‘บิ๊กตู-่ อิ๊ง’ความนิยมร่วง ลุ้นประชุมชพน.ยุคกรณ์

นิด้าโพลเผยอันดับหนึ่งคนส่วนใหญ่ยังหาคนเหมาะสมนั่งนายกฯ ไม่ได้ ขณะที่ “อุ๊งอิ๊ง-พิธา-บิ๊กตู่”คะแนนร่วง สวนทาง “หญิงหน่อย” และ “อนุทิน” มาแรง ด้าน ปชป.ร้อนระอุ “สาทิตย์” ตีแสกหน้าเลิกหลอกตัวเอง ยกผลสำรวจ “ประชาธิปัตย์” และ “จุรินทร์” ไม่กระเตื้อง หวั่นใจเลือดตั้ง ส.ส.อาจไม่เกิน 52 เก้าอี้ จับตา 26 ก.ย “กรณ์” สวมบทไหน และเปลี่ยนชื่อพรรคชาติพัฒนาหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/2565” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-21 กันยายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 24.16 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้,   อันดับ 2 ร้อยละ 21.60 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคทำได้จริง ขณะที่บางส่วนระบุว่าชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร

อันดับ 3 ร้อยละ 10.56 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบอุดมการณ์ทางการเมือง และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล, อันดับ 4 ร้อยละ 10.12 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ นโยบายสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริง และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 5 ร้อยละ 9.12 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะชื่นชอบผลงานในอดีต มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่อสัตย์สุจริต ขณะที่บางส่วนระบุว่าต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ, อันดับ 6 ร้อยละ 6.28 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความน่าเชื่อถือ มีความซื่อสัตย์สุจริต และเชื่อมั่นในการทำงาน

อันดับ 7 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ, อันดับ 8 ร้อยละ 2.40 ระบุว่าเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่าชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนที่พูดจริงทำจริงและมีความน่าเชื่อถือ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา, อันดับ 10 ร้อยละ 2.16 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะมีความรู้ความสามารถ ตั้งใจในการทำงาน เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/65 เดือนมิถุนายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย), นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล), พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย), ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนา) มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และนายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.44 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย,  อันดับ 2 ร้อยละ 24.00 ระบุว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย, อันดับ 3 ร้อยละ 13.56 ระบุว่าเป็นพรรคก้าวไกล, อันดับ 4 ร้อยละ 7.56 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 5 ร้อยละ 5.56 ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 6 ร้อยละ 3.04 ระบุว่าเป็นพรรคไทยสร้างไทย, อันดับ 7 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าเป็นพรรคเสรีรวมไทย, อันดับ 8 ร้อยละ 2.44 ระบุไม่ตอบ/ไม่สนใจ, อันดับ 9 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนา และร้อยละ 3.52 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคประชาชาติ พรรครวมพลัง (พรรครวมพลังประชาชาติไทย) และพรรคไทยศรีวิไลย์

ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองเมืองต่างๆ เตรียมพร้อมไปสู่การเลือกตั้งในอีกไม่ถึง 180 วันนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคภาคใต้ กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ที่พบว่าหลายพรรคการเมืองทั้งพรรคที่มี ส.ส.ปัจจุบันและพรรคการเมืองตั้งใหม่ ตั้งเป้าเจาะพื้นที่ภาคใต้กันจำนวนมาก และได้คุยกับเพื่อน ส.ส.ภาคใต้และรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ของพรรค ตนเปิดประเด็นนี้ว่า เราต้องถกกันให้ชัดถึงจุดยืน แนวทาง นโยบายพรรค ต้องทำนโยบายภาคให้ชัด จุดยืนของพรรคต้องชัด

สำหรับความคาดหวังต่อจำนวน ส.ส.เขตในภาคใต้ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ของพรรคก็ตั้งเป้าว่าต้องได้ 35 ที่นั่งขึ้นไป จากครั้งที่แล้วได้มา 22 ที่นั่ง ซึ่งตอนนี้คิดว่ายังมองออกยากมาก เพราะทุกพรรคเทไปลงภาคใต้กันเยอะ ภูมิใจไทยก็เท พลังประชารัฐก็เท สร้างอนาคตไทยก็จะไปอีก คงเข้มข้น เหนื่อยแน่ เลือกตั้งรอบที่แล้วก็เหนื่อย แต่เที่ยวหน้าเหนื่อยกว่า

 “ประชาธิปัตย์จะเติบโตในภาคใต้อีกได้ ต้องเลิกหลอกตัวเองก่อนว่าทุกอย่างกำลังดี เราต้องยอมรับปัญหา อย่างที่มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วก็ต้องทบทวนตัวเองว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ เป็นพรรคการเมืองที่มีจุดยืนทางการเมืองที่เข้มแข็ง” นายสาทิตย์ระบุ

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เราเสียตัวตนไปเยอะ การสนับสนุนคุณประยุทธ์ในภาคอื่นอาจจะรู้สึกอย่างไรก็แล้วแต่ ดังนั้นประชาธิปัตย์ต้องชัดเจน อุดมการณ์ต้องชัด จุดแข็งประชาธิปัตย์ก็คือความผูกพันกับภาคใต้ เพราะเมื่อคุณรู้เรื่องปักษ์ใต้ดีที่สุด เราก็ต้องนำเสนอในมุมที่ดีที่สุดว่าเราจะทำอะไรให้เขา ต้องชัด แต่หากเราไปเล่นการเมืองแบบพรรคอื่นก็เจ๊งครับ

 “แม่ทัพที่นำทัพก็สำคัญ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องชูคุณจุรินทร์ แต่คุณจุรินทร์ก็ต้องปรับบุคลิก อย่างที่เป็นอยู่ ถ้าดูจากโพลก็ยังไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่ามันยังไม่ดี ก็ต้องปรับให้มันดีขึ้น และที่สำคัญ คนประชาธิปัตย์ภาคใต้ต้องรวมพลังกันถึงจะฝ่าพ้นไปได้ ไม่อย่างนั้นก็รากเลือด”

เมื่อถามต่อไปว่า เลือกตั้งที่จะมีขึ้น ประชาธิปัตย์จะได้มากกว่ารอบที่แล้วหรือไม่ ที่ได้ประมาณ 52 ที่นั่ง นายสาทิตย์กล่าวว่า จนถึง ณ วันนี้ ผมยังไม่เห็นว่าเราจะดีกว่าเดิม อันนี้พูดตรงๆ เราต้องไม่หลอกตัวเองก่อน แต่ยังมีเวลาที่จะพลิกฟื้นตัวเองได้ คือต้องมีจุดยืนที่ชัดในทางการเมือง

เมื่อถามว่า หากจะให้ประชาธิปัตย์กลับมาได้อีกครั้ง เป็นพรรคซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนทั้งประเทศ สิ่งที่ผู้บริหารพรรคต้องทำคืออะไร นายสาทิตย์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำมี หนึ่ง เราต้องประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของเราอย่างเป็นจริงก่อน ทุกวันนี้คนรอบข้างผู้บริหารพรรค มักจะบอกว่า เรากำลังดีขึ้น แต่มันสวนทางกับโพล เราต้องยอมรับสิ่งที่เป็นจริงก่อนว่าโพลที่ออกมาเรายังไม่ดีขึ้น 

สอง เรื่องระบบการบริหารจัดการภายในพรรค เพราะพรรคไม่มีเจ้าของ ใช้ระบบที่เป็นธรรมในการควบคุมบริหารพรรค พอเขาเห็นว่าระบบมันรวน ถ้าเป็นคนของผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้ลง ถ้าไม่ใช่ก็ delete ออก แบบนี้กระทบความเชื่อมั่น ต้องทำพรรคให้เป็นระบบและโปร่งใส และให้คนเชื่อมั่นว่าระบบพรรคนี้ดี   และสาม พรรคต้องกลับมาสู่อุดมการณ์ที่มีจุดยืนที่ชัดเจนในทุกเรื่อง และต้องกล้าประกาศโดยไม่ต้องเกรงใจใคร ปัจจุบันเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขนาดกลางค่อนข้างเล็ก เราก็อ้ำอึ้งในหลายเรื่อง จึงถึงเวลาที่เราต้องพูดให้ชัด               

ขณะที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า วันที่ 26 ก.ย. พรรคชาติพัฒนาจะจัดการประชุมใหญ่สามัญของพรรค ที่ จ.นครราชสีมา โดยมีวาระที่จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา อาทิ การเลือกกรรมการบริหารพรรคในตำแหน่งที่ว่าง การพิจารณาเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ส.ส.ที่ใกล้จะมาถึง

  ทั้งนี้ ในการประชุมวันดังกล่าว นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกพรรคชาติพัฒนา และทีมงาน จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย แต่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งใดภายในพรรคหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะต้องรอมติจากที่ประชุม ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคชาติพัฒนาจะเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคด้วยนั้น ตนไม่ทราบ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ในฐานะ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพปชร. เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ว่า  พรรค พปชร.มี ส.ส.ครบอยู่แล้ว โดยเฉพาะ จ.เพชรบูรณ์ พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร ส่วน จ.เพชรบูรณ์ จะกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้หมดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะเราทำงานเพื่อดูแลประชาชน รัฐบาลดูแลช่วยเหลือทั้งเกษตรกร เรื่องเศรษฐกิจ  รวมถึงโควิด- 19 ที่เราทำได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ประชาชนก็ให้การตอบรับ ส่วนปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนระบุมาก็จะรับไว้พิจารณาเพื่อช่วยแก้ไขต่อไป

 นอกจากนี้ นายสันติกล่าวย้ำปฏิเสธข่าวที่ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยอีกด้วยว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ตนจะไปอยู่กับที่อื่น เพราะเราอยากช่วยทำงานให้พี่น้องประชาชน แก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย และนางมณีรัตน์ วิชัยดิษฐ สุขยิรัญ ว่าที่ผู้สมัครพรรคไทยสร้างไทย เขต 2 จังหวัดภูเก็ต เปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ "ภูเก็ตเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว" โดยมีภาคเอกชน ประชาชน เข้าร่วม ณ หนุมานเวิลด์ ตำบลวิชิต  อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูตรไหนป้อมก็‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” หวังศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกประเทศในการตีความกฎหมายลูก ผวา! หากขัด รธน.ต้องออก

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก