ครม.ไฟเขียว 4.3 หมื่นล้าน ต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ต.ค. พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท รับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลาง มั่นใจปั๊มจีดีพีเพิ่ม 0.1% รัฐบาลเคาะลดเงื่อนไขบัตรคนจน ย้ำเกณฑ์ใหม่ใช้ตรวจผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านคน ก่อนประกาศผล 30 ก.ย.
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดยใช้วงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ.2569 จำนวน 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีขยายตัวอีกประมาณ 0.1-0.2%
“รัฐบาลจะใช้วงเงินที่เหลืออยู่จาก พ.ร.ก.กู้เงิน สาเหตุมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเบนซินในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และวิกฤตจะมาเป็นหลายระลอก ระลอกแรกจากราคาพลังงาน ระลอกที่สองจากค่าครองชีพและเงินเฟ้อ และระลอกที่สามจากกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งขณะนี้เงินเฟ้อล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% และราคาผู้ผลิตปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% เป็นเหตุผลให้คณะรัฐมนตรีต้องขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกไปอีก” นายเอกนิติระบุ
สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ได้ขยายเวลาออกไป 2 เดือน ระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ย.2569 โดยภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตรา 60% แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน โดยสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
ส่วนการยืนยันสิทธิของประชาชน รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมากดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1-15 ต.ค.2569 ส่วนการยืนยันสิทธิของผู้ประกอบการ เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) มากดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569 ทั้งนี้ เมื่อประชาชนกดยืนยันแล้วจะสามารถใช้สิทธิโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.- 30 พ.ย.2569 โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. หรือผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติ จำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน โดยได้เพิ่ม700 บาทต่อคนต่อเดือน ในเดือน ต.ค.นี้
ส่วนการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นั้น จากเดิมมีผู้ถือบัตร 13.1 ล้านคน ได้เผื่อวงเงินไว้รองรับเพิ่มเป็น 14-14.5 ล้านคน สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส จากเดิมมีผู้ใช้สิทธิประมาณ 26 ล้านคน จะมี 1 ล้านคนขยับไปใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหลือ 25 ล้านคนเดิม และจะเติมคนใหม่ที่ตกหล่นจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาอีกประมาณ 7.5 ล้านคน รวมรองรับได้ถึง 47 ล้านคน
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้วงเงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) มีวงเงินเหลืออยู่ 44,000 ล้านบาทเศษ ในแผนงานส่วนที่ 1 ซึ่งวงเงินที่มีอยู่ถูกขยายเพิ่มขึ้นอีก 40% นอกจากนี้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจากการดำเนินโครงการมาเกือบ 4 เดือน ยังช่วยกระตุ้นจีดีพีเพิ่มขึ้น 0.38-0.40% ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการ 60/40 จะรองรับคนกลุ่มนี้ทั้งหมด และคาดว่าจะขยายผู้ใช้สิทธิได้ถึง 32.5 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ใช้งานประมาณ 26 ล้านคน
ขณะที่ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงเรื่องการทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า จากผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์รอบแรก 9.5 ล้านราย และอยู่ระหว่างขอทบทวนสิทธิประมาณ 5 ล้านราย โดย ครม.เห็นชอบการปรับเกณฑ์ในหลายประเด็น ทั้งกรณีนักเรียนนักศึกษาที่จะไม่รวมผู้อยู่ในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบทและผู้เรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามกฎหมายส่งเสริมการเรียนรู้ และกรณีผู้ถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่จะไม่รวมวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือวิสาหกิจชุมชน
ส่วนเกณฑ์ด้านทรัพย์สินนั้น ผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์และตราสารหนี้จะได้รับการยกเว้นหากไม่เคยมีธุรกรรมซื้อขาย หรือมีมูลค่าไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วว่าผู้ถือครองมูลค่าน้อยไม่ได้มีเจตนามุ่งค้า สำหรับเกณฑ์ยานพาหนะ รถจักรยานยนต์อายุไม่เกิน 15 ปี และรถยนต์ รถพ่วง รถใช้ในการเกษตรอายุเกิน 20 ปี จะได้รับการยกเว้น โดยแยกรถมูลค่าสูงและรถสะสมออกจากรถที่ใช้งานทั่วไปของประชาชน
นอกจากนี้ ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส จากสถิติ 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิเฉลี่ยที่ใช้เงินไม่หมดประมาณ 51% จึงมีการขยายเวลาการใช้สิทธิ 60/40 ออกไปอีก 2 เดือน คือ ต.ค.และ พ.ย. เพื่อให้โครงการครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ ส่วนร้านค้าสามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘หนู’ลุยเวทีUN ประจานเขมร จัดงบซื้ออาวุธ
“สีหศักดิ์” เผยไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA 81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน พร้อมฟาดเขมรใช้ภาพชุด
ศาลชี้ชะตาปูชดใช้หมื่นล. มท.เร่งบรรจุขรก.19ต.ค.
ศาล ปค.สูงสุดนัดอ่านคำสั่งคดี “ยิ่งลักษณ์” ร้องพิจารณาใหม่ ปมชดใช้ความเสียหายจำนำข้าวหมื่นล้าน
‘ส้ม’ตะเพิด‘เขียว’ เคลียร์ทางซักฟอกน้ำเงิน/อนุทินเย้ยปชน.‘รอบุญถึงก่อน’
“พริษฐ์” ขับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน ผวาเป็นหอกข้างแคร่ศึกอภิปราย
เด้งอธิบดีDSI‘ปิยะ’เสียบแทน
ตามคาด! ครม.ไฟเขียว “ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ขยับ "ยุทธนา” เข้าสำนักนายกฯ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซี 11 “
‘เอกนิติ’ชูไทยช่วยไทยพลัสช่วยเพิ่มยอดขาย หนุนผู้ประกอบการใช้AIอัปสกิลยกระดับธุรกิจ
‘เอกนิติ’ ชูโครงการไทยช่วยไทย พลัส หนุนผู้ประกอบการยกระดับการใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขาย เร่งอัปสกิลร้านอาหารไทยใช้ AI ยกระดับธุรกิจจริง ด้าน LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร
เล็งลดภาษีน้ำมันเกษตร ปชน.ขยี้‘ไทยพลัส’เหลว
"เอกนิติ" แย้มแผนคุมราคาน้ำมัน ปลดล็อกเฉพาะกลุ่มหากใช้ช่องลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยเกษตรกรอันดับแรก

