กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น-แทนตำแหน่งว่าง ก่อนขยายใช้เลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขต-สส. ชู Stand Alone กันแฮ็ก รู้ผลไว ลดคนประจำหน่วย-ประหยัดงบ "เท้ง" ยันไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ช่องโหว่บาร์โค้ดระบุตัวผู้มีสิทธิได้ ย้ำต้องตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ "อ.ปริญญา" ลั่นไทยต้องเลือกตั้งแบบ "ลับโดยสมบูรณ์" เท่านั้น เหตุยังไม่ไว้ใจ กกต.จะสุจริต เที่ยงธรรม
เมื่อวันที่ 29 กันยายน มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีบัตรบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด โดยชี้ว่าการดำเนินการของ กกต.ไม่มีความผิด แต่มีแนวทางของคำวินิจฉัยในทิศทางที่ไม่ให้มีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีกนั้น กรณีนี้ขอให้ฝ่ายต่างๆ ที่วิจารณ์ กกต.ในช่วงที่ผ่านมายุติการเคลื่อนไหวการวิจารณ์ กกต.ด้วย ไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป
ส่วนแนวทางที่ศาลมีคำวินิจฉัยล่าสุดนั้น เบื้องต้น กกต.มีแนวคิดใช้เครื่องลงคะแนนแบบใหม่แทนการกาบัตรเลือกตั้ง โดยตอนนี้สำนักงาน กกต.มีเครื่องลงคะแนนทั้งหมด 250 ชุด จะกระจายไปยัง กกต.จังหวัดทุกจังหวัด จังหวัดละ 2 ชุด โดย 1 ชุด ประกอบด้วย 1.เครื่องรวมคะแนน 1 เครื่อง 2.เครื่องลงคะแนน 4 เครื่อง
สำหรับวิธีการลงคะแนน จะตั้งเครื่องลงคะแนนเรียงกัน 4 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องจะมีแผ่นพลาสติกปิดด้านข้างและด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน เพื่อป้องกันผู้อื่นมองเห็นว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกลงคะแนนกับเครื่องลงคะแนนเครื่องใดเครื่องหนึ่ง โดยกดปุ่มหมายเลขผู้สมัครที่ปรากฏบนเครื่องลงคะแนน และกดยืนยันการลงคะแนน ผลการลงคะแนนของเครื่องลงคะแนนทั้ง 4 เครื่อง จะถูกประมวลผลไปยังเครื่องรวมคะแนนซึ่งสามารถประมวลผลคะแนนภายหลังจากเสร็จการลงคะแนนได้ทันที
ทั้งนี้ เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ชุดนี้ เป็นเครื่องลงคะแนนที่ตั้งแบบ Stand Alone โดยจะไม่มีการเชื่อมต่อระบบ LAN ระบบอินเทอร์เน็ตหรือระบบบลูทูธ จึงไม่สามารถทำการแฮ็กหรือเข้าถึงการประมวลผลข้อมูลได้จากภายนอก
“ด้วยเหตุผลข้างต้น กกต.มีเครื่องลงคะแนนเพียง 250 ชุด จึงไม่สามารถนำไปใช้ในการเลือกตั้งขนาดใหญ่อย่างการเลือกตั้ง สส.หรือการเลือกตั้ง อบจ.ได้ เพราะต้องใช้เครื่องลงคะแนน 99,487 ชุด สำหรับการเลือกตั้ง สส. หรือประมาณ 1,000 ชุด สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.แต่ละแห่ง”
ทั้งนี้ ปัจจุบัน กกต.ได้ใช้เครื่องลงคะแนนสำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน รวมไปถึงรัฐสภา ที่เคยขอใช้เครื่องลงคะแนนในการเลือกตั้งในหน่วยของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นประธานนักเรียน กรรมการสหกรณ์ หรือครั้งล่าสุดที่สภาผู้แทนราษฎรนำไปใช้ คือการเลือกตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
"ขณะนี้ กกต.ก็ได้มีการยกร่างระเบียบการการใช้เครื่องลงคะแนนเพื่อจะนำไปใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีสเกลไม่ใหญ่มาก เช่น การเลือกตั้ง อบต. กรณีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางแห่ง เพื่อเป็นการนำร่องการใช้เครื่องลงคะแนน ก่อนที่จะมีการใช้ในการเลือกตั้งอื่นๆ ต่อไปในอนาคต และเครื่องลงคะเเนนนั้นในหลายประเทศก็นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น"
นอกจากนี้ กกต.จะมีโครงการในการที่จะพัฒนาเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นและราคาถูก เพื่อจะได้ผลิตได้จำนวนมากขึ้น และนำไปใช้ในการเลือกตั้งในระดับที่มีความใหญ่มากขึ้นต่อไป
'เครื่องลงคะแนน'ดีกว่าเยอะ
โดยเครื่องลงคะแนนนั้น คาดว่าจะใช้ได้ในการเลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้งนอกเขต (เฉพาะในประเทศ) และเลือกตั้งทั่วไป ส่วนการเลือกตั้งในต่างประเทศนั้น กำลังพิจารณาว่าจะใช้รูปแบบใด เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย
ทั้งนี้ การใช้เครื่องลงคะแนนจะสามารถประหยัดงบประมาณได้มาก ตัวอย่างการเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 ก.พ.69 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการจัดสรรงบกลางปี 2569 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 8,978,267,690 บาท ให้แก่ กกต. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ
โดยได้จัดตั้งหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งหมด 99,487 หน่วย โดยกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้งมาตรฐาน หน่วยละ 11 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จำนวน 9 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จำนวน 2 คน คิดเป็นจำนวนบุคลากรประจำหน่วยเลือกตั้งรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,094,357 คน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการทั้งสิ้น
"ดังนั้น หากใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจะประหยัดงบจำนวนมาก เช่น ลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายให้ กปน.หนึ่งหน่วยเลือกตั้งได้หลายคน และป้องกัน กปน.บางคนทุจริตในหน่วยนั้นๆ รวมทั้งจัดการเลือกตั้งโปร่งใส รายงานผลได้รวดเร็ว" รายงานจาก กกต.ระบุ
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยแล้วว่าบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดชอบด้วยกฎหมายว่า ขอแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรามองว่าการผลิตบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่ระบุได้เป็นรายบัตรที่สามารถโยงไปหาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการออกเสียงได้ อย่างไรก็เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ลับอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ว่าจริงๆ แล้วในแนวปฏิบัติในการเก็บไว้แยกส่วนกันในทางปฏิบัติ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แต่คำถามที่สำคัญคือ หากมีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้ออกมาปรากฏเป็นหน้าข่าว ทำงานอยู่เบื้องหลังแอบไปประกอบข้อมูลเซตนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่สุดท้ายแล้วจะมีผู้ไม่หวังดีรับรู้ได้ว่าใครโหวตอะไรบ้าง ใครลงคะแนนอย่างไรบ้าง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะมีส่วนที่ย้อนแย้งด้วยส่วนหนึ่งที่บอกว่าลับในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่อยากให้ทำอีกในอนาคต เป็นลักษณะเช่นนี้ การตัดปัญหาที่ต้นตอส่วนหนึ่งคือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญที่ออกคำวินิจฉัยเช่นนี้สุดท้ายเตรียมที่จะผลักดันให้องค์กรอิสระต่างๆ ทั้งที่มาและที่ไปมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการพูดกันว่าลับแบบมีเงื่อนไข นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ ลับหรือไม่ลับก็พิสูจน์ได้ในเชิงการให้เหตุและผล ต้องบอกว่าเทคนิควิธีการในการทำให้บัตรเลือกตั้งมีความปลอดภัย ส่งไปถึงหน่วยเลือกตั้งได้โดยไม่ให้มีการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการพิมพ์ลายน้ำที่มองไม่เห็น หรือใช้คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดนั้นย่อมสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่ผ่านมาคือบาร์โค้ด เป็นโค้ดที่สามารถระบุถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายคนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายืนในหลักเดิมมาตลอด และไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ต้องลับโดยสมบูรณ์
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหา 2 ประเด็นที่สำคัญ คือ 1.แม้ กกต.เขตทั้ง 400 เขต จะเก็บบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วแยกกล่องกัน แต่กล่องเก็บบัตรและกล่องต้นขั้วเก็บไว้ที่เดียวกัน ที่สำคัญคือเคเบิลไทของ กกต.สามารถใช้ไขควงเล็กๆ หรือเหล็กแหลมดันเปิดได้ ศาลรัฐธรรมนูญมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 400 เขตไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.คนใดไปเปิดสแกนดู
2.หาก กกต.ยึดถือจริงจังว่าการเลือกตั้งโดย “ลับแบบมีเงื่อนไข" เป็นสิ่งที่ทำได้ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแม้จะมีต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ก็อาจจะมี "ลับแบบมีเงื่อนไข" ในจุดอื่นๆ ได้ ซึ่งเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไขนั้น มีใช้แค่ไม่กี่ประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ที่สำคัญคือเขาแยกเก็บบัตรและต้นขั้วอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปิดผนึกหีบต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ไปแล้ว พอขนไปที่เก็บก็เปิดหีบเพื่อยุบรวมหีบกันเองลับหลังประชาชนเหมือนที่ กกต.ทำ ที่สิงคโปร์เมื่อเลือกตั้งเสร็จจะเอาบัตรและต้นขั้วไปเก็บไว้ที่ศาลสูง แล้วก็มีหลักเหมือนกันกับอังกฤษคือเปิดดูได้เมื่อมีคำสั่งศาล โดยมีเหตุหรือเงื่อนไขตามกฎหมายเท่านั้น
“สรุปคือ ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ คือการจะย้อนกลับไปที่ผู้เลือกจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขตามกฎหมาย โดยมีศาลควบคุม แต่ของไทย กกต.จัดเก็บเอง กกต.ออกระเบียบเงื่อนไขจัดเก็บเอง โดยไม่มีศาลมาควบคุม เมื่อไปร้องศาลรัฐธรรมนูญโดยหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะควบคุม ก็ยกคำร้องเสียอีก จึงขอแย้งศาลรัฐธรรมนูญ และมีความเห็นว่าประเทศไทยควรต้องกลับไปใช้หลักการเลือกตั้งโดยลับโดยสมบูรณ์ ไม่ควรจะเป็นลับแบบมีเงื่อนไข ที่แล้ว กกต.จะกำหนดอย่างไรเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายังไม่สามารถทำให้คนเชื่อมั่นว่า กกต.จัดการเลือกตั้งและการเลือกสว.ได้อย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสได้” นายปริญญากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
เคาะแผนหนี้ปี70 กู้ใหม่1.26ล้านล. ‘ไทยพลัส2’ได้แน่
ครม.ไฟเขียวแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบ 70 ส่งผลสัดส่วนหนี้พุ่งไปที่ 69.7% ต่อจีดีพี สบน.ลั่นยังไม่ทะลุเพดานที่ 70%
สมพระเกียรติรังสรรค์พัดพระราชพิธี‘พระพันปีหลวง’
ถวายพระเกียรติยศ รังสรรค์พัดสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “พระพันปีหลวง” สุดวิจิตรงานปักผ้า
ไม่ท้อ!ขอโทษปชช. นายกฯเยียวยา4.7พันล.วิกฤตนํ้าท่วม
ครม.ทุ่มงบมหาศาลบริหารจัดการน้ำระยะยาว เคาะ 1.6 แสนล้านโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เพิ่มช่องทางระบายน้ำ
มุกใหม่ กกต.! เล็งใช้เครื่องลงคะแนนแทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น
กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนการกาบัตร หลังศาลรัฐธรรมนูญวางแนวไม่ใช้บาร์โค้ดบนบัต
'ไชยันต์' ยืนยัน ศาลรัฐธรรมนูญแนะ กกต. ไม่ใช่ ห้าม!
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าศาลรัฐธรรมนูญแน

