
สวนดุสิตโพลเผยของแพงทำคนจนชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย คนตกงานมากขึ้น แนะรัฐบาลสร้างโอกาสสร้างรายได้ เน้นการพึ่งตนเองได้ในระยะยาว แต่ไม่เชื่อรัฐบาลจะแก้ปัญหาได้
เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ของแพง” กับ “คนจน” ระหว่างวันที่ 3-6 ต.ค.2565 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 คน โดยปรากฏผลดังนี้ เมื่อถามว่ารายได้ของประชาชนวันนี้เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ ผลสำรวจพบว่า ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ร้อยละ 54.54 ขณะที่ร้อยละ 45.46 เพียงพอกับรายจ่าย
เมื่อถามว่า สินค้าประเภทใดที่คิดว่า “แพง” เกินกว่าที่จะรับได้ อันดับ 1 ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ร้อยละ 82.96, อันดับ 2 ค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ 71.19, อันดับ 3 แก๊สหุงต้ม ร้อยละ 66.38, อันดับ 4 อาหารจานเดียว อาหารตามสั่ง ร้อยละ 53.67, อันดับ 5 วัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ร้อยละ 52.64
เมื่อถามว่า ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือกรณีของแพง อันดับ 1 ควบคุมราคาสินค้า ลดราคาสินค้า ร้อยละ 85.73, อันดับ 2 ลดภาษีน้ำมัน ร้อยละ 68.43, อันดับ 3 นำเสนอข้อมูลความจริง ไม่ปิดบัง ร้อยละ 56.52, อันดับ 4 จัดโครงการสินค้าราคาถูกช่วยเหลือประชาชน ร้อยละ 54.35, อันดับ 5 เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น คนละครึ่ง ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ 52.36
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรกับกรณี “คนจน” ในประเทศไทยเพิ่มเป็น “20 ล้านคน” หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด อันดับ 1 ของแพงทำให้คนมีเงินไม่พอใช้ ร้อยละ 80.38, อันดับ 2 คนตกงานมากขึ้น ไม่มีรายได้ ร้อยละ 74.72, อันดับ 3 เงินจำนวนเท่าเดิม ซื้อของได้น้อยลง ร้อยละ 70.47, อันดับ 4 คนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 67.64, อันดับ 5 เศรษฐกิจไม่ดีเป็นเวลานาน ร้อยละ 65.57
เมื่อถามว่า ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือกรณี “คนจน” อันดับ 1 สร้างโอกาส สร้างรายได้ เน้นการพึ่งตนเองได้ในระยะยาว ร้อยละ 78.32, อันดับ 2 แก้ปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร้อยละ 77.19, อันดับ 3 ยอมรับและหาต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง ร้อยละ 66.54, อันดับ 4 ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ร้อยละ 63.15, อันดับ 5 เพิ่มสวัสดิการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพ ร้อยละ 59.10
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหา “คนจน” ได้หรือไม่ พบว่า แก้ไขไม่ได้ ร้อยละ 77.32 ขณะที่ร้อยละ 22.68 เชื่อว่าแก้ไขได้
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหา “ของแพง” ได้หรือไม่ ผลสำรวจพบว่า แก้ไขไม่ได้ 59.23% ขณะที่ร้อยละ 40.77 เชื่อว่าแก้ไขไม่ได้
ผศ.ดร.จิตต์วิมล คล้ายสุบรรณ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ในปัจจุบันประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้คนตกงานมากขึ้น ไม่มีรายได้ หรือบางคนถูกลดเงินเดือน จึงส่งผลให้คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายของค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็หมายถึงมีจำนวนคนจนมากขึ้นนั่นเอง เมื่อ “รายได้น้อยลง” แต่ “ของแพงขึ้น” จึงทำให้เงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงปากท้องในแต่ละวัน จากปัญหา ถึงแม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนอยู่หลายโครงการ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น
"ดังนั้นการแก้ไขปัญหาระยะยาวโดยเฉพาะวางแผนในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบเป็นเรื่องที่ท้าทายรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน โดยสิ่งสำคัญจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับเปลี่ยนกลไกและวิธีการในการแก้ไขปัญหาให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และสำหรับความตั้งใจของรัฐบาลที่ว่า “30 กันยายน 2565 คนจนจะหมดไป” ณ วันนี้ก็ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่จะต้องหาวิธีการแก้จนกันต่อไป" ผศ.ดร.จิตต์วิมลกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ธรรมนัสไม่ใช่ฝ่ายแค้น ‘พีระพันธุ์’ไขก๊อกสส.
ผู้ตรวจการฯ เผยยอดคำร้องเลือกตั้งพุ่ง 40 เรื่อง รวมทั้งปมฉาวคิวอาร์โค้ด ยันทำหน้าที่ในกรอบ 60 วัน
DSIรอ‘ชนนพัฒฐ์’ปปง.ยึดเพิ่ม12ล.
“ธรรมนัส” โยนถาม “ชนนพัฒฐ์” ปมหมายเรียกดีเอสไอ อ้างเรื่องส่วนตัว
รบ.ส่อเลิกอุ้ม‘ดีเซล’ งัดมาตรการพยุงศก.
“นายกฯ” ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ "ทูตออสเตรเลีย” คาดถกซื้อขายน้ำมัน โอ่
ฮอร์มุซดุ!บึ้มเรือไทย 20ชีวิตปลอดภัยเร่งช่วยอีก3 UKMTOยกระดับเตือนสูงสุด
เรือสินค้าไทย "มยุรี นารี" โดนโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทร.ประสานโอมานช่วยเหลือลูกเรือ 20 ชีวิต
‘ทรัมป์’คุยปูติน หย่าศึก‘อิหร่าน’ ทูตยิวแจงปมรบ
สงครามอ่าวทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง! "ปธน.สหรัฐ" ให้คำมั่นสงครามจะจบลงในเร็ววัน
DSIชี้ชนนพัฒฐ์ ยังไม่แจ้งเลื่อน บี้ฟันจริยธรรม
"ชนนพัฒฐ์" ยังไม่ส่งเอกสารขอเลื่อนรับทราบข้อหาเว็บพนัน-ฟอกเงิน "ดีเอสไอ"

