พณ.ยื้อขึ้นราคาบะหมี่8บ. เคาะพรก.คลังค้ำหนี้น้ำมัน

ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ให้คลังค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน "บิ๊กตู่" ยกธรรมะ "ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค" แก้ปัญหาต้นเหตุ ยันดูแลทั้งผู้ประกอบการ-ปชช. มิเช่นนั้นเจ๊งทั้งคู่ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 5 รายบุก “พาณิชย์” บี้ปรับราคาเร็วสุด กรมการค้าภายในยื้อขอดูต้นทุนก่อน ขู่ใครฉวยขึ้นราคา-กักตุน เจอทั้งจำและปรับ "สันติ" แจกบัตรคนจนไม่อั้น แย้มใช้สิทธิ์รอบใหม่ปลาย ก.พ.66

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าว่า การขึ้นค่าไฟเป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งต้องให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ไปพิจารณา เป็นกติกาและกฎหมาย ต้องมีการพิจารณาการขึ้นตามวงรอบทุก 4 เดือน รัฐบาลได้ให้หลักคิดไปแล้ว ทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เพื่อเหตุผลความจำเป็น สภาพคล่อง ทุกคนต้องเข้าใจ ไม่ใช่นำไปพาดหัวข่าวขึ้นเป็น 5 บาทแล้ว หรือ 4 บาทแล้ว แต่ขึ้นเป็นสตางค์ อย่าไปเขียนอย่างนี้ให้คนเขาเข้าใจผิด

"มันขึ้นก็ต้องขึ้น แต่ขึ้นจากอะไรต้องไปดูสาเหตุแห่งปัญหา ไปศึกษาธรรมะเสียบ้าง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เรียนเสียบ้าง ทุกข์เกิดจากอะไรแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ดูวิธีการแก้ปัญหาโน้น” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

นายกฯ กล่าวว่า การขึ้นราคาสินค้าต่างๆ ได้คุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ไปแล้ว อะไรที่จำเป็นต้องไปพิจารณาหารือร่วมกัน หากจำเป็นต้องขึ้น ขึ้นเพราะอะไร ขึ้นเท่าไหร่ เมื่อราคาต้นทุนลดลงก็ต้องลดลงตามนั้น ทำนองนี้ กำลังหารือกันอยู่ เรื่องมาม่าได้ขอขึ้นมา 2 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ขึ้นให้เขา ฉะนั้นต้องไปดูว่าต้นทุนการผลิตเป็นอย่างไรในตรงนั้น ตนไม่ได้เข้าข้างใคร ต้องทำให้ทั้งสองส่วน ประชาชนต้องไม่เดือดร้อน ผู้ประกอบการสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นจะเจ๊งไปทั้งคู่ เขาผลิตไม่ได้ก็ปิดโรงงาน ขอให้เห็นใจซึ่งกันและกัน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ..... และการกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอเข้ามาเป็นวาระลับ ซึ่งหลังจากผ่าน ครม.ไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดู จากนั้นจึงเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วจึงมีผล ซึ่งในช่วงระหว่างขั้นตอนการพิจารณานี้ กองทุนน้ำมันฯ ก็คงยังไม่กล้ากู้ เพราะต้องรอขั้นตอนสภาก่อน โดยได้คุยกันก่อนแล้วว่า ไม่ต้องรีบร้อนกู้ และไม่จำเป็นต้องใช้มากขนาดนั้น ส่วนวงเงินเท่าไหร่นั้น ขอให้กระทรวงการคลังชี้แจงดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวเสนอโดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ซึ่งเป็นการค้ำประกันวงเงินไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 14 ส.ค.65 กองทุนสุทธิ โดยรวมติดลบ 117,394 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ในส่วนของน้ำมัน ติดลบ 76,518 ล้านบาท และ LPG ติดลบ 40,876 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบแนวทางของมาตรการระยะเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤตเศรษฐกิจและมาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง (Follow-up Urgent Policy) ตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเสนอ โดยมาตรการระยะเร่งด่วน อาทิ มาตรการขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง (ตอนบ่ายและช่วงหัวค่ำ)  ลดการใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานราชการ พิจารณาต่ออายุมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ส่วนมาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการต่อเนื่อง อาทิ ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ การดำเนินการของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติโครงการเยียวยาศิลปินที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนรวม 2,459 คน กรอบวงเงินรวม 12.29 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบรายงานผลการคืนเงินกู้เหลือจ่ายของหน่วยงานรับผิดชอบโครงการจำนวน 16 โครงการ รวมทั้งสิ้น 17,427 ล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินกู้ตามพระราชกำหนดกู้เงินฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 คงเหลือ ณ วันที่ 2 ส.ค.2565 เพิ่มขึ้นจาก 26,764 ล้านบาท เป็น 44,192.32 ล้านบาท แต่เมื่อหักส่วนของโครงการเยียวยาศิลปินฯ ในครั้งนี้แล้วจะทำให้กรอบวงเงินกู้ฯ คงเหลือ 44,180.03 ล้านบาท

ด้านนายจุรินทร์กล่าวว่า สินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการปรับราคามาเมื่อปี 2551 จากซองละ 5 บาท เป็นซองละ 6 บาท และเวลาก็ล่วงเลยมา 14 ปีแล้ว ซึ่งเขาขอปรับราคามาเกือบ 2 ปีที่แล้ว แต่กรมการค้าภายในยังไม่อนุญาต เพราะต้องดูผลกระทบกับภาระของผู้บริโภค และตอนนี้ขอปรับจากซองละ 6 บาทขึ้นเป็นซองละ 8 บาท ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมากเกินไป ถ้าสูงขนาดนี้จะกระทบผู้บริโภคผู้มีรายได้น้อยมากเกินสมควร จึงให้นโยบายกรมการค้าภายในไปว่า ถ้าจะต้องปรับราคาขึ้น ก็ให้เป็นไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง และให้เดือดร้อนกับผู้บริโภคให้น้อยที่สุด แต่ให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ด้วย ไม่ถึงกับประสบภาวะขาดทุน หยุดการผลิต หรือส่งออกอย่างเดียว เพราะต่างประเทศราคาจะดีกว่า เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบริโภคต่อไป

ที่กระทรวงพาณิชย์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นำโดยนายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า และนายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ผลิตอีก 3 ราย คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรายำยำ, ซื่อสัตย์ และนิชชิน เข้ายื่นหนังสือต่อกรมการค้าภายใน เพื่อขอให้พิจารณาเร่งรัดการปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จาก 6 บาทต่อซอง เป็น 8 บาทต่อซอง

นายพันธ์กล่าวว่า ต้องการให้กรมการค้าภายในเร่งรัดการพิจารณาปรับขึ้นราคาโดยเร็วที่สุด เพราะการจำหน่ายตอนนี้ประสบภาวะขาดทุน ทำให้ต้องหันไปส่งออกมากขึ้น เพราะมีกำไรมากกว่า โดยปัจจุบันส่งออกเพิ่มเป็น 30-35% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

ขณะที่นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป โดยดูต้นทุนทั้งที่เพิ่มขึ้นและลดลง ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร เพราะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ดูว่าความสมดุลอยู่ตรงไหน ผู้ประกอบการต้องอยู่ได้ ผู้บริโภคต้องไม่ได้รับผลกระทบมากจนเกินไป ตามหลักการวิน-วินโมเดล แต่ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจริง ทั้งแป้งสาลี น้ำมันพืช ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบอื่นๆ ทั้งนี้ กรมจะติดตามการจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างใกล้ชิด หากพบการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า หรือกักตุนสินค้า จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับ 1 หมื่นบาท

ที่กระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ไม่ได้นำเรื่องงบประมาณที่จะใช้มาเป็นตัวกำหนดว่า จะต้องมีผู้ได้รับสิทธิ์เท่าใด จากปัจจุบันที่มีผู้ได้สิทธิ์ 13.3 ล้านคน ซึ่งใช้งบประมาณช่วยเหลือปีละ 4.8 หมื่นล้านบาท การช่วยเหลืออาจจะได้เท่าเดิม หรือเพิ่มเป็น 15 ล้านคนก็ได้ วงเงินช่วยเหลือไม่จำกัด ถ้าผู้ลงทะเบียนเข้าเกณฑ์ กระทรวงการคลังก็ให้ทั้งหมด ไม่มีข้อจำกัดกรอบวงเงินว่าจะให้กี่ราย

นายสันติกล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 กับ 47 หน่วยงาน โดยกำหนดวันลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 วันที่ 5 ก.ย.-19 ต.ค.2565 ทางเว็บไซต์ http://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ http://welfare.mof.go.th และช่องทางการลงทะเบียน รวมทั่วประเทศกว่า 7,000 แห่ง โดยคาดว่าจะเริ่มใช้บัตรได้เร็วสุดปลายเดือน ก.พ.2566.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น ดิ้นไม่ยอมจบ

งอแงกันทั่วหน้า “ม็อบราษฎร” ไม่ยอมรับจาบจ้างหนัก พร้อมปลุกใส่ชุดดำ 1 สัปดาห์พนร้อมนัดชุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 1 ต.ค. ส่วน “ม็อบจตุพร” แถลงท่าที 2 ต.ค.

พท.เล็งชงรื้อกฎเข้ม180วัน

ส.ส.เพื่อไทยเรียงหน้าถล่มกฎเหล็ก กกต. "ผู้แทนอุบลฯ" ตัดพ้อ ช่วยชาวบ้านไม่ได้ ทำได้แค่มองดูโนรูถล่มตาปริบๆ

'ชัชชาติ' เชื่อม็อบไม่รุนแรง เป็นเรื่องตำรวจดูแล กทม.อำนวยความสะดวกสถานที่

นาย​ชัชชาติ​ สิทธิ​พันธุ์​ ผู้​ว่าราชการ​กรุงเทพ​มหานคร​ กล่าวถึงกรณีภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อได้ ว่า ไม่ว่าท่านใดจะเป็นนายกฯ ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทาง กทม.ก็ทำงานได้หมด