“อนุทิน” กลับจาก ตปท.สั่งระดมกำลังรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน “รวยไม่ไหว” เลือกมากับมือจะขออุ้มลงเรือไปดูสภาพน้ำท่วม รับเสียใจจะแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ก่อนนั่งหัวโต๊ะ ครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุดพิเศษ 28-29 ก.ย. พื้นที่ กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ สั่ง 14 ข้อรับมือวิกฤต เปิดวอร์รูมแถลงทุกวัน 10 โมงเช้า ย้ำไม่เหมือนปี 54 สั่ง ครม.งดเดินทางต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าดันโครงการ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” 1.6 แสนล้านเข้า ครม. 29 ก.ย.นี้ หวังแก้น้ำท่วมระยะยาว ย้ำ กทม.บูรณาการกัน “ชัชชาติ” รับ กทม.แม้ฝนลดแต่ยังต้องเฝ้าระวังทุกจุด คาดใช้เวลา 2 วันจราจรกลับมาปกติ
สถานการณ์น้่ำท่วมหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 กันยายน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงประเทศไทย ภายหลังไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษ ก่อนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม. โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.), นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์
ต่อมานายอนุทินแถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า สาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้โดยรวมเกิดจากปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่เป็นวงกว้าง และตกหนักอย่างต่อเนื่องเกินกว่าอัตราการระบายน้ำของพื้นที่จะสามารถรองรับได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมีจำนวนมาก ส่วนน้ำเหนือกับการเร่งระบายน้ำผ่านกรมชลประทาน มีการบริหารจัดการน้ำในระบบก้างปลา เพื่อไม่ให้น้ำมาสมทบกับกรุงเทพมหานคร รวมถึงระบายน้ำออกจากระบบเขื่อน โดยส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใต้เขื่อนให้น้อยที่สุด สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เรือยางเข้าไปสมทบในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ได้รับการรายงานและประสานงานกับผู้ว่าฯ กทม. มีการรายงานสถานการณ์ให้ทราบตลอดเวลา และยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องมีคนดูแลให้มาอยู่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาลแล้ว
นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่ประสบภัย ตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยติดตามประสานงานและแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา เราจะทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีการแยกว่าใครมาจากไหน หน่วยงานใดทั้งสิ้น ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบและทุกหน่วยงานด้วย ไม่มีแบ่งแยกพื้นที่ว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่บริหารพิเศษ ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะกรุงเทพฯ เป็นนครหลวง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา ขนส่งและอื่นๆ อีกมากมาย ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ชุดข้อมูลเป็นชุดเดียวกันในการปฏิบัติงาน
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาจะมีการเร่งรัดดำเนินการเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอให้ทั้งเมืองน้ำแห้งถึงจะทำแผนฟื้นฟูในภาพใหญ่ น้ำลดตรงไหนให้เร่งดำเนินการทำแผนฟื้นฟูและชดเชยทันที ได้แจ้งให้ทุกจังหวัดที่ประสบภัยสรุปรายงานสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชน โดยแจ้งมายังปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน รัฐบาลจะใช้การถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วมาใช้ในแผนฟื้นฟู ให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตโดยเร็วที่สุด
“ผมจะออกเป็นข้อสั่งการ ในช่วงนี้ รัฐมนตรีทุกท่านใน ครม.จะต้องงดการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าในเรื่องใดๆ ก็ตาม และผมก็จะงดเดินทางไปต่างประเทศด้วย ซึ่งผมมีกำหนดการที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ก็จะงดการเดินทาง เพื่อที่จะอยู่ในการบริหารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ครม.จะติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และปรับรูปแบบการดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน และเตรียมความพร้อมในระดับสูงสุดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ"
นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า หลังจากนี้จะเดินทางลงตรวจสภาพน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และเตรียมการเดินทางไปยังจังหวัดที่ประสบเหตุน้ำท่วมที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วง เช่น สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เพื่อดูสภาพการณ์หน้างานและให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชน ตลอดจนรับฟังอุปสรรคการแก้ไขปัญหาของผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่หน้างาน
รับเสียใจแก้ให้ได้มากที่สุด
เมื่อเวลา 11.30 น. ภายหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายอนุทินพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนร่วมพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร เขตบางเขน โดยได้นั่งรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากท่าอากาศยานดอนเมืองไป ทั้งนี้ นายกฯ ได้สวมเสื้อโปโลสีขาวลายมังกร ซึ่งสวมใส่มาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน พร้อมกับกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าผ้าใบลงพื้นที่
โดยเมื่อนายกฯ มาถึงมีประชาชนตะโกนว่า “รวยไม่ไหว” พร้อมตะโกนเรียกร้องให้นายกฯ เดินมาลุยน้ำที่ท่วมขังอยู่ โดยระบุอีกว่า จะอุ้มนายกฯ ลงเรือไปดูสภาพความเป็นอยู่ เพราะเลือกมากับมือ เมื่อทีมงานนายกฯ ได้ยินจึงไปแจ้งให้นายกฯ ทราบ ทำให้นายกฯ เดินลงไปพูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว โดยชาวบ้านได้ร้องขอสุขาเคลื่อนที่ เนื่องจากใช้ชีวิตไม่สะดวกในช่วงน้ำท่วม ขณะที่นายกฯ ได้สอบถามว่าผู้ที่พักอาศัยในชุมชนนี้มีผู้สูงอายุหรือไม่ หากมีขอให้ออกไปที่ศูนย์พักพิง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมลำบาก เสี่ยงจะติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ส่วนเรื่องสุขาเคลื่อนที่จะให้ กทม.ดำเนินการจัดหามาให้
นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกกลุ่มร้องเรียนกับนายกฯ ว่า ข้าวที่นำมาแจกจ่ายเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ไม่เพียงพอ ทำให้นายกฯ เรียก รมว.กลาโหมมาสั่งการให้ทำโรงครัวเคลื่อนที่ที่ชุมชนแห่งนี้ เสร็จแล้วนายกฯ ได้เดินไปที่ร้านลูกชิ้นพร้อมกับควักเงินให้จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้ร้านลูกชิ้นนำลูกชิ้นไปแจกจ่ายคนในชุมชน พร้อมกันนี้ยังได้เหมาร้านอาหารตามสั่ง โดยให้เงิน 10,000 บาท และร้านก๋วยเตี๋ยว 5,000 บาท โดยให้นำไปแจกจ่ายคนในชุมชน พร้อมระบุว่า หากรอครัวเคลื่อนที่อาจจะไม่ทันการณ์ ขอให้นำอาหารที่ได้จากตรงนี้ไปบริหารจัดการก่อน
จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางต่อมายังศูนย์พักพิงโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. เพื่อมอบของบริจาค พบปะประชาชน และมอบถุงยังชีพให้ประชาชนในศูนย์พักพิง
ผูัสื่อข่าวถามว่า มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้รับผิดชอบในฐานะนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า เรารับผิดชอบในหน้าที่ของเราเต็มที่อยู่แล้ว รอจัดสรรทุกองคาพยพที่เรามีอยู่เร่งแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งหลายที่ก็คลี่คลายไปแล้ว และในพื้นที่คลองเปรมประชากรที่ลงพื้นที่วันนี้จะเห็นว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย คลองที่เคยกว้างก็แคบ นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหาหลักที่ทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่รอบคลอง แต่กฎหมายหลักเราก็มี ซึ่งเราก็อะลุ่มอล่วยกันเรื่อยมา แต่หากจะเจอปัญหาแบบนี้ทุกปีก็ต้องใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เหมือนกัน
“ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ รู้สึกเสียใจ กังวลใจ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายกฯ กล่าวเมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลอยากจะกล่าวขอโทษอะไรประชาชนหรือไม่
เคาะ 28-29 วันหยุดพิเศษ
เวลา 13.00 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ ห้องประชุม บก.ปภ.ช. กรม ปภ. โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นย้ำสิ่งสำคัญของการบรรเทาสาธารณภัยคือ "การให้บริการและช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง" ทั้งด้านที่พักอาศัย สถานที่พักพิง อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและข้อสั่งการไปยังผู้ว่าฯ
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะมีระบบ "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" มาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา จึงให้ ปภ.เร่งเตรียมการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มศักยภาพที่สุด
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยมีคณะรัฐมนตรีบางส่วนประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ภายหลังการประชุม นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติให้เป็นวันหยุดราชการ 2 วัน ในวันที่ 28-29 ก.ย.นี้ ในพื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ส่วนธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ยังทำการปกติ เนื่องจากต้องเชื่อมต่อตลาดทุนอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังขยายทางด่วนและโทลล์เวย์ฟรีไปอีก 2 วัน ตามประกาศวันหยุดดังกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ครม.หยุดไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งวันที่ 28 ก.ย. เป็นวันธงชาติไทย พวกเราจะมาเคารพธงชาติที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเช้า จากนั้นจะแยกย้ายกันไปลงพื้นที่ ส่วนการประชุม ครม.ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ยังมีตามปกติ รวมถึงส่วนราชการที่ต้องมาสนับสนุนการประชุม ครม.ยังคงต้องทำงานตามปกติ วันที่ 28 ก.ย. โฆษกประจำสำนักนายกฯ จะเปิดศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ จะรวมการสื่อสารทั้งหมดมาสื่อสารกับประชาชน และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยากจะสื่อสารกับประชาชนมาแถลง
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องระวังพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ นายอนุทินกล่าวว่า ดูจากการพยากรณ์ต่างๆ จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี ตาก จะเจอฝนหนัก แต่เราทราบมาแต่เนิ่นๆ ก่อนแล้ว จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ ประสานกับกรม ปภ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และดำเนินการตัดสินใจในการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่
"สำหรับการแจ้งเตือนที่ผ่านมา มีการแจ้งเตือนมาตลอด แต่มองว่าบางทีแจ้งแล้วประชาชนไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ อย่าว่าแต่ประชาชนไม่รู้เรื่องเลย ขนาดผมอ่านยังไม่รู้เรื่อง และคนไม่ต้องรู้หรอกว่าสาเหตุมันมาจากอะไร จึงขอให้เน้นให้การสื่อสารใช้ภาษาสั้น กระชับ เข้าใจเลย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการอพยพ ขนของให้ปลอดภัย" นายกฯ กล่าวถึงการแจ้งเตือน
นายกฯ กล่าวว่า โครงการทั้งหลายต้องใช้ความกล้าหาญ และมีการวางแผนพอสมควร จะไม่ทำให้เสียโอกาส โดยจะทำเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาวไม่ให้มีสภาวะน้ำท่วมน้ำอย่างนี้อีกต่อไป แต่ยอมรับว่าคงไม่เสร็จในรัฐบาลของตน เนื่องจากใช้เวลานาน 7 ปี แต่ไม่เริ่มทำตอนนี้เวลา 7 ปี ก็จะลดลงเรื่อยๆ จึงเริ่มให้ ซึ่งเป็นความกล้าหาญ แต่เป็นหน้าที่ เมื่อเจอแบบนี้ไปถ้าเราไม่ทำอะไรก็จะถูกกล่าวหาว่ายกความเดือดร้อนไปให้กับรัฐบาลชุดต่อไป แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย จะใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี ซึ่งตกปีละกว่าหมื่นล้านบาท และโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใช้งบประมาณอีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 29 ก.ย.นี้
ครม.สั่ง 14 รับมือวิกฤต
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. นัดพิเศษ พิจารณาเรื่องสถานการณ์น้ำ และมีข้อสั่งการของนายกฯ รวม 14 ข้อ ดังนี้ 1.ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือแก้ปัญหาและรับสถานการณ์ ให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อเนื่องทุกพื้นที่ 2.ให้รวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์น้ำ และภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ แจ้งประชาชนทราบทันท่วงที โดย สทนช.และกรมชลประทาน เป็นหน่วยหลักติดตามสถานการณ์และการระบายน้ำ, กรม ปภ.และ กทม. เป็นหน่วยหลักแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการอพยพ, กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยหลักให้ข้อมูลสภาพอากาศด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย พร้อมให้ สทนช.ประสานงานร่วมกับมหาดไทยและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 3.มอบหมาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง แจ้งสถานที่ราชการทุกแห่งอำนวยความสะดวกจัดสถานที่ให้ประชาชนนำยานพาหนะเข้าจอดฟรี 4. มอบหมายกระทรวงกลาโหมสนับสนุนรถบรรทุกทหารช่วยอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของ และให้ทุกเหล่าทัพระดมทรัพยากรสนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน 5.ให้กรมบัญชีกลางพิจารณาขยายวงเงินช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัด ตามกฎหมายและระเบียบ 6.มอบหมาย ปภ.แจ้งเตือนและรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ประชาชนทราบเป็นระยะ 7.ให้กรมชลประทาน ปภ. กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจความพร้อมของเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยบูรณาการการสูบระบายน้ำร่วมกับ กทม.ให้สอดคล้องกัน 8. ให้ผู้ว่าฯ ในภาคตะวันออกติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
9.ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และบริหารจัดการการปล่อยน้ำของเขื่อนให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงประชาชนท้ายเขื่อนเป็นสำคัญ 10.ให้ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากถนน วางแผนการจราจรให้เหมาะสม ไม่ให้กระทบการเดินทาง และดูแลความปลอดภัยของบ้านพักประชาชน 11.ให้การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค ตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตัดไฟฟ้า ซ่อมแซม และเตรียมเครื่องปั่นไฟให้พร้อม 12.ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องประสานงานช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เตรียมศูนย์พักพิง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา ถุงยังชีพ และเตรียมสถานพยาบาลรองรับผู้ป่วย 13.ให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นแนวทางเดียวกัน โดยรายงานข้อมูลไปยังโฆษกรัฐบาล ผ่านสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมร่วมมือกับกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท จัดตั้งศูนย์แถลงข่าว 14.ให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณามาตรการ Work from Home สำหรับหน่วยงานรัฐ และขอความร่วมมือภาคเอกชน Work from Home ในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
นายเอกภพกล่าวว่า รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC: Joint Information and Communication Center) เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นเอกภาพ ลดความสับสนของข้อมูล โดยจัดทำข้อมูลกลางส่งตรงถึงประชาชน และจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทุกวัน เวลา 10.00 น. ผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT และแฟนเพจไทยคู่ฟ้า รวมถึงอัปเดตข้อมูลผ่านเพจตลอดทั้งวัน
คาด 2-3 วันกทม.คลี่คลาย
ส่วนความกังวลว่าสถานการณ์จะเหมือนวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 หรือไม่นั้น นายเอกภพชี้แจงว่า มีความแตกต่างกัน โดยปี 2554 เกิดจากพายุซ้ำซ้อน 5 ลูก นำฝนตกหนักทางภาคเหนือและมีน้ำเหนือไหลซาลงมาตามทางสู่ภาคกลางและ กทม. แต่ครั้งนี้เกิดจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ทำให้ฝนตกหมุนวนครอบคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง กทม. และปริมณฑล มีปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน สูงสุดถึง 340 มิลลิเมตร คิดเป็นมวลน้ำ 248 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากที่สุดในรอบ 43 ปี นับตั้งแต่ปี 2526 ในขณะที่ศักยภาพการรับน้ำของ 4 เขื่อนหลักในปัจจุบันยังรองรับได้สูงถึง 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับการระบายน้ำ กทม.ได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำและเดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสูบน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยความสามารถในการระบายน้ำเฉลี่ย 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม สถานการณ์น้ำท่วมขังใน กทม. จะคลี่คลายภายใน 2-3 วัน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวออกจาก กทม. ไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว
ช่วงเช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.ว่า ขณะนี้สถานการณ์ถือว่าดีขึ้น เพราะหย่อมความกดอากาศต่ำที่อยู่กลาง กทม. ซึ่งทำให้ฝนตกหนัก 2-3 วัน ทำให้คลองเต็มและล้นมายังถนนต่างๆ วันนี้หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้ขยับไปทางเมียนมาแล้ว ทำให้ฝนไปตกแถว จ.กาญจนบุรี ราชบุรี แทน ส่วน กทม.ฝนจะตกเหลือวันละ 10-20 มิลลิเมตร (มม.) พื้นที่ใกล้คลองสถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่การระบายน้ำไม่สามารถทำได้รวดเร็ว เพราะแม้จะดึงน้ำออกจากคลอง แต่น้ำบริเวณใกล้เคียงก็จะเข้ามาแทน แต่พื้นที่ด้านข้างก็จะทยอยลง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
"แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ ชุมชนที่น้ำท่วม เช่น ชุมชนเคหะร่มเกล้า ที่มีประชาชนกว่า 3 หมื่นคน เมื่อวันที่ 26 ก.ย. น้ำท่วมหนักมาก หลายคนต้องการอพยพออก ตอนนี้ตั้งศูนย์อพยพในชุมชน และขณะนี้ไม่สะดวกแล้ว เพราะมีคนอพยพมาเป็นพันคน จึงมีการย้ายไปที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัญหาหลักในขณะนี้คือการดูแลคนที่ตกค้างอยู่ในชุมชนขนาดใหญ่ คิดว่ามียอดรวมหลักหมื่นคน จึงต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน รวมถึงการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่ตอนนี้นำออกมาแล้ว 40-50 คน แต่ยังมีตกค้างอยู่"
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีพื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ทุกจุดเลยที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่ หากหนักๆ เลยคือพื้นที่ใกล้คลอง เช่น คลองแสนแสบ ย่านบางกะปิ คลองเปรมประชากร บริเวณหลักสี่ คลองประเวศ ลาดกระบัง สวนหลวง เราต้องดูอย่างใกล้ชิด
เมื่อถามว่า พื้นที่ชั้นในที่น้ำท่วมอยู่ วันนี้จะสามารถระบายได้เลยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้นี้เริ่มแห้งแล้ว เช่น พื้นที่เอกมัย แต่ที่เราเป็นห่วงคือพื้นที่รอบนอก เช่น บางกะปิ อ่อนนุช รามคำแหง ซึ่งในพื้นที่ชุมชนหากจะให้แห้งสนิทเลยคงต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ แต่ถนนสายหลัก คิดว่า 2-3 วันคงดีขึ้น และโรงเรียนของ กทม.ที่มีอยู่กว่า 400 แห่ง เราก็ให้ปิดในวันที่ 28 ก.ย. 1 วัน
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ รวม 128 อำเภอ 587 ตำบล 2,500 หมู่บ้าน 174,803 ครัวเรือน 545,022 คน และกรุงเทพมหานคร 50 เขต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมแล้ว…สส.อยู่ไหน?
เมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องน้ำท่วมไปครับ วันนี้น้ำยังไม่ทันไปไหน ซองตามมาแล้ว
พท.ยึดเก้าอี้อบจ.ขอนแก่น
รองเลขาธิการ กกต.ส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่เลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น บอกยังไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ รองผู้ว่าฯ หวัง ปชช.ใช้สิทธิ 60% เด็กเพื่อไทยหนุนกวาดชัยเก้าอี้
ทุกภาคส่วนรวมใจ ระดมช่วยอุทกภัย!
รัฐบาลย้ำสิทธิ “ม.33” เจอภัยธรรมชาติจนทำงานไม่ได้ รับเงินทดแทน 50% ไม่เกิน 90 วัน ยันสินค้าอุปโภคบริโภคมีพอ
ลุ้น!ศาลวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง
“เท้ง-ส้ม” มาแรง! โพลหนุนนั่งนายกฯ “อนุทิน” คะแนนนิยมร่วงอันดับ 3 จับตาศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง “ศาลปกครอง-สว.” หยุดตามมติ ครม.
กรมอุตุฯ เตือน 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยสูง 'กทม.-ปริมณฑล' ฝนลดลงแต่ยังคงมีตกต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือตอนล่าง ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน
'นายกฯ' ควง 'เอกนัฏ' ลุยแฟลตคลองจั่น ชาวบ้านโบกมือทักทาย เจอชายปริศนาถาม 'เข้ามาทำไม'
‘อนุทิน’ ควง ‘เอกนัฏ’ ลุยแฟลตคลองจั่น ลงเรือมอบอาหารเครื่องดื่มผู้ประสบภัย ชาวบ้านตะโกนเรียกก่อนเจ้าตัวโบกมือทักกลับ ขณะชายปริศนาเดือดถามนายกฯ ลั่น ‘เข้ามาทำไม?’

