คนกรุงแห่ยื่นเยียวยา

"ศุภจี" เร่งหนุนส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้า เบรกส่งออก 30-50% ป้องกันของขาดตลาด จ่อจัดธงฟ้าลดค่าครองชีพ 1.2 หมื่นจุดทั่วประเทศ ลงทะเบียนแอปทางรัฐขอเงินเยียวยาพุ่ง 8.5 แสนราย กทม.มากสุด 3.7 แสนคน "สวนดุสิตโพล" ชี้คนไทยไม่ทิ้งกัน กำลังใจครอบครัวช่วยฝ่าวิกฤต บี้รัฐบาลเร่งแก้ด่วนให้เป็นระบบ

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 11.15 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์  กล่าวถึงการดูแลผู้ประสบอุทกภัยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ว่า ความต้องการในส่วนของถุงยังชีพ ได้มีการจัดตั้ง Single Command Center ที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. โดยได้รับเรื่องมาจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ว่ามีจุดไหนที่ต้องการความช่วยเหลือ และเป็นการประสานหลายกรมในกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานนอกกระทรวงด้วย เช่น จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว ที่ระดับน้ำสูงมาก ทำให้ไม่สามารถใช้รถปกติได้ จึงประสานไปยังกระทรวงกลาโหมส่งรถเพื่อนำถุงยังชีพและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเข้าไปในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี

นางศุภจีกล่าวว่า สิ่งที่เราดูแลคือการเฝ้าระวังสินค้า เช่น สินค้าที่มีการเน่าเสียง่าย ผักสดหรือไข่ไก่ ซึ่งอาจจะมีการขาดแคลนในพื้นที่ หรือขายราคาสูง จึงมีการเรียกคุยกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อตรวจปริมาณและขอให้แจ้งปริมาณเข้ามาที่กรมการค้าภายในทุกสัปดาห์ พร้อมขอให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตส่งออกช้าลง หรือชะลอการส่งออกอย่างน้อย 30-50 % และระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศได้มีการดูแลอย่างทั่วถึง

ส่วนผู้ประกอบการที่มีการกักตุนหรือขึ้นราคาสินค้ามากเป็นพิเศษ กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจในพื้นที่อย่างเข้มข้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการขึ้นราคาสินค้า สามารถแจ้งที่สายด่วน 1569 ขณะเดียวกัน ในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทางกระทรวงพาณิชย์จะเร่งหาอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซม เพื่อนำไปลงในพื้นที่ เพื่อช่วยกันบิ๊กคลีนนิง สำหรับในระยะยาว จะมีการทำโครงการไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ ตั้งใจจะลงไปในพื้นที่กว่า 12,000 จุดทั่วทุกภูมิภาค  เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าราคาประหยัด  เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน    

ด้าน น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปภ. เปิดเผยว่า การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนส่วนแรก เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสำรวจความเสียหาย จัดทำบัญชี และจะเข้าประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อใช้เงินในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยค่าใช้จ่ายที่จะช่วยเหลือในเบื้องต้น อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำหลังละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าซ่อมแซมโรงเรือนเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ค่าเช่าบ้านพักที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาท เป็นเวลาสูงสุด 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ สำหรับอาชีพหลักที่หาเลี้ยงครอบครัว ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 13,500 บาท กรณีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือ 5,000 บาท หากได้รับบาดเจ็บถึงพิการช่วยเหลือ 16,600 บาท

ส่วนที่สอง เงินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน พ.ศ.2569 ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วม 7 วันขึ้นไป ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่อยู่อาศัยประจำและที่อยู่อาศัยอาคารสูงถูกน้ำล้อมช่วยเหลือ 5,000 บาท ในกรณีนี้มีข้อสอบถามเข้ามาจากประชาชนที่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ มีหลายพื้นที่แจ้งมาว่าเมื่อกรอกข้อมูลเข้าไปแล้ว ปรากฏข้อความในระบบว่าที่อยู่ไม่อยู่ในเขตการช่วยเหลือที่เปิดรับ โดย ปภ.และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) ได้เปิดให้เข้าลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทยอยเปิดตามในพื้นที่ที่มีการแจ้งประกาศเขตภัยพิบัติ อาจจะทำให้บางพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการทยอยเปิดระบบ แล้วเข้ามาในระบบของช่วงแรก เกิดความติดขัดไม่สามารถเข้าใช้งานได้

ขอเยียวยาพุ่ง 8.5 แสนราย

น.ส.ศิริธรกล่าวว่า ปัจจุบันทางระบบลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ สามารถใช้งานเปิดได้ทั้ง 65 จังหวัดที่เป็นพื้นที่จะรับการช่วยเหลือ รวมทั้ง 50 เขตของ กทม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อมูลปัจจุบันนี้ผู้ที่ลงทะเบียนขอเยียวยาน้ำท่วมในระบบทางรัฐ ณ วันที่ 4 ต.ค. เวลา 08.30 น. มี 851,547ราย พื้นที่ลงทะเบียนมากสุดคือ กทม.  371,775 ราย รองลงมาสมุทรปราการ 122,786  ราย ปทุมธานี 105,525 ราย และฉะเชิงเทรา 34,604 ราย ซึ่ง ปภ.จะเร่งช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับกรณีผู้สูงอายุที่มีการสอบถามกันเข้ามาว่า กรณีแจ้งข้อมูลยืนยันเข้ามาในระบบ บ้านเลขที่เดียวกันนั้น ทางระบบจะจัดข้อมูลรหัสเลขบ้านเป็นตัวหลัก หากในเลขบ้านนั้นมีผู้อยู่อาศัยและมีการแจ้งซ้ำซ้อนกัน ระบบจะขึ้นโชว์ว่าบ้านเลขที่นี้ได้มีการแจ้งเพื่อขอรับการเยียวยาแล้ว  ส่วนกรณีของผู้ที่ไม่สะดวก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เป็นเจ้าบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ไม่สามารถเดินทางไปสำนักงานเขตหรือที่อำเภอ และไม่สามารถใช้งานบริการระบบออนไลน์ได้ ทาง กทม.ได้มีการประสานแจ้งกับ ปภ.ว่าได้จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการในการลงทะเบียนทั้งระบบ เงินทดรองราชการ และเงินตามมติ ครม.จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของ กทม.       

นอกจากนี้ หลังจากเมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา มีข้อความเข้ามาในระบบว่า มีการแจ้งข้อความเป็นจำนวนมากซ้ำกับ DGA เป็นการแจ้งเตือนจาก ปภ.ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทาง ปภ.และ DGA ได้ร่วมหารือเร่งด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อความที่แจ้งเตือนจากระบบทางรัฐออกไป ข้อความที่ส่งไปนั้นเป็นการส่งไปยังผู้รับรายเดิม ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล ระบบ DGA ไม่ได้ถูกแฮ็กเข้าไป ตอนนี้อยู่ระหว่างแก้ไขข้อมูล  ทาง DGA ได้ปิดระบบในการส่งต่อข้อมูลในช่วง 22.00 น. ของวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ตกค้างในช่วงเช้าวันที่ 4 ต.ค. ยังมีข้อความไปถึงมือถือของประชาชน ที่โหลดแอปพลิเคชันไว้ทาง ปภ. กทม. และ DGA ได้กำลังดำเนินการแก้ไขตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว จึงขออภัยประชาชน

วันเดียวกัน นายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การลงทะเบียนช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วม ทางเพจเว็บไซต์ claim.Bangkok.go.th จนถึงปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้วถึง 35,800 ราย มีประชาชนบางส่วนสอบถามมาว่า หากลงทะเบียนแล้วจะสามารถปรับแก้ไขข้อมูลได้หรือไม่นั้น สามารถที่จะเข้าไปปรับแก้ไขข้อมูลในระบบได้ ส่วนของประชาชนที่ไม่สะดวกในการลงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ สามารถเข้าไปให้ข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตในเวลาราชการ

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกขานรับนโยบายเร่งอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และบรรเทาความเดือดร้อนผู้ใช้รถที่ประสบปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายจากการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหายหรือชำรุด ให้ประชาชนสามารถขอออกใบแทนได้ โดยไม่ต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนรถ) ฉบับจริงมาแสดง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 พ.ย.2569

คนไทยไม่ทิ้งกันยามวิกฤต

 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “กำลังใจจากคนไทยด้วยกัน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,331 คน ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค.2569 ผลการสำรวจพบว่า สิ่งที่ช่วยให้คนไทย “มีกำลังใจ” ในยามเจอเรื่องยาก คือ ครอบครัวและคนใกล้ชิดอยู่เคียงข้างกัน ร้อยละ 68.75 โดยมองว่าสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมไว้เพื่อรับมือภัยต่างๆ คือ เตรียมของใช้ที่จำเป็นยามฉุกเฉิน ร้อยละ 69.95 ข้อความที่คนไทยอยากส่งเป็นกำลังใจถึงกัน คือ “สู้ๆ เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน”  ร้อยละ 61.08 จากสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ สิ่งที่คนไทยอยากฝากถึงรัฐบาลคือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเร่งด่วน ร้อยละ 59.43

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าคนไทยยังมีกำลังใจพร้อมช่วยเหลือกัน และตื่นตัวในการเตรียมรับมือภัยต่างๆ มากขึ้น ขณะที่เสียงถึงรัฐบาลต้องการให้ช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่แจก จ่าย จบ  แต่ต้องทำให้มั่นใจได้ว่าภาครัฐพร้อมบริหารและเป็นที่พึ่งได้ในภาวะวิกฤต ไม่เช่นนั้นก็จะกลับมาเจ็บอีกเช่นเดิม

น.ส.พรนภัส ทิมสุวรรณ อาจารย์สังกัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลโพลนี้สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า เมื่อยามเกิดวิกฤตสิ่งแรกที่คนไทยพึ่งพาเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจกลับไม่ใช่กลไกของทางการ แต่เป็นสายสัมพันธ์ใกล้ชิดในครอบครัว การช่วยเหลือดูแลกันเอง และการสร้างเสียงหัวเราะเพื่อผ่อนคลายความเครียด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในขณะที่น้ำใจคนไทยช่วยประคับประคองความรู้สึกทางใจไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตจริงยังคงต้องฝากความหวังไว้ที่ประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐเป็นหลัก จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายความสามารถของรัฐในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติเชิงรุก เพื่อไม่ให้ภาระการตั้งรับและความกดดันทั้งหมดต้องตกเป็นของประชาชนที่จำต้องเยียวยากันเองในทุกครั้งที่เกิดวิกฤต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ในหลวง' พระราชทานถุงยังชีพ มอบผู้ประสบอุทกภัย 'กทม.-ปทุมธานี-สมุทรปราการ'

ปลื้มปีติ! องคมนตรี และคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ รวม 10,000 ถุง พื้นที่ปริมณฑล จ.ปทุมธานี-สมุทรปราการ 2,000 ถุง