
“นายกฯ” ทุบโต๊ะ สั่งกวาดเหี้ยนมูลนิธิเถื่อนทั้งประเทศ หน้ากากนักบุญดังหนาวแน่ “ปลัด มท.” กาหัวเอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา-สามี" นอนคุกสุดสัปดาห์ยาว ตำรวจค้านประกันตัว เล็งเอาผิดเพิ่ม "ก๊อต อธิป" คุ้ยเส้นทางเงิน โยง "สนามเทรล จ.นครนายก" สาวอีก 3 กลุ่มเครือข่าย ผงะ! อู้ฟู่หนัก 2 ปีกว่าเงินหมุนกว่า 1,800 ล้าน ใช้มูลนิธิเพียง 14 ล้าน “ทนายตั้ม” ฝาก "กัน จอมพลัง” ไม่ช้ากฐินกองใหญ่จะตกใส่หัว
เมื่อวันศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ ได้มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ว่า เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการจัดระเบียบ ซึ่งตนฟังแล้วก็รู้สึกตกใจและเสียใจ คนที่จะกระทำตนเองให้เป็นประโยชน์ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยเหลือประเทศ ไม่ควรที่จะหาประโยชน์ใส่ตัว ซึ่งไม่ได้พูดถึงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องดูว่าในรูปแบบของมูลนิธิเหล่านี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสาธารณประโยชน์จริงหรือไม่
นายอนุทินกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองเข้าไปสังคายนาอย่างใกล้ชิด ถ้ามีในรูปแบบของมูลนิธิใดก็ตามจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบังหน้า ใช้เงินบริจาคหรือเงินที่เรี่ยไรมาจากพี่น้องประชาชนมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามว่า มีการใช้ช่องทางภัยพิบัติดำเนินการเปิดรับบริจาค นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีทุกช่องทาง การใช้ในวัตถุประสงค์ส่วนตัวก็ถือว่าผิดกฎหมาย และต้องมีการดำเนินคดี ตนมั่นใจว่ามีระเบียบและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ใช้ประโยชน์จากการมีมูลนิธิ และไม่ได้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ถูกจับกุม ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยยังดำเนินการในเรื่องการตั้งมูลนิธิและความผิดตาม พ.ร.บ.เรี่ยไรใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อเช้านี้ตนได้ถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าแบบนี้ถึงขั้นออกหมายจับเลยหรือ ไม่ใช่การเรียกตัวมาก่อนหรือ ซึ่งก็ถามแบบคนที่ไม่รู้ และได้รับการชี้แจงว่า หากมีการกระทำความผิดเช่นนี้ ได้มีการสำรวจเส้นเงิน สำรวจพฤติกรรมในระดับหนึ่งแล้ว โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อมั่นใจว่ามีการกระทำที่ส่อและไม่สุจริต ซึ่งมีโทษรุนแรงเข้าข่ายการออกหมายจับ ตำรวจก็ดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน และในรายละเอียดต้องไปถามผู้ปฏิบัติ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีแชตไลน์ของ น.ส.ปนัดดาที่ขอโทษ และบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ทราบว่าการเมืองไหนมาเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อถามอีกว่า ยังได้รับรายงานกรณีในลักษณะแบบนี้อีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อว่า สตช. เมื่อเจอกรณีเช่นนี้จะมีการขยายผลเกี่ยวกับการกระทำที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ถามว่า กรณีที่มีการเผยถึงอินฟลูเอนเซอร์ชายคนหนึ่งอักษรย่อ ก. ที่ชอบนอนบนเรือ ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ผมไม่รู้" ผู้สื่อข่าวจึงถามอีกว่า หลายคนเชื่อมโยงถึง กัน จอมพลัง ซึ่งถูกโยงไปถึงพรรคการเมืองดัง และทำให้คดีล่าช้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ผมไม่รู้จริงๆ” ก่อนถามกลับว่า "คุณกันเขาชอบนอนบนเรือเหรอ" ก่อนย้ำว่า ตนไม่ทราบ
"ใครบริจาคเงินมา แล้วช่วงนี้ชอร์ต เอาไปผันใช้อย่างอื่นแล้วเอามาคืน แบบนี้ก็ไม่ได้ในการเป็นมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล" นายกฯ กล่าว
'บุ๋ม-สามี' นอนคุกยาว
ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กทม. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้กรมการปกครองได้ไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง ว่าเป็นการเรี่ยไรที่ไม่ถูกต้อง มอบหมายให้ทางปทุมธานีไปตรวจสอบ ถ้าไม่ถูกต้องต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นกรรมการด้วย
"ตอนนี้เราต้องมีการสังคายนามูลนิธิทั้งหมดที่เป็นคนดังๆ ใครก็ตามที่เราได้เห็น ไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคนก็รู้ ถ้าทำถูกก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำผิดก็ต้องหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว" นายอรรษิษฐ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามืด เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ นำหมายศาลอาญาเข้าควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ควบคุมนำตัวบุ๋ม ปนัดดา มายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อทำบันทึกการจับกุมและสอบสวนปากคำเพิ่มเติม ระหว่างทางบุ๋ม ปนัดดา กล่าวว่า "ยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย"
เมื่อถูกถามว่า "มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร" น.ส.ปนัดดาไม่ตอบคำถาม โดยยกมือไหว้ตลอดทาง และกล่าวย้ำว่า "ขอโทษทุกคน ขอโทษทุกคนนะคะ" ก่อนที่จะเดินเข้าไปพร้อมกับทนายความ
ทั้งนี้ ในเวลา 08.32 น. ก๊อต อธิป นั่งรถยนต์สีขาว สวมสูทสีดำ นุ่งกางเกงสีดำ สวมแว่นตาสีดำและแมสก์สีดำ มามอบตัวที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการ กองบังคับการปราบปราม
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าทางคดีว่า ในส่วนของบัญชีธนาคารที่พนักงานสอบสวนได้อายัดไว้แล้วนั้น มีทั้งสิ้นรวม 18 บัญชี เป็นเงินประมาณ 102 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้อายัดเพิ่มบัญชีแถวที่สองอีก 30 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีที่รับเงินจากทั้งบัญชีส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา และองค์กรทำดี ซึ่งมีเงินอยู่ในบัญชีอีก รวมทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านบาทด้วย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ยังไม่ได้อายัด เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์ทั้งหมด
ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหากับ บุ๋ม ปนัดดา รวม 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
ส่วนสามีนั้นแจ้งเพียงข้อหาเดียว คือร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน โดยคาดว่าจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาไม่เกินวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) และจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง
ทั้งนี้ มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน บก.ปอศ. ว่าผลการตรวจค้นเบื้องต้น พบทรัพย์สินที่มีการจดทะเบียนเป็นชื่อของทั้ง 2 คน เช่น บ้าน รถยนต์ ที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ตำรวจสืบทราบและมีข้อมูลตั้งแต่แรกแล้ว นอกจากนี้ยังพบเอกสารสัญญาการซื้อขายที่ดิน สัญญาการซื้อขายรถยนต์ ขณะที่ทรัพย์สินอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งระบบ ส่วนเส้นทางการเงินที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบตั้งแต่แรกนั้น พบว่า บัญชีมูลนิธิมี 3 บัญชี 1.บัญชีองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี 2.มูลนิธิองค์กรทำดี 3.บัญชีสมทบทุนสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา ซึ่งพบว่าเส้นทางการเงินทั้ง 3 บัญชีมีลักษณะไขว้ แล้วโอนไปที่บัญชีส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา แล้วไปยังบัญชีส่วนตัวของก๊อต อธิป ทั้งนี้จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมดว่าเส้นทางการเงินไปแตะที่ใดบ้าง แต่พบว่ามีหนึ่งในบัญชีมูลนิธิ ปรากฏเส้นทางการเงินโอนไปใช้ซื้อที่ดินที่ใช้ทำสนามเทรล จ.นครนายก เนื่องจากกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมเป็นที่ราชพัสดุ โดยมีทหารขอใช้ประโยชน์ในการครอบครอง จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบที่ดินดังกล่าวก่อนทำการอายัด
ฝาก 'กัน' เจอกฐินใหญ่
ส่วนการประกันตัว รายงานข่าวยืนยันว่า พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวทั้งบุ๋มและก๊อต เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และคดีมีอัตราโทษสูง ทั้งนี้ แม้ก๊อตจะถูกออกหมายจับแค่ข้อหาฟอกเงินก่อน แต่หลังจากนี้ตำรวจจะมีการขยายผลเพิ่มเติม หากพบว่าก๊อตมีพฤติการณ์เข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกง ก็จะแจ้งข้อหาภายหลัง
ขณะเดียวกัน ตำรวจจะมีการขยายผลเส้นทางการเงินและพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มกรรมการมูลนิธิและกลุ่มช่างรับเหมา รวมถึงกลุ่มคนที่รับโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของบุ๋ม ปนัดดาด้วยทั้ง 3 กลุ่ม
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ไม่ว่าใครจะกลายเป็นสีส้ม สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง หรือสีอะไรก็ตาม ทุกคนไม่ว่าเป็นใคร ก็ต้องได้รับการตรวจสอบรูปแบบเดียวกัน ในการดูแลเงินบริจาคของประชาชน เพื่อให้นำเงินนั้นไปใช้ตามวัตถุประสงค์
ขณะที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย กล่าวรายการโหนกระแส ถึงยอดเงินหมุนเวียนของมูลนิธิองค์กรทำดีว่า มีเงินหมุนเวียน 1,800 ล้านบาท โดยนายอาคม ทนายความขององุ่น เหรัญญิกของมูลนิธิองค์กรทำดี ไปเอามา ประกอบไปด้วย 3 บัญชี มียอดเงินที่หมุนเวียนในบัญชีทั้ง 3 บัญชี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 ถึงวันที่ 30 ต.ค.2569 รวมกว่า 1,800 ล้านบาท
หนุ่ม กรรชัยกล่าวว่า เงินที่โอนเข้ามาให้มูลนิธิองค์กรทำดี 3 บัญชี ยอดรวม 910,786,686.38 บาท ส่วนยอดที่ถอนออกไปทั้งหมด 876,763,453.85 บาท ยอดคงเหลือ ณ ปัจจุบัน วันที่ 30 ต.ค.2569 รวม 3 บัญชี มีจำนวน 34,205,342.52 บาท มูลนิธิองค์กรทำดี มีทั้งหมด 3 บัญชี ที่เปิดตั้งแต่ปี 2567 1.องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ยอดฝากเงินกว่า 678 ล้าน ถูกถอนออกไปมากที่สุดราว 671 ล้าน ล่าสุดเหลือยอดประมาณ 7 ล้าน 2.มูลนิธิองค์กรทำดี ยอดฝากเงินกว่า 196 ล้าน 3.สมทบทุนสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ยอดฝากเงินกว่า 35 ล้าน รวมเงินฝากเข้า 910,786,686.38 บาท ถอนออก 876,763,453.85 บาท คงเหลือ 34,205,242.52 บาท ในจำนวนที่ถอนออก มีเพียง 14 ล้านที่ให้ ‘องุ่น’ นำไปใช้จ่ายบริหารจัดการกิจกรรมมูลนิธิ นำไปช่วยเหลือประชาชน
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อม พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกอง บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้ โดยระบุว่า ตนเชื่อว่าอีกไม่ช้ากฐินกองใหญ่จะตกใส่ตัวของกัน จอมพลังเอง ฝากเตือนผู้ร่วมขบวนการ ให้ดูช่างเอ๋เป็นตัวอย่าง ที่รีบเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ หากใครไม่อยากตกเป็นผู้ต้องหาร่วมและประสงค์จะกันตัวเองเป็นพยาน ให้รีบติดต่อตนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กได้ทันที คาดว่าภายในไม่เกิน 10 วันนี้น่าจะมีการออกหมายเรียกให้เข้ามาพบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.คอพาดเขียง ปธ.อุทธรณ์รับคดี
“ศาลฎีกา” ตรวจหลักฐานคดี สว.สำรองร้องเพิกถอน “แดง-สมพาน” สมัครผิดกลุ่ม เริ่มไต่สวนพยาน 24 พ.ย.นี้ “สมชัย” คาดรู้ผล ธ.ค. “เชาว์” เตือน กกต. 5 เสียงยื่นศาล รธน. หวังสกัดหรือไม่ “นายกสมาคมทนาย” เบรก ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัย
‘นายกฯ’ไฟเขียว ม็อบกํานันมะโน ชุมนุมตามสิทธิ
นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิด กม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล “ปลัด สปน.” ส่งเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องร้องเรียน เชื่อยังคุยกันได้ เผยมีเรื่องเข้าอนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรมแล้วเกือบ 30 คำร้อง
ริบอํานาจกมธ.ลาม ‘ศุภชัย-โรม’ฟาดเดือด/‘อนุทิน’ยินดีร่วมมือแต่ต้องยึดกม.
“อนุทิน” เคลียร์ปมร้อน "น้ำเงินกินรวบ-ศึกซักฟอก" ในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” เสาร์นี้ “มท.1” แจงข้อครหา กมธ.เพิกเฉยไม่สั่ง "อธิบดีปกครอง"
ปีติเสด็จฯขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบพระราชินี พสกนิกรเฝ้าฯ
นายกฯ สั่งมหาดไทย สังคายนามูลนิธิองค์กรการกุศล หากพบใช้เงินผิดให้จัดการเด็ดขาด
นายกฯ สั่งมหาดไทย-ปกครอง สังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ เผย ตกใจ - เสียใจ คนตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคม แต่กลับหาประโยชน์ใส่ตัว ยัน หากพบตั้งบังหน้า - ใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ เอาผิดเด็ดขาด ลั่น ต้องรับผลทั้งกฎแห่งกรรม - กรรมตามกฎหมาย”
'อธิบดี ปค.' สั่งด่วน! ยกระดับมาตรการคุมเข้มชายแดนทั่วประเทศ
'อธิบดีกรมการปกครอง' สั่งด่วน ยกระดับมาตรการคุมเข้มชายแดนทั่วประเทศ ร่วมกับตำรวจ–ทหาร สกัดยาเสพติด-สินค้าผิดกฎหมาย-ลักลอบเข้าเมือง

