
สธ.แนะติด "โควิด" แยกรักษาตัว 5 วัน หากอาการเล็กน้อยออกนอกบ้านต้องสวมหน้ากาก 2 ชั้น แต่ย้ำไอมาก-น้ำมูกเยอะ ต้องหยุดงานทันที ขณะที่ ATK ไม่ต้องตรวจทุกวัน "อนุทิน" เผยวันที่ 12 ต.ค.นี้ ฉีดวัคซีนโควิดเด็กเล็กที่ รพ.พระนั่งเกล้า
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารชุดใหม่นัดแรก ว่าตั้งแต่ 1 ต.ค.-5 ต.ค.65 สถานการณ์โควิดทรงตัว ทั้งผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่ากลุ่มคน 608 ควรต้องรับวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความรุนแรงของโรค ขณะเดียวกันสำหรับกลุ่มเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 5 ปี ก็ต้องได้รับวัคซีนเช่นกัน ซึ่งจะกำหนดดีเดย์ฉีดวัคซีนในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวติดโควิด-19 แนวทางการรักษาทุกกลุ่มวัย ว่าขณะนี้โรคโควิด-19 มีความรุนแรงลดลง จำนวนผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตก็ลดลง สำหรับการตรวจ ATK ยืนยันว่าไม่ต้องตรวจทุกวัน แม้จะเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็ให้ตรวจเมื่อมีอาการ เช่น ครั่นเนื้อครั่นตัว ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวก ให้พิจารณาอาการของตัวเอง ดังนี้ หากไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เช่น เจ็บคอเล็กน้อย ไม่มีไอ มีน้ำมูก หรือไข้ต่ำๆ อาจไม่ต้องรับประทานยาอะไรเลยคล้ายไข้หวัด หรืออาจรับประทานยารักษาตามอาการ เช่น มีไข้รับประทานยาพาราเซตามอล หรือยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอลดเสมหะ ดื่มน้ำอุ่น พักผ่อนเยอะๆ แล้วสังเกตอาการตนเอง
ส่วนคำถามว่าจะต้องอยู่บ้านตลอดเวลาหรือไม่ แม้จะไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ก็แนะนำควรกักตัวเองหรือแยกตัวเองออก หากมีความจำเป็นต้องออกไปสู่สังคม หรือไปทำงาน ขอให้ยึด DMH 100% คือใส่หน้ากากอนามัย 100% ใส่สองชั้น ล้างมือบ่อยๆ ไม่ควรใกล้ชิดผู้อื่น ทั้งนี้ หากมีอาการไอมาก ไอบ่อย ไอถี่ หรือมีน้ำมูกเยอะๆ ต้องสั่งน้ำมูกออกบ่อยๆ อย่าออกไปทำงาน อย่าเพิ่งเดินทาง เพราะการไอมีโอกาสกระจายเชื้อออกไปได้มาก คนอื่นไปแตะจับก็อาจติดเชื้อได้ ขอให้หยุดงานอย่าเดินทาง 5 วัน
นพ.ธงชัยกล่าวว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 หากไม่มีอาการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ไม่ให้ยาต้านไวรัส ปฏิบัติตาม DMH อย่างเคร่งครัด 5 วัน, กรณีมีอาการเล็กน้อย หรือเอกซเรย์ปอดปกติ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงหรือโรคร่วมที่สำคัญ รักษาแบบผู้ป่วยนอก อาจพิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจร หรือฟาวิพิราเวียร์ ตามดุลยพินิจของแพทย์ ปฏิบัติตาม DMH เคร่งครัด 5 วัน
หากมีปัจจัยเสี่ยงหรือโรคร่วมสำคัญ อาจมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย หรือไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง พิจารณาตามดุลยพินิจแพทย์ในการให้ยาตัวใดตัวหนึ่ง คือ แพกซ์โลวิด, เรมดิซิเวียร์, โมลนูพิราเวียร์ และหากมีปอดอักเสบต้องให้ออกซิเจนหรือออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 94% ให้รักษาแบบผู้ป่วยใน ให้ยาเรมดิซิเวียร์ ส่วนกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีและหญิงตั้งครรภ์ หากไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส หากมีปัจจัยเสี่ยงพิจารณาให้ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือเรมดิซิเวียร์ แต่หากมีปอดอักเสบให้ใช้ยาเรมดิซิเวียร์
นพ.ธงชัยกล่าวว่า สำหรับใบรับรองแพทย์เพื่อหยุดงานหรือเคลมประกัน แพทย์จะออกใบรับรองแพทย์สำหรับ 5 วัน ส่วนกรณีเป็นผู้ป่วยในขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งอาจจะรักษานานกว่า 5 วัน แพทย์ก็จะออกใบรับรองแพทย์ตามระยะเวลาที่รักษา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น
รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้มีช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน!
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตะลึงอัตราว่าง 8,548 อัตราบรรจุจริง 15,520 อัตรา จ่อทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ
นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ
'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!
'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
รมว.ยธ.ขานรับนโยบาย 'อนุทิน' กำชับดีเอสไอพกปืนต้องได้ไฟเขียวจากอธิบดีก่อน
รมว.ยุติธรรม กำชับ จนท. ดีเอสไอที่บางส่วนพกปืนได้ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน - ส่วนตัวมีปืนที่บ้าน มีใบ ป.4 ถูกต้อง แต่ไม่เคยพก - มองนโยบายนายกฯเป็นเรื่องดี หลังสั่ง จนท.ห้ามพกปืน
'ปกรณ์' แย้มอาจออกกฎกระทรวงคุมเข้มปืนก่อนรอแก้กฎหมาย!
'ปกรณ์' จ่อหารือ 'กรมการปกครอง - กฤษฎีกา' แก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ เชื่อมโยงทั้งระบบ เล็งให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี รับอาจออกกฎกระทรวงก่อน เหตุใช้เวลาแก้ กม.นาน

