ยังไม่ปลด‘ชัชชาติ’ อนุทินตั้งวอร์รูมเช็กน้ำ/กทม.เยียวยาตามท่วมจริง

“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” บูรณาการแก้ปัญหาอุทกภัย สั่งตั้งวอร์รูมแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทุกเช้าอุดรอยรั่วการทำงาน ขอทุกหน่วยน้อมรับเสียงวิจารณ์ ขอบคุณ ปชช.อดทนอดกลั้น แจงลงพื้นที่ไม่ใช่แค่แจกข้าว-น้ำ ไปดูสถานการณ์จริง ปัดยังไม่คิดปลดผู้ว่าฯ กทม. โต้ดรามาแจกเงิน แค่ถุงยังชีพหมด สวน “ไอซ์” วิจารณ์ บอกพ่อ-แม่สอนมาดีให้ดูแลชาวบ้าน อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัด  ฮึ่ม! ฟันฝ่ายปฏิบัติงาน-ขรก.ประจำเกียร์ว่างแก้น้ำท่วม “ชัชชาติ” แจงเงินเยียวยา กทม.ยึดหลัก ปภ.  จ่ายตามสภาพจริง เร่งพร่องน้ำในคลอง เสริมคันกั้นน้ำชุมชนติดเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  วันที่ 30 ก.ย. เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, ผบ.ตร., ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชุม

นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จุดมุ่งหมายสำคัญคือการอุดรอยรั่วและเติมเต็มภารกิจต่างๆ ให้สมบูรณ์ที่สุด โดยเฉพาะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงจิตอาสาที่เข้ามาช่วยเหลือและดูแลประชาชน ส่งผลให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปในระดับที่ดี โดยตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้เห็นการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ เข้าพื้นที่เพื่อดูแลผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

 “จากการลงพื้นที่ได้เห็นสภาพความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้ประสานการทำงานกับทุกหน่วยงาน โดยยอมรับว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงตำหนิ และคำกล่าวว่าจากประชาชนเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ เสียงสะท้อนเหล่านั้นคือความต้องการของประชาชนที่ส่งออกมา เพื่อให้ภาครัฐนำไปหาวิธีการแก้ไขและตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด ผมเผชิญมาทุกสถานการณ์ อยากให้ทุกคนใจกว้างและอดทน อย่าไปถือสากับคำพูดต่างๆ แต่ให้นำสิ่งเหล่านั้นมาหาวิธีแก้ปัญหาให้ประชาชน ทุกคนต้องร่วมกันทำงาน ไม่ขัดแข้งขัดขากัน และใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในการแก้ไขสถานการณ์เหล่านี้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ” นายอนุทินกล่าว

นายกฯ กล่าวว่า จากนี้จะมีการประชุมในลักษณะเดียวกันทุกวัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถประสานข้อมูลและติดตามสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง หากหัวหน้าหน่วยงานมีภารกิจจำเป็นก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิกงานเดิม  สามารถมอบหมายผู้แทนเข้าร่วมประชุมได้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 “เรามาประชุมกันทุกเช้า เพื่อให้การประสานข้อมูลเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลว่าหน่วยงานหนึ่งจะดำเนินการอะไรแล้วอีกฝ่ายไม่รับทราบ  หากเราไม่เชื่อมโยงการทำงานเข้าด้วยกัน กทม.เร่งสูบน้ำทุกวัน ขณะที่กรมชลประทานก็ดำเนินการระบายน้ำ หากต่างฝ่ายต่างทำโดยไม่มีการประสานงานกัน ก็อาจทำให้ทรัพยากรที่ใช้ไปไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบหรือระบุว่าเป็นพื้นที่พิเศษที่ผู้ว่าฯ กทม.ต้องรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวได้ เพราะความเดือดร้อนเกิดขึ้นกับประชาชน และเมื่อผู้ว่าฯ กทม.ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว   ภารกิจของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ ขอบคุณ ปชช.อดทน

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดรามาถูกแซะการลงพื้นที่ตรวจติดตามน้ำท่วมว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย อย่าไปให้ความสนใจ พอพูดแบบนี้ไปก็จะว่าตนไม่สนใจ เดี๋ยวก็หาว่าไม่รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่มันไม่ใช่ วันนี้ทำงานอย่างเดียว ใครดุด่าว่ากล่าวก็น้อมรับ ใครกล่าวคำแรงๆ มาก็ถือว่าเขาได้ระบาย นึกสภาพว่าเป็นเรา เราอาจจะแรงกว่าเขาก็ได้ แต่เราก็ปล่อยให้เขาได้ระบายอย่างเต็มที่ ไม่เป็นไร เราเป็นรัฐบาล เลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้อยู่แล้ว

ถามถึงกรณีที่มอบเงินให้ชาวบ้านระหว่างลงพื้นที่เขตสายไหม นายอนุทินกล่าวว่า ถุงยังชีพที่นำไปแจกหมด เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ตั้งคำถามว่าเงินที่ให้สะอาดหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า อย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันทางการเมือง วันนี้เป็นเวลาช่วยเหลือประชาชน ต่างคนต่างถามก็จะยิ่งทำให้แตกแยกไปกันใหญ่ วันนี้ต้องการความสามัคคี และมุ่งไปถึงการช่วยเหลือประชาชน

"เงินผมสะอาดแน่นอน เงินเดือนที่ให้พี่น้องประชาชนไปเมื่อวาน ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นข้าราชการ ที่ให้พี่น้องประชาชนไปเพราะว่าถุงยังชีพที่เตรียมไปมันหมดพอดี และประชาชนก็เดินออกมาไกล ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนอะไร จึงมอบในสิ่งที่มีอยู่ติดตัวไป ก็เท่านั้นเอง เป็นความตั้งใจของผม ทำอะไรได้ผมก็ทำให้ ไม่เคยคิดอะไรที่เป็นเรื่องของการเมือง คำถามที่ถาม ต้องไม่เอามาตรฐานตัวเองมาเทียบกับคนอื่น” นายอนุทินกล่าว

 เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าหมายถึง น.ส.รักชนกใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบกลับทันทีว่า ใช่ ก่อนจะพูดว่า "ผมมีพ่อแม่สั่งสอนมาดีให้ดูแลพี่น้องประชาชน"

นายอนุทินแถลงหลังประชุม บกปภ.ช. ถึงสถานการณ์การแก้ไขน้ำท่วมทั้งระบบว่า ตอนนี้มีสภาวะความเสี่ยงของทุกจังหวัดที่น้ำผ่าน ทั้งในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล จึงมีการตั้งวอร์รูมเพื่อรับฟังสถานการณ์ในทุกเช้า เหมือนกับตอนที่มีสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขจะมีการประชุมช่วง 07.00 น.ของทุกวัน เพื่อรับทราบความเป็นไปของสถานการณ์และสั่งการแก้ไขปัญหา หากจังหวัดใดต้องการการสนับสนุนและการตัดสินใจจะได้ดำเนินการได้ทันที

ถามถึงการลงพื้นที่ประชาชนมีการสะท้อนความต้องการเรื่องใด นายอนุทินกล่าวว่า ต้องการให้เร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณในความเข้าใจ ความอดทนอดกลั้นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์น้ำท่วม การที่ตนลงไปในพื้นที่ไม่ใช่ไปเพื่อแจกข้าวแจกน้ำ แจกถุงยังชีพ แต่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความลำบากของประชาชน  ได้เห็นสถานการณ์จริงว่าเป็นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุน และการตัดสินใจอย่างไร

“การลงพื้นที่ 3-4 แห่งในช่วงที่ผ่านมา อย่างน้อยทำให้ทุกหน่วยงานเกิดการบูรณาการ และมาให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ จากวันแรกที่เข้าไปทุกคนบอกอาหารไม่พอ ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน ไม่มีการช่วยเหลือ ไม่มีไฟ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป จนวันนี้สามารถเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง เข้าไปแล้วได้เห็นสถานการณ์ ไม่ใช่คอยรับฟังอย่างเดียว” นายอนุทินกล่าว

ต่อมาเวลา 15.20 น. นายอนุทินเดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย ตรวจเยี่ยมโรงครัวพรรคภูมิใจไทย ที่ทำอาหารเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการประเมินผลงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า  ตอนนี้มุ่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน เมื่อถามว่านายกฯ สามารถปลดผู้ว่าฯ กทม.ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยังไม่เคยคิดครับ”

เมื่อถามว่า มองว่าผู้ว่าฯ กทม.บริหารสถานการณ์น้ำผิดพลาดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  “ตอนนี้ทุกคนทำงานเต็มที่ วันนี้ถ้ามัวแต่วิพากษ์วิจารณ์คนที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะยิ่งทำให้งานถดถอยลงไป และถ้าดูจากสถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ   ตามลำดับ ด้วยอะไรก็ตามที่เป็นใจ ไม่ว่าจะธรรมชาติที่เป็นใจ หรือการระดมของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ

ขู่ ขรก.เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม

พอถามกรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะมีการดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า  อย่ามาคุยเรื่องการเมืองอะไรตอนนี้ เพราะไม่ได้คิดอะไรเลย ซึ่งตอนนี้มีสถานการณ์น้ำท่วม ต้องลงพื้นที่ประสานงาน สั่งการ และการตัดสินใจต่างๆ 

“ตอนนี้ไม่ได้คิดเรื่องอะไรแบบนี้เลย เอาเรื่องของสถานการณ์ให้เรียบร้อยก่อน ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ รัฐบาลก็ยังทำงานได้ เมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวก็เห็นว่าคณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบอนุมัติวงเงินที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชน และอนุมัติโครงการในระยะยาวที่รอการอนุมัติมาตั้งนานแล้ว ซึ่งอย่างน้อยก็ให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มทำแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ทุกๆ ปี ทั้งโครงการป้องกันน้ำท่วม และโครงการระบายน้ำที่จะทำให้มีเส้นทางน้ำเพิ่มมากยิ่งขึ้น” นายกฯ กล่าว

ถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐบาลจัดการปัญหาน้ำท่วมล้มเหลว นายกฯ กล่าวว่า  “เลิกถามเรื่องนี้สักทีเถอะ” เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเรียกร้องให้เข้าสภาตอบปัญหาเรื่องน้ำท่วม  นายกฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคนทำงานแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยว่า ในการประชุม  บกปภ.ช. นายกฯ ได้ปรึกษาหารือกับผู้ว่าฯ กทม.  หากเป็นไปได้ขอให้มีการประกาศเวิร์กฟรอมโฮมต่อไปอีกสักระยะ เพื่อให้ระบายน้ำออกได้อย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำการช่วยเหลือเรื่องการขนส่ง อาจจะเพิ่มโดยสารสาธารณะ รวมถึงการจัดรถเพิ่มเที่ยวให้ผู้ที่อยู่พื้นที่น้ำท่วมออกมาทำงาน

 นายเอกภพกล่าวว่า ในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา นายกฯ ได้เน้นย้ำหากมีการสั่งการ หรือข้อสั่งการ หรือมีการดำเนินการที่สั่งการโดยระดับบริหารของกระทรวงใด และผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงนั้นๆ  ไม่ให้ความร่วมมือหรือดำเนินการแล้ว ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับระดับผู้บริหาร นายกฯ จะสามารถใช้อำนาจขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี

“เชื่อว่าหลังจากนี้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีปัญหาติดขัด รวดเร็ว ช่วยเหลือกันอย่าง เต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งฝ่ายข้าราชการประจำ เราจะเห็นว่ามีส่วนราชการต่างๆ  เข้าไปในพื้นที่หลายหน่วยงานหลายภาคส่วน กรมชลประทาน ปภ. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. รวมถึงแต่ละจังหวัด” นายเอกภพกล่าว

ถามว่า การที่ฝนจะตกในวันที่ 4-6 ต.ค. รวมถึงน้ำเหนือจะเข้ามาเติมจะระบายน้ำออกจาก กทม.ทันหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของ กทม.อยากจะเน้นย้ำว่า ฝนออกจาก กทม.ไปแล้ว และน้ำที่มีอยู่กำลังจะระบายออก  จากรายงานของผู้ว่าฯ กทม.บอกว่ามีประสิทธิภาพในการระบายเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่น้ำเคยเต็มคลอง น้ำพร่องลงไปแล้ว ถือเป็นข้อดีว่าน้ำจากคลองเริ่มไหลไปได้

“ที่กังวลว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะหนุนนั้น  ขอเน้นย้ำว่าปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำ ในภาคเหนือหากดูแผนที่ประเทศไทย แม่น้ำปิงไหลจาก จ.เชียงใหม่ลงมา จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม่น้ำน่านก็ไม่ได้เพิ่ม และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี และแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว ดังนั้น น้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จุด อ.บางบาล บางไทร”  โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

นายเอกภพกล่าวถึงการระบายน้ำใน กทม.ว่า  พื้นที่ที่น้ำท่วมขังยังอยู่ฝั่งตะวันออก ภายหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ร่วมกับ กทม. ได้มีการเพิ่มการสูบน้ำ โดยนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กหรือท่อซิ่งพญานาคเข้าไปสูบน้ำเพิ่ม วันนี้ที่แฟลตคลองจั่นมีน้ำลดลง 30 เซนติเมตร

กทม.เยียวยายึดเกณฑ์ ปภ.

ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเงินเยียวยาน้ำท่วมในส่วนของ กทม.ว่า ยึดหลักตาม ปภ. ที่มีอยู่ 7-8 รายการ แต่มี 5 รายการ เป็นเงินในส่วนที่รัฐบาลช่วยค่าซ่อมแซมบ้าน ที่ต้องเป็นไปตามสภาพจริง ส่วน กทม.มีจ่ายเพิ่มให้ 2 รายการ คือค่าเช่าบ้าน ที่ กทม.ออกเอง ก็ต้องไปดูถ้าหากไม่มีก็ต้องขอจากสภา กทม.มาจ่าย ซึ่งเราไม่ได้เหมารายหัว เราจ่ายตามจริง ที่ต้องมีการยื่นหลักฐาน ซึ่งตอนนี้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถยื่นออนไลน์ได้ เพื่อสะดวกกับประชาชนในการถ่ายรูปหลักฐานต่างๆ ส่งมาทางออนไลน์ โดยล่าสุดที่ได้รับการชดเชยจาก ปภ.เมื่อปี 2565 ในเหตุน้ำท่วมที่ลาดกระบังกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้น ปภ.เป็นผู้เบิกให้ ที่เป็นงบเรื่องสาธารณภัยโดยมีระเบียบรองรับอยู่

ถามว่าตอนนี้มียอดตัวเลขที่ต้องจ่ายแล้วหรือยัง นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มียอด ยังอยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูล ที่ต้องดูความเป็นจริง ต้องมีรูปถ่ายว่าจะต้องซ่อมแซมเท่าไหร่ แล้วเราจะต้องยื่นให้กับ ปภ.ต่อไป เมื่อถามว่าครอบครัวละ 9,000 บาท เป็นเรื่องของรัฐบาลใช่หรือไม่  นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่ กทม. ในส่วนของ กทม.ตามความเสียหาย เหมือนที่นายกฯ พูดว่าเราไม่ได้ให้ทุกคน สมมุติคนที่เสียหายเยอะกลับได้รับเงิน 9,000 บาท เรามองว่าควรจะให้ตามรายละเอียด ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เก่าไม่ใช่อันใหม่

 “ตอนนี้เงินมี 2 ส่วน คือเงินค่าเสียหายตามหลักที่มีระเบียบ ปภ.อยู่ เช่นเงินค่าซ่อมแซมบ้าน แต่ส่วนที่รัฐบาลจะให้เพิ่มก็เป็นอีกหลักเกณฑ์หนึ่ง ที่รัฐบาลจะให้เพิ่ม คล้ายกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย แต่อันนั้นเรียกเป็นค่าล้างบ้าน  เป็นคนละหมวดกับหมวดเดิมที่มีอยู่ เพราะถ้าเป็นหมวดเดียวกันมันเบิกซ้ำไม่ได้ ฉะนั้นถ้าจะให้เพิ่ม ต้องไม่ตรงกับหมวดที่ ปภ.เคยประกาศมา อันนี้แล้วแต่รัฐบาลจะมอง แต่ในส่วนของ กทม.เรามีงบจำกัด ก็ไม่รู้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ถ้ารัฐบาลจะให้เราไปช่วย เงินในส่วนก้อนแรกที่มีระเบียบของ ปภ.เราก็ไปเสริมบางส่วน” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

นายชัชชาติกล่าวถึงการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า หลักการระบายน้ำต้องระบายน้ำในคลองก่อน ซึ่งเรามีคลองหลัก 4 เส้น ประกอบด้วย คลองเปรมประชากร, คลองลาดพร้าว, คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ โดยขณะนี้เหลือแค่คลองประเวศบุรีรมย์ที่น้ำในคลองยังสูง

“น้ำระลอกใหม่ที่จะเข้ามาเติม เราต้องเร่งระบายน้ำให้ได้มากที่สุด พื้นที่ไหนที่ระบายน้ำได้แล้วก็ต้องเร่งพร่องแก้มลิง เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำจากคลองลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าคลอง จึงต้องใช้วิธีดูดน้ำข้ามคันกั้นน้ำ” นายชัชชาติกล่าว

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. สรุปสถานการณ์อุทกภัยมีในพื้นที่ 31 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์  อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี  กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา  สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี  ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา  และสุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 195 อำเภอ 1,196 ตำบล 8,249 หมู่บ้าน 1,041,307 ครัวเรือน 2,932,661 คน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินอุดรอยรั่วน้ำท่วมกรุง ยก"กองทัพ"นำหน้า"กู้วิกฤต"

จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน