีนะที่โทร.หาปอง เพราะไว้ใจ อยากให้ข่าวนี้อยู่กับอัญชะลีก่อน แล้วปรากฏว่าอัญชะลีก็ทำให้แกเบาใจลง แกก็เลยพูดกับตำรวจว่าปองทำให้พี่เบาใจลง ไม่เช่นนั้นละก็มีอีกหลายคน

น.ส.อัญชะลีกล่าวต่อว่า หลังจากจัดรายการเสร็จก็เดินทางมาเยี่ยมนายฉลอง ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้กังวลใจอะไร  ปกติดี กินกะเพราไก่ไข่ดาว ทานยา เพราะเป็นโรคเลือด หลังจากนั้นก็ทานกาแฟเย็น ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำอย่างเป็นทางการ และเจ้าตัวก็ยังสูบบุหรี่ตามปกติ โดยได้คุยกับนายฉลองอยู่ประมาณ 10-20 นาที จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และมีทนายความรับฟังการสอบปากคำด้วย

ส่วนโลกออนไลน์หลังมีการเผยแพร่ภาพนายฉลองขณะอยู่ในห้องสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งนั่งบนเก้าอี้ในอิริยาบถสบายๆ ไม่มีการใส่กุญแจมือ ทั้งยังนั่งสูบบุหรี่พ่นควันโขมง อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพิมพ์ลายนิ้วมือให้ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิทธิของผู้ต้องหา และตั้งข้อสงสัยว่าเป็นผู้ต้องหาวีไอพีหรือไม่

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทราบมาว่าพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการประกัน ส่วนเรื่องคดีต้องดําเนินการอย่างเต็มที่ มีข้อหาพกอาวุธปืน ที่ได้พูดไปเมื่อเช้าว่าต่อให้มีทะเบียนก็ไม่สามารถทําได้

เมื่อถามย้ำว่า นายฉลองเป็นอดีตนักการเมืองหลายสมัย นายกฯ กล่าวว่า เป็นใครก็ไม่สนใจ ตอนนี้เป็นฆาตกร

ถามว่า นายฉลองลาออกจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้วหรือไม่ นายอนุทินพยักหน้าก่อนตอบว่า ไม่เคยเจอ  ไม่ทราบว่าลาออกแล้วหรือไม่ แต่ว่าไม่ได้มีบทบาทใดๆ ในพรรค

สั่งฟันเด็ดขาด

ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายหลังเสร็จสิ้นเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 นายอนุทินได้เดินเข้าห้องรับรองพร้อมด้วยรัฐมนตรีของพรรค ภท. รวมถึงนายเชษฐา ผวจ.นนทบุรี และ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีนายฉลอง โดยนายอนุทินกล่าวว่า ได้กำชับ ผวจ.นนทบุรีและ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าคนร้ายมีสถานะใดก็ตาม เพราะตอนนี้สถานะของเขาชัดเจนแล้ว คือคนร้าย คือฆาตกร คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต  คนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้นการที่จะให้ความสำคัญหรืออำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องไม่มี ได้กำชับชัดเจนไปแล้ว โดย ผวจ.นนทบุรี และ ผบก.ภ.จว.นนทบุรีจะไปเร่งดำเนินการกับโรงพักในท้องที่

เมื่อถามว่า มีการรายงานหรือไม่ว่าแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุมาจากอะไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน แต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและทำลายขวัญประชาชน ซึ่งคนที่กระทำความผิดยังไม่ถูกสวมใส่กุญแจมือ ยังสามารถมาให้ข่าวได้ และทำเหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ อย่างนี้ไม่ใช่ ซึ่งได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งท่านก็บอกว่าได้ตำหนิไปแล้ว และจะสั่งการให้ดำเนินการตามรูปคดีต่อไป ซึ่งก็ได้แจ้งย้ำให้ ผบ.ตร.เร่งดำเนินการโดยเร็ว

“ภาพมันออกไปข้างนอกเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งไปยิงคนตายมา แล้วยังมานั่งแถลงข่าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ได้หรอกครับ เพราะความผิดมันเกิดแล้ว เขาพกพาอาวุธปืน เรื่องนี้เราห้ามอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีใบครอบครองการพกปืน แต่ไม่มีใบพกปืน เพราะประเทศไทยไม่มีแล้ว ใครถือใบพกปืนถือว่าหมดอายุหมดแล้ว เพราะต้องต่ออายุทุกปี ใบล่าสุดที่ออกสิ้นปี 2566 และต้นปี 2567 ฉะนั้นตอนนี้มันเกินหมดแล้ว ใครพกปืนตอนนี้ท่านอาจไม่รู้ตัวว่าท่านทำผิดกฎหมายเรียบร้อยแล้ว” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า ถือเป็นการไม่ไว้หน้าเจ้ากระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เพราะได้เน้นย้ำเรื่องนี้แล้วว่าห้ามมีการพกปืน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเหตุผลเราไม่ทราบ แต่รัฐบาลต้องออกมาตรการออกกฎหมาย หรือแก้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับเรื่องการพกพาวุธปืนให้ชัดเจน ต้องไม่มีข้อยกเว้น ถ้าเรื่องปืนสวัสดิการตอนนี้ก็คงหยุดก่อน ไม่ต้องเสนอขึ้นมา ยังไงก็ไม่อนุมัติ

เมื่อถามอีกว่า พรรค ภท.ได้เช็กแล้วหรือยังว่านายฉลองลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้สนใจตรงนั้น เพราะเขาไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใดๆ ของพรรค ถ้าเขาเป็นสมาชิกพรรคอันนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ และสิทธิ์ของเขาในระบอบประชาธิปไตย เราไปยุ่งอะไรกับเขาไม่ได้ วันนี้มีสภาพเป็นเช่นนี้ สมาชิกภาพอาจหมดไปโดยอัตโนมัติก็ได้ เพราะมันคงมีกฎเกณฑ์ที่เขียนอยู่ว่าสมาชิกพรรคต้องไม่ต้องคดีใดๆ และต้องไม่ก่อเหตุใดๆ ที่เป็นเรื่องของการผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.ภูเก็ตและ ผวจ.ที่มาร่วมงานโอทอปได้มารายงานตัวกับนายกฯ โดยก่อนนายกฯเดินทางกลับได้กำชับให้ตั้งด่านตรวจจับอาวุธในระดับอำเภอทั่วประเทศ และใครมีอาวุธปืนถือว่าผิดกฎหมายหมด ดำเนินคดีและจับให้หมด

พ้น ภท.ตั้งแต่ปี 2567

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ ในฐานะนายทะเบียนพรรค ภท. กล่าวว่า นายฉลองได้ยื่นใบลาออกจากพรรคแล้ว โดยหนังสือลาออกลงวันที่ 27 พ.ค. 2567 ซึ่งนายฉลองเคยลงสมัครรับการเลือกตั้ง สส.ในนามพรรคปี 2566 แต่เป็น สส.สอบตก

ล่าสุด มีรายงานว่านายฉลองเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ก่อนหน้านี้ นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงหารือ โดยนายอนุทินกล่าวว่า มาหารือกันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทั้งทหารและตำรวจ และได้ให้การบ้านไปว่ากระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย

ส่วนนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. กล่าวถึงการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่บูรณาการร่วมกันตั้งด่านเพื่อตรวจจับอาวุธปืนเป็นพิเศษ ซึ่งก็ดำเนินการอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ต้องเข้มข้น เพราะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา และปืนที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นปืนมีทะเบียน โดยได้กำชับไปแล้วเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคนอยู่ที่นี่ ทั้งนี้สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่ผู้คนอยู่กันเยอะต้องตรวจอาวุธเป็นพิเศษก่อนจะเข้ามา เพราะวันนี้ที่ยิงก็เป็น อบจ. ดังนั้นต้องมีการกลั่นกรองและระมัดระวังมากขึ้น

“เดี๋ยวอาจมีการประชุม ผวจ.ทั่วประเทศเพื่อกำชับเรื่องนี้ ซึ่งกำลังดูอยู่”

จ่อชง 6 มาตรการ

สำหรับความเคลื่อนไหวจากเหตุกราดยิงที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรีนั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ  และ รมว.การอุดมศึกษาฯ กล่าวว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ จะเสนอ 6 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนแห่งชาติเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เพื่อให้กระทรวงอื่นๆ สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมได้และนำไปปฏิบัติ

 เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ครูสร้างแรงกดดันให้นักเรียนจนนำมาซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นายยศชนันกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหาในองค์รวม ทั้งกรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และได้พูดคุยกับราชวิทยาลัยฯ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งได้ยกระดับให้มีการวางแผนอย่างจริงจัง

เมื่อถามย้ำว่า ศธ.ต้องลงไปตรวจสอบหรือไม่ว่า มีการถูกแกล้งกันในโรงเรียนจริงหรือไม่ เนื่องจากมีการถกเถียงกันในโซเชียลมีเดีย นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบ แต่ฝั่ง ศธ.ดูเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย และประสานงานเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ถามถึงกรณีที่โรงเรียน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการยกเลิกครูชาวต่างชาติอัตราจ้าง แต่ชาวต่างชาติรายดังกล่าวกลับมาข่มขู่ทำร้ายในภายหลัง นายยศชนันกล่าวว่า ศธ.ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทั้งในส่วนบุคลากรและนักเรียน

ส่วนนายประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้ ศธ.ได้เปิดโอกาสให้ครูที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจสามารถขอย้าย หรือปรับเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติงานได้เป็นการชั่วคราว หากเห็นว่าจะช่วยให้สภาพจิตใจกลับคืนสู่ภาวะปกติ ส่วนการจัดหาครูทดแทนครูที่เสียชีวิตนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถดำเนินการได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนแต่อย่างใด

“ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตรวจค้นหรือการควบคุมสิ่งของต้องห้ามเท่านั้น ในระยะยาวจำเป็นต้องสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้โรงเรียนมีระบบดูแลที่สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงของเด็กได้ตั้งแต่ต้นทาง”

ที่ห้องประชุม สำนักการศึกษาเทศบาลนครหาดใหญ่  ผู้บริหารโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรฐานป้องกัน หลังเกิดเหตุอดีตครูชาวต่างชาติของโรงเรียนส่งรูปภาพ ซ้อมยิงปืนเข้าไปในกลุ่ม Line Open Chat ที่มีสมาชิกมากกว่า 5,000 คน เพื่อข่มขู่หลังจากไม่พอใจที่ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่า ญ.ว. กล่าวว่า  การประชุมจะเน้นเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยบุคลากรและนักเรียนโรงเรียน ญ.ว. โดยยืนยันว่าขณะนี้ผู้ก่อเหตุได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว และคาดว่าจะไม่กลับเข้ามาสร้างความวุ่นวายอีก เนื่องจากเจ้าตัวรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนการดำเนินคดี การห้ามเดินทางเข้าประเทศ หรือการขึ้นแบล็กลิสต์นั้น เป็นขั้นตอนตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. และหน่วยงานชี้ขาดอย่าง ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป

“เป้าหมายสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการทำให้เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และครูเกิดความมั่นใจในระบบความปลอดภัย และสามารถเรียนและทำงานได้อย่างสบายใจ”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง