กมธ.กฎหมาย สภาฯ มีมติใช้อำนาจเรียก "อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว” แจงปมโกงสอบท้องถิ่น 8 ต.ค. “รังสิมันต์” ซัดเบี้ยวคำเชิญทุกครั้ง ขู่ไม่มาอีกงัด กม.จัดการแน่ บี้ "ทองเจือ” เข้าให้ข้อมูลไปคุยอะไรกับ มศว ช่วงการสอบท้องถิ่น เผยมีข้อมูลตัวละครครบ “เด็กนาย” ไม่ต้องซื้อตำแหน่งใช้ตั๋วเข้าราชการ แถมเจอหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คนเอี่ยวทุจริตสอบ แย้มอาจสูงถึงกว่าระดับ สส.-รัฐมนตรี “สภา” ระอุ ฝ่ายค้านโวยแหลก "รัฐมนตรี” เบี้ยวตอบกระทู้ “ปกรณ์วุฒิ” เหน็บหรือแต้มบุญไม่ถึงจึงไม่มา “อรรถกร” คุย “ธรรมนัส” หลังกลับจากญี่ปุ่นยันยังไร้สัญญาณร่วมรัฐบาล “ศุภชัย” เดือดฉะม็อบสนธิ
ที่รัฐสภา วันที่ 24 ก.ย.2569 เวลา 09.25 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธาน กมธ. พิจารณากรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569
นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ที่ผ่านมาข้อมูลและข้อเท็จจริงหลายอย่างเรายังไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลระดับสูง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีไปจนถึงระดับอธิบดี จึงได้เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาตอบข้อซักถามและให้ข้อมูลเพิ่มเติม อาทิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่ปล่อยให้มีบุคคลภายนอกเข้าถึงตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ซึ่งคนที่เราอยากได้ข้อมูลมากที่สุดคือ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือหรือมาชี้แจง
“ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เคยทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ จึงเกิดข้อสงสัยเหตุใดนายกฯ ไม่ยอมส่งข้อมูลให้กับ ป.ป.ช. ซึ่งเราจะตามติดประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะได้จิกซอว์ รวมถึงตัวละครต่างๆ และข้อมูลใหม่ๆ ที่พบว่าบางคนเป็นเด็กนายและน่าสงสัยว่าเป็นกลุ่มประเภทที่ไม่ต้องซื้อตำแหน่ง แต่ใช้คอนเน็กชันหรือตั๋วเพื่อเข้ามาเป็นข้าราชการท้องถิ่น” นายรังสิมันต์กล่าว
ถามว่า กังวลหรือไม่ว่าบุคคลที่เป็นเด็กนายจะไม่มีชื่ออยู่ในสำนวนคดีของ ป.ป.ช.ที่กำลังทำอยู่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่เราตามเรื่องมาขนาดนี้ เพราะเป็นห่วงว่าจะมีการตัดตอน โดยที่นักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูง ไม่ถูกดำเนินคดีอะไรเลย และจบเพียงแค่บางคน คนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะไม่ถูกดำเนินการตามกฎหมาย และทำให้ฝ่ายการเมืองรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ
“อย่างนายทองเจือ เราเชิญมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่มา และไม่ตอบ ผมก็ต้องแจ้งกับสื่อมวลชนเผื่อนายทองเจือจะทราบว่ากำลังถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว และผมคงไม่ต้องสาธยายว่านายทองเจือมีความสำคัญอย่างไรกับนายอนุทิน เพราะมีนายอนุทินที่ไหนก็มีนายทองเจือที่นั่น” นายรังสิมันต์กล่าว
ทั้งนี้ กมธ.การกฎหมายฯ ได้เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิการบดี มศว แต่ไม่มีใครเดินทางมา โดยได้มอบบุคคลอื่นมาชี้แจงและให้ข้อมูลแทน
กมธ.กม.ใช้อำนาจเรียกหนู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม กมธ.การกฎหมายฯ มีมติเสียงข้างมากใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกนายอนุทิน, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และนายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าชี้แจง กมธ. กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น ในวันที่ 8 ต.ค.นี้
เวลา 14.20 น. นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกนายอนุทินและผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า วันนี้เราพบตัวละครใหม่ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าหากข้อกล่าวหาเป็นความจริงจะมีนักการเมืองหลายคนที่ถูกเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยข้อสรุปของ กมธ. คือมีมติในการใช้อำนาจเรียกโดยเรียกบุคคลดังต่อไปนี้คือ นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี
“ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายอนุทินติดภารกิจไปต่างประเทศ เข้าใจเรื่องภารกิจ แต่มีพฤติกรรมก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งเราพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหลายครั้ง และเชิญนายอนุทินเกือบทุกครั้ง แต่นายอนุทินไม่เคยมาเลย และเป็นอีกครั้งที่นายอนุทินไม่แม้กระทั่งสั่งการมอบผู้แทนมาชี้แจงแทน ดังนั้นจึงทำให้ กมธ.มีมติเรียกนายอนุทินมาชี้แจงต่อ กมธ.ในวันที่ 8 ต.ค.นี้” นายรังสิมันต์กล่าว
ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ กล่าวว่า คนที่สองคือนายนฤชา ส่วนคนที่สามคือนายชลวิทย์ อธิการบดี มศว ก่อนหน้านี้เราได้มีการเชิญ มศว มาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งส่งตัวแทนมาชี้แจง โดยเราได้ข้อมูลมาคืออธิการบดีน่าจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างนายทองเจือกับการจัดสอบท้องถิ่น ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้รับข้อมูลว่ามีการประสานงานโดยคนของ สถ.ไปที่นายทองเจือให้ไปพูดคุยกับ มศว ซึ่ง มศว ปฏิเสธว่าการพูดคุยกับนายทองเจือไม่ได้เป็นในเรื่องของการจัดสอบว่าจะเป็นการจัดสอบแบบกระจายศูนย์หรือรวมศูนย์ คำถามที่สำคัญคือการพูดคุยดังกล่าวเป็นการพูดคุยเรื่องอะไร และกระทบเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 เป็นประเด็นใหญ่ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ คือคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งหน่วยงานของรัฐมีข้อมูลเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลต่างๆ ไม่น้อยกว่า 70 คน ซึ่งเป็นทั้งบุคคลที่เป็นระดับสูงและบุคคลทั่วไป ซึ่งบุคคลที่เราพบว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเชื่อได้ว่าสูงกว่าระดับอธิบดี แล้วน่าจะอยู่ในกระทรวงมหาดไทย แต่ขอไม่ระบุว่าเป็นใคร ยังอยากให้โอกาสเขา จากที่ทราบน่าจะเป็นข้าราชการคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับนายอนุทิน ไปไหนไปกัน ไปไหนไปด้วย อยู่ตลอดเวลา หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริง ก็คงจะต้องมีการดำเนินการต่อ
“ผมได้รับข้อมูลเรื่องเด็กนายมาว่ามีใครบ้าง จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นคนนามสกุลดัง และบุคคลสำคัญหลายคน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยืนยันโดยหน่วยงานของรัฐว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจึงมีมูลที่ กมธ.ต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร รวมถึงความเชื่อมโยงนี้ยังไปถึงนักการเมือง บางคนเป็น สส. บางคนเป็นระดับประธาน กมธ. บางคนอาจจะใหญ่กว่า สส. ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป” นายรังสิมันต์กล่าว
ถามว่า ที่ระบุใหญ่กว่า สส.เป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ และที่บอกว่าใหญ่กว่าอธิบดีคือปลัดใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังระบุเช่นนั้นไม่ได้ เนื่องจากเส้นเรื่องของเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายคน ซึ่งอาจจะใหญ่กว่า สส. และอาจจะใหญ่กว่ารัฐมนตรี ขณะนี้ยังบอกได้เท่านี้ก่อน เพราะจำเป็นต้องตรวจสอบทางข้อเท็จจริงก่อน
ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ ยังกล่าวว่า ข้อมูลของคณะทำงานที่นายปกรณ์ทำ พบว่ามีการชี้มูลบุคคลหลายบุคคล ปรากฏว่าวันนี้ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ มีการทำหนังสือถึงนายกฯ ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีการให้รายงานและเอกสารใดๆ เลย ซึ่งวันนี้ กมธ.ก็มีมติขอเอกสารชุดนี้ไปยังนายกฯ ด้วย หวังว่าจะได้รับความร่วมมือ
“สิ่งที่น่าตกใจคือ วันนี้ ป.ป.ช.ก็ยังไม่ได้เริ่มตรวจข้อสอบเลย ยังไม่ได้นำกระดาษคำตอบต่างๆ มาดู โดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีเงินในการที่จะไปเช่าเครื่องเพื่อมาตรวจ นั่นหมายความว่ากระบวนการที่จะหาผู้กระทำผิดเรื่องนี้มีปัญหา มีความล่าช้าแน่นอน” ปธ.กมธ.การกฎหมายฯ ระบุ
ซักว่าหากใช้อำนาจเรียกแล้วนายกฯ ไม่มาอีก จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องมีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ซึ่งถ้านายกฯ ไม่มานั้น ไม่มาด้วยเหตุผลอะไร ถ้าไม่มีเหตุผลอันสมควร ก็ต้องดูว่าอาจจะต้องพิจารณาในการดำเนินการ ซึ่งมีโทษที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย ส่วนของข้าราชการก็ดำเนินการเรื่องของวินัย ดังนั้นสุดท้ายขอให้รอดูวันที่ 8 ต.ค. ว่าท่านจะมาหรือไม่มา ซึ่งเราทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะกรรมาธิการ ย้ำว่าหากใครไม่มาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ตามมา
โวย รมต.เบี้ยวตอบกระทู้
ขณะที่ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ถึงการตรวจสอบนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.การคลัง หลังมีชื่อที่ทางการสหรัฐให้สอบสวนว่าเข้าเกณฑ์คว่ำบาตรจากความเกี่ยวข้องกับอาชญากรสแกมเมอร์ข้ามชาติหรือไม่ และการกำกับการทำงานของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ทั้งนี้ นายโสภณแจ้งว่า นายเอกนิติติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ แต่ให้นายกรณ์ขออภิปรายเพื่อฝากคำถามไปยัง รมว.การคลัง
นายกรณ์ได้อภิปรายว่า ขอตั้งคำถามต่อกระบวนการของไทย หากมีความเป็นไปได้ว่าทางการสหรัฐขอความร่วมมือมายังรัฐบาลไทยให้สืบสวนนายวรภัค ขอถามถึงท่าทีของรัฐบาลและ รมว.การคลัง นอกจากนั้นแล้วยังฝากคำถามที่เป็นความกังวลต่อการทำงานของ ก.ล.ต.ที่บังคับใช้กฎหมายล่าช้า รัฐบาลเคยติดตามตั้งคำถามกับ ก.ล.ต. หรือพอใจกับการทำงานที่ล่าช้าหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีกระทู้ของนายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม. พรรค ปชน. ตั้งถามนายกฯ ต่อมาตรการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งนายกฯ มอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ตอบคำถามแทน ซึ่งประธานที่ประชุมแจ้งว่า นายวรศิษฎ์ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อนตอบกระทู้ ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นทักท้วง
นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า วิปได้หารือกัน และวิปรัฐบาลขอให้บอกล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหน ซึ่งวิปฝ่ายค้านไม่ตกลง ขณะที่พรรค ปชน.ไม่บอกล่วงหน้า ทำให้ไม่มีใครมาตอบ ดังนั้นการประสานล่วงหน้าไม่มีประโยชน์ แม้จะรู้ล่วงหน้า เช่น กระทู้แยกเฉพาะ มี 7 กระทู้ เลื่อนตอบ 5 กระทู้ มาตอบเพียง 2 กระทู้ ประธานสภาฯ รับปากว่าจะทำให้การถามกระทู้ศักดิ์สิทธิ์ ต่อการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร แต่ปัจจุบันแม้รู้ล่วงหน้ายังไม่มา
"นี่เป็นผลพวงที่นายกฯ บอกฝ่ายค้านว่า อยากถามกระทู้ให้บุญถึงก่อน ตอนนี้บุญไม่ถึง ไม่ยอมมา ผมขอบอกไปยังวิปรัฐบาลด้วยว่า หากเป็นแบบนี้ ข้อตกลงที่ขอมาก็ให้ไม่ได้" นายปกรณ์วุฒิกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประท้วงดังกล่าวยังไม่จบ เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เสนอให้แก้ปัญหารัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้สดของฝ่ายค้านด้วยให้เพิ่มกระทู้สดของฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น การประชุมสภาฯ จะขอให้ยึดตามข้อบังคับ แต่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ทักท้วงว่าไม่สามารถทำได้ เพราะฝ่ายค้านจำเป็นต้องตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ 2 กระทู้ ส่วนฝ่ายรัฐบาลได้ 1 กระทู้ ทั้งนี้ที่บอกว่าจะยึดข้อบังคับตนไม่ขัดข้อง หากรัฐมนตรีไม่มาตอบ กระทู้ต้องตกไป
อย่างไรก็ตาม นายโสภณกล่าวว่า หากใช้ข้อบังคับการประชุมจะเดินยากมาก จึงต้องใช้การปรึกษาหารือ ใช้ข้อตกลงในวิปมาประชุมในสภา ทั้งนี้ การปรึกษาหารือเป็นหัวใจของประชาธิปไตย ไม่ใช่หักกันว่าเรื่องใดถูกเรื่องใดไม่ถูก สิ่งที่ถูกใจอีกฝ่าย เมื่อไม่ถูกใจใช้การอนุโลม กรณีที่เกิดขึ้นขอให้วิปสองฝ่ายหารือร่วมกัน
นายภราดรที่รอตอบกระทู้ได้ชี้แจงในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า การทำงานของตนแทบไม่ใช่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แล้ว แต่เป็นรัฐมนตรีประจำสภา เพื่อให้การทำงานในสภาเดินหน้าและมีประสิทธิภาพ ขอให้ประสานงานกันล่วงหน้า โดยแจ้งช่วงเย็นวันอังคารหรือเช้าวันพุธ ว่าจะถามกระทู้สดรัฐมนตรีคนใด เพื่อให้ตนประสานไปยัง ครม.
กธ.ยังไม่มีสัญญาณร่วม รบ.
วันเดียวกัน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรค กธ.จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.และได้โควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ย.
“ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล ผมได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสถึงข่าวที่ปรากฏว่าพรรค กธ.ออกจากฝ่ายค้าน เนื่องจากเขาปรับโครงสร้างวิปฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคมีการนัดประชุมในวันอังคารที่ 29 ก.ย.นี้ แต่เป็นการประชุมประจำสัปดาห์ทั่วไป ยังไม่ทราบว่าจะมีการแจ้งเรื่องสถานะของพรรคหรือไม่” นายอรรถกรกล่าว
ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ภายในพรรค ภท.บ้างหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า หากมีการพูดคุยก็คงเป็น ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้พูดคุยแต่เพียงผู้เดียว แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณ
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “สื่อมีสิทธิตรวจสอบ แต่สื่อก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน” ตอนหนึ่งระบุว่า ไม่ได้ปฏิเสธสิทธิของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่จะตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ หรือตั้งคำถามต่อพรรคภูมิใจไทย จะวิจารณ์หนักเพียงใดก็เป็นสิทธิ ตราบเท่าที่อยู่ภายใต้กฎหมายและตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่สังคมมีสิทธิถามกลับก็คือ วันนี้นายสนธิกำลังทำหน้าที่ "สื่อมวลชนผู้ตรวจสอบ” หรือกำลังทำหน้าที่เป็น "ผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง” ที่ใช้สื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารจุดยืนของตนเอง?
“วันนี้ผมไม่ขอกล่าวหาว่านายสนธิมีวาระซ่อนเร้น เพราะผมไม่สามารถเข้าไปพิสูจน์เจตนาที่อยู่ในใจของใครได้ แต่ผมมีสิทธิตั้งคำถามจากพฤติการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะว่า การนำเสนอเรื่องพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ เป็นการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม หรือมีข้อสรุปอยู่ก่อนแล้วจึงเลือกข้อมูลมาสนับสนุนข้อสรุปนั้น? นี่ต่างหากคือคำถามสำคัญ” นายศุภชัยระบุอีกตอนหนึ่ง
ช่วงท้ายนายศุภชัยระบุว่า ฝากคำถามง่ายๆ ถึงนายสนธิ ถ้าสิ่งที่พูดเป็นความจริง หลักฐานอยู่ที่ไหน? เอาหลักฐานมาวางบนโต๊ะ แล้วให้กฎหมายทำหน้าที่ เพราะในสังคมที่เคารพหลักกฎหมาย ไมโครโฟนไม่ใช่ศาล เสียงดังไม่ใช่พยานหลักฐาน พูดซ้ำกี่ครั้งก็ไม่ทำให้ข้อกล่าวหากลายเป็นความจริง และคำว่าสื่อมวลชนไม่ได้ให้สิทธิพิเศษแก่ใครในการกล่าวหาโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง มาตรฐานนี้ต้องใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือสื่อมวลชนก็ตาม
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค กธ. และ กก.บห.พรรค 25 คน กรณีการส่งการนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นผู้สมัคร สส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ทั้งในการเลือกตั้งซ่อม และล่าสุดการเลือกตั้งทั่วไป แต่มีผู้ไปยื่นคำร้องว่านายก้องเกียรติเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถูกศาลอาญาจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งจำคุก จึงมาร้องตาม รธน.มาตรา 213 เพื่อส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคที่ระบุว่า ในกรณีการอนุญาตหรืออนุมัติให้ผู้ลงสมัคร สส.แล้วขาดคุณสมบัติหรือไม่ หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการภายใน 60 วัน จะใช้สิทธิยื่นฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ
เช่นเดียวกับ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สว.ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯจ่อสปีชเวทียูเอ็น ปลุกโลกยึดมั่นในกติกา
นายกฯ จับมือ Google พัฒนามาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
สุดยอด‘เนเน่’คว้าแชมป์AGT
โลกต้องจารึก! สุดยอดสาวไทยวัย 16 ปี “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent ซีซัน 21 หลังฝ่าด่านการแข่งขันตั้งแต่ออดิชัน
ดีเอสไอส่งฟ้องคดี Forex ย้ำเส้นเงิน‘ภาวุธ’ผิดปกติ
“ดีเอสไอ" นำ “ป้อม ภาวุธ”-“ฟิล์ม รัฐภูมิ” กับพวกรวม 34 ราย พร้อมสำนวน 4 หมื่นแผ่น
ชูแผนก้างปลา ระบายนํ้าท่วม ไม่ซํ้ารอยปี54
“อยุธยา” ผวาระบายน้ำเข้าพื้นที่ “ภราดร" แจง "แผนก้างปลา" ผันน้ำไปฝั่ง
สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น
"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ
รบ.ยันเอาอยู่ รับมือฝนถล่ม ไร้มหาอุทกภัย
รัฐบาลกำชับ 70 จังหวัดทั่วประเทศ-กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง

