“เนวิน” อวยพร “อนุทิน” ให้เป็นนายกฯ อีก 2 สมัย เจ้าตัวบอกเบื่อแล้ว “โรม” ปูดมีสัญญาณให้กฐินไม่ไว้วางใจเกิดยาก ร่อนหนังสือนัดประชุม กมธ.กฎหมายฯ 7 ต.ค. เชิญ “ไอเดียร์-สามี” มาแจงเรื่องศึกษานโยบายเชิงรุก “เรืองไกร” บอกบัญชีทรัพย์สินสุชาดาไม่ผิดปกติ ส่วน “นรเศรษฐ์” ข้องใจโรเล็กซ์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมงานอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อายุครบ 68 ปี ซึ่งจัดที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ และมีพิธีปะกำช้างซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดของตระกูลชิดชอบ โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีปะกำช้าง นายเนวินได้ผูกข้อมือให้นายอนุทิน พร้อมอวยพรให้เป็นนายกฯ อีกจนกว่าจะเบื่อ ก่อนบอกว่าเป็นอีก 2 สมัยก็พอ นายอนุทินตอบว่า เบื่อแล้ว เยอะไปรึเปล่า
ขณะที่บรรดา สส.และแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ได้เดินทางไปอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายเนวิน ต่างโพสต์ภาพและข้อความ บรรยากาศภายในงานบนเฟซบุ๊กส่วนตัว
ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบันทึกไว้ 4 ตุลาคม 2569 น้ำท่วมหนักหลายจังหวัดในประเทศไทย นายอนุทิน พร้อม ครม.เดินทางไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร่วมงานวันเกิดของนายเนวิน ชิดชอบ
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อเท็จ ซึ่งเบื้องต้นรวบรวมทั้งข้อกล่าวหา จำนวนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยอีกไม่กี่วันหลังจากนี้จะตัดสินใจเคาะอย่างเป็นทางการ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้น่าจะเป็นการอภิปรายหนึ่งในครั้งประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายค้านมีข้อมูลเยอะแยะขนาดนี้ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่
“สิ่งที่เราเป็นกังวลคือ ณ ตอนนี้เราได้รับสัญญาณได้ข่าวมาว่าฝ่ายเลขาฯ ของสภาถูกกดดันอย่างมาก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีความพยายามเล่นการเมืองในการทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าหากจะอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. ก็สามารถพูดได้มองอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปีศาจอยู่ในรายละเอียด เดี๋ยวเราคงต้องดูว่ามีความพยายามในการยืมมือของฝ่ายประจำเพื่อให้ตีความต่างๆ เป็นไปในทิศทางที่เป็นผลร้ายต่อฝ่ายค้านหรือไม่ แต่วันนี้สิ่งที่เรายืนยันได้คือมีกระบวนการที่จะไปเตะตัดขาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
วันเดียวกัน ยังมีรายงานแจ้งว่า นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ได้ออกหนังสือนัดประชุม กมธ. ในวันที่ 7 ตุลาคม โดยมีวาระพิจารณาศึกษานโยบายทางกฎหมายเชิงรุกและติดตามการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและติดตามการควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเชิญบุคคลจำนวน 10 คนเข้าร่วม ได้แก่ นายอนุทิน, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามี น.ส.สุชาดา เข้าชี้แจง
ขณะที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว. กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์อภิปรายพาดพิงถึงคู่สมรสของ น.ส.สุชาดา ว่าการอภิปรายดังกล่าวอาจไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองสภา เนื่องจากเป็นการกล่าวหาบุคคลที่สาม แม้เป็นสามีของ สส.ก็ตาม และหากนำข้อมูลเท็จมาพูด อาจถูกดำเนินคดีอาญาและร้องเรียนเรื่องจริยธรรมตามมาได้ โดยจากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.สุชาดา ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติของรายการเงินให้กู้ยืม 3AC เนื่องจากเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งแรก ส่วนกรณีส่วนต่างประมาณ 97 ล้านบาท หากเกิดขึ้นก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง จะนำมาอ้างว่าบัญชีผิดปกติไม่ได้ ขณะที่ยอดเงินให้กู้ยืมกว่า 1,300 ล้านบาทนั้นเป็นการลงทุนภาคเอกชนที่มีความเสี่ยงเพื่อหวังผลกำไร ซึ่งเป็นการลงทุนส่วนตัว จะถือเป็นความผิดได้อย่างไร
“หากนายรังสิมันต์มีหลักฐานชัดเจนว่าเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์จริง ควรส่งให้หน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงอย่าง ปปง.หรือ DSI ดำเนินการ ไม่ใช่พูดกล่าวหาลอยๆ หวังอ้างเอกสิทธิ์สภา อภิปรายแบบตีหัวเข้าบ้าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้อาจถูกมองว่าใช้นิติสงครามเสียเอง คือกล่าวหาเองและตรวจสอบเอง” นายเรืองไกรกล่าว
ส่วนนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่สื่อโซเชียลหลายเพจเผยแพร่ภาพนาฬิกาหรูหลายยี่ห้อของ น.ส.สุชาดา ว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลในเอกสารแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่น หน้า 17 ลำดับที่ 19 ระบุว่า มี Rolex GMT-Master II Sprite มูลค่าประมาณ 3,300,000 บาท จำนวน 1 เรือน แต่ไม่ปรากฏรายการนาฬิกา Rolex รุ่นอื่น เช่น Rolex Cosmograph Daytona แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการลงพื้นที่หาเสียงและปฏิบัติหน้าที่ สส.ของ น.ส.สุชาดา กลับพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ โดยในช่วงลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในวันที่ 20 ม.ค., 31 ม.ค., 4 ก.พ. และวันที่ 6 ก.พ.2569 ปรากฏภาพ น.ส.สุชาดาสวมใส่นาฬิกาสายสีดำที่มีลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona (Ref. 126519LN) มูลค่าประมาณ 3,300,000 บาท
นายนรเศรษฐ์ระบุอีกว่า เมื่อมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 15 มี.ค.2569 กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.ไม่ปรากฏรายการนาฬิกาลักษณะดังกล่าว ทั้งที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงเกินกว่า 200,000 บาทตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากนาฬิกาดังกล่าวเป็นของ น.ส.สุชาดาผู้ยื่นจริง ย่อมถือเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนหรือขณะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน ข้ออ้างเรื่องการหลงลืมก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เนื่องจากในเอกสารยื่นบัญชีทรัพย์สินมีการระบุรายละเอียดยิบย่อย แม้กระทั่งสร้อยคอทองคำมูลค่า 30,000 บาท การหลงลืมนาฬิกาหรูมูลค่าสูงถึง 3 ล้านบาทเศษที่สวมใส่ปฏิบัติงานเป็นประจำ จึงเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง อีกทั้ง น.ส.สุชาดามีประสบการณ์ทางการเมือง เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีดีอี และเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.มาแล้ว ย่อมทราบหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายเป็นอย่างดี
“หากบอกว่านาฬิกาดังกล่าวขายไปแล้วก่อนยื่นบัญชีรายการทรัพย์สิน ก็พบข้อมูลอีกว่าเมื่อวันที่ 23-28 ก.ย.2569 ในการเข้าร่วมประชุมสภาฯ และคณะกรรมาธิการ และการลงพื้นที่ต่างๆ ก็ยังปรากฏภาพการสวมใส่นาฬิกาที่มีลักษณะคล้าย Rolex Cosmograph Daytona เรือนดังกล่าวอยู่เช่นเดิม กรณีนี้จึงเกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า นาฬิกาดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณไอเดียร์หรือไม่ หากเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.” นายนรเศรษฐ์กล่าว และว่า ในวันที่ 5 ต.ค.2569 เวลา 13.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากรณีดังกล่าวจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่อย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชี้ปรับกลไกเงิน ไม่เลิกภาษีบาป เมินยุบ4องค์กร
“เอกภพ” แถลงไม่ได้ยกเลิกภาษีบาปและไม่ได้ยุบ 4 กองทุน
คนกรุงแห่ยื่นเยียวยา
"ศุภจี" เร่งหนุนส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้า เบรกส่งออก 30-50% ป้องกันของขาดตลาด
ให้‘อำนาจเต็ม’ผู้ว่าฯ ประกาศเขตภัยพิบัติทันที/ชัชชาติฟุ้งรับมือฝนรอบใหม่
นายกฯ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากบุรีรัมย์นั่งบัญชาการ บกปภ.ช. สั่ง ผวจ.ทั่วประเทศรับมืออุทกภัย
'อนุทิน' แสยงจับตะหลิวผัดอาหาร บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก
นายกฯ จับตะหลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร บอก เดี๋ยวโดนว่าอีก ยกมือไหว้ อวยพรแม่ครัวขอให้เจริญๆ ชี้ จ.ปราจีนเป็นอุทกภัยหนักสุดในช่วงนี้ เหตุ ย้ายผู้ป่วยทั้งหมดรพ.ประจำจังหวัด ชม “อบจ.-จังหวัด” ระดมทรัพยากรตั้งศูนย์พักพิง-โรงครัวขนาดใหญ่ ขอ ขยายกรอบงบทดรองราชการฉุกเฉิน รับมือผู้ประสบภัยเต็มที่
นายกฯ ลงพื้นที่ 'รพ.สนามค่ายจักรพงษ์' ปราจีนบุรี ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง
นายกฯลงพื้นที่ปราจีนบุรีให้กำลังผู้ป่วย รพ.ค่ายจักรพงษ์- รพ.สนามค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี ก่อนขึ้นรถยกสูงปภ.-มอบถุงยังชีพ -ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง
ส้มขยี้ ศูนย์กลางอำนาจ 'อนุทิน-ครม.' ยกขบวนไปบุรีรัมย์
“วีระยุทธ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน แซะ น้ำท่วมไทยหลายจังหวัด แต่ ‘อนุทิน-ครม.’ เลือกไปวันเกิด ‘เนวิน’ ที่บุรีรัมย์

