ทุ่ม422ล.ลดราคาสินค้า กบน.ยังตรึงดีเซล35บาท

ครม.ไฟเขียวงบกลาง 422 ล้านบาท จัดโครงการ “พาณิชย์...ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย” บรรเทาค่าครองชีพประชาชน เผยเงินเฟ้อ ก.ย.65 เพิ่มขึ้น 6.41% ส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจน นายกฯ ยันไม่แทรกแซง ธปท. สั่งคลังหนุนข้อมูล กบน.ตรึงดีเซลไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบกลาง ปี 2566 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 422.75 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ “พาณิชย์...ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย” ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาประหยัดแก่ประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ สินค้าเกษตร ผลไม้ เป็นต้น สินค้าที่จำหน่ายจะจัดหาจากสมาคม ซัพพลายเออร์ และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่แต่ละจังหวัด โดยจัดสถานที่จำหน่ายสินค้า 100-200 คูหา ในพื้นที่สาธารณะหรือลานอเนกประสงค์ เช่น สำนักงานเขต การเคหะชุมชน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือแหล่งชุมชนที่เหมาะสม กำหนดจัดงานครั้งละ 3 วัน ตั้งเป้าหมายการจัดงานไม่ต่ำกว่า 274 ครั้ง มีระยะเวลาดำเนินการโครงการ 30 วัน ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 นี้

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แจ้งในที่ประชุม ครม.ทราบเรื่องตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ ค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ยว่า ในส่วนนี้รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่จะให้กระทรวงการคลังได้สนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่คิดว่าเป็นประโยชน์ เพื่อประกอบการพิจารณาของ ธปท. ตามที่เห็นสมควร

วันเดียวกัน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ก.ย.2565 เท่ากับ 107.70 เทียบกับ ส.ค.2565 เพิ่มขึ้น 0.22% เทียบกับเดือน ก.ย.2564 เพิ่มขึ้น 6.41% ลดลงจากเดือน ส.ค.2565 ที่สูงขึ้นถึง 7.86% ตามการชะลอตัวของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน เคหสถาน และเครื่องประกอบอาหาร ประกอบกับฐานดัชนีที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อในเดือนเดียวกันของปีก่อนอยู่ระดับสูง ซึ่งถือว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลงตามที่คาดการณ์เอาไว้ ส่วนเงินเฟ้อรวม 9 เดือนปี 2565 (ม.ค.-ก.ย.) เพิ่มขึ้น 6.17% และเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก ดัชนีอยู่ที่ 103.73 เพิ่มขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.2565 และเพิ่มขึ้น 3.12% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.2564 และเฉลี่ย 9 เดือนเพิ่มขึ้น 2.26%

ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 6.41% มาจากการขยายตัวของสินค้าในกลุ่มพลังงาน เพิ่ม 16.10% ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่าราคาจะลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ราคายังคงสูงกว่าเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และยังมีการเพิ่มขึ้นของค่ากระแสไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล (ค่าแต่งผมชาย ยาสีฟัน แชมพู) ค่าโดยสารสาธารณะ การศึกษา ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (บุหรี่ เบียร์ สุรา) ยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้สินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 4.10% ส่วนสินค้ากลุ่มอาหารสด เพิ่ม 10.97% ตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ (เนื้อสุกร ไก่สด) ไข่ไก่ ผักสดและผลไม้ (พริกสด ผักคะน้า กะหล่ำปลี ส้มเขียวหวาน แตงโม มะม่วง) ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเครื่องประกอบอาหาร ราคาเริ่มชะลอตัว แต่ยังคงสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 9.82%

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาลดลง เช่น แป้งผัดหน้า น้ำยารีดผ้า ค่าส่งพัสดุ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า รวมถึงข้าวสารเหนียว มะพร้าวผล ขูด มะขามเปียก กล้วยหอม และอาหารโทร.สั่ง เป็นต้น

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาสที่ 4 ปี 2565 คาดว่าจะยังชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า ตามต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ในประเทศ ที่เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบและอาหารโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับฐานราคาที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน และมาตรการดูแลค่าครองชีพของภาครัฐที่อาจจะมีเพิ่มในช่วงที่เหลือของปี จะทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่การบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ตามภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และรายได้เกษตรกรที่อยู่ในระดับดี ผลผลิตทางการเกษตรที่เข้าสู่ตลาดน้อยจากฝนตก ราคาพลังงานโลกที่ผันผวน และเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยที่ทำให้การชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบที่จำกัด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 อยู่ระหว่าง 5.5-6.5% ค่ากลาง 6% ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทย

ทางด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า กบน.เห็นชอบตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลิตรละ 34.94 บาทในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ กบน.ได้พิจารณาแนวโน้มและสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกสัปดาห์นี้ยังคงมีความผันผวน  คงต้องรอผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส วันที่ 5 ต.ค.นี้ ว่าจะมีแนวทางเพื่อกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันเป็นอย่างไร เป็นไปตามข่าวที่ออกมาหรือไม่ ประกอบกับความกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งผลให้เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอยและส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันจะเป็นตัวแปรทิศทางราคาน้ำมันได้หรือไม่

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลลิตรละ 0.47 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายประเภทน้ำมันประมาณวันละ 25.88 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG มีรายจ่ายประมาณวันละ 21.35 ล้านบาทต่อวัน ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 2 ต.ค.2565 ติดลบ 124,280 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบประมาณ 82,046 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 42,234 ล้านบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูตรไหนป้อมก็‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” หวังศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกประเทศในการตีความกฎหมายลูก ผวา! หากขัด รธน.ต้องออก

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก