
“นายกฯ” ยิ้มธนาคารโลกยกไทยมีจีดีพีพุ่ง สะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมปลื้มคว้ารางวัลที่พักจาก Agoda 4 ปีติด ชี้ชัดการท่องเที่ยวไทยกลับมา “นฤมล” แนะรัฐเร่งเครื่องลงทุนหวั่นฉุดการฟื้นตัว “อิ๊งค์” เห็นต่างอ้างในฐานะผู้ประกอบการการท่องเที่ยวยังซบ เหตุเพราะไม่มีรากฐานดีแล้วมาเจอวิกฤตซ้ำ
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่รายงาน Thailand Economic Monitor ฉบับเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งจัดทำขึ้นโดยธนาคารโลก ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3/2565 โดยระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวถึง 4.5% สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และเกินจากที่คาดไว้ โดยถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างมีเสถียรภาพ
“นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเพื่อเศรษฐกิจของประเทศ จนเห็นผลสำเร็จเป็นสัญญาณที่ดี ทั้งนี้ ยังได้กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน มั่นใจว่าไทยจะฟื้นตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน” นายอนุชากล่าว
นายอนุชายังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังยินดีที่ในการประกาศรางวัล 14th annual Agoda Gold Circle Awards (GCA) ไทยเป็นประเทศที่มีที่พักได้รางวัลมากที่สุด จากแพลตฟอร์มจองที่พักยอดนิยม Agoda โดยประเทศไทยได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐาน เป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง พร้อมปรับตัว และเป็นที่นิยมในกระแสโลก
“นายกฯ ชื่นชมถึงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเกิดจากการทำงานอย่างหนักของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมมือกันช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทยจนสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาเข้าสู้ช่วงความฟื้นฟูด้วยกันได้” นายอนุชากล่าว
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้น พ.ย.2565 เริ่มเห็นสัญญาณบวกของภาคเอกชน ทั้งการบริโภค และภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีเกินคาด รวมถึงตัวเลขการส่งออก แต่ปรากฏว่าการลงทุนของภาครัฐกลับหดตัว
ศ.ดร.นฤมลระบุว่า เพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ควรเร่งทำ 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. เร่งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวเพิ่ม และเตรียมแผนแรงงานรองรับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจภาคบริการที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว 2.เร่งขยายตลาดเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตร และ 3.เร่งเครื่องการลงทุนภาครัฐ โดยต้องออกจากกรอบแนวคิดเพียงแค่การกู้เพื่อมาลงทุนในงบประมาณ เพราะจะติดข้อจำกัดเพดานหนี้สาธารณะ ต้องใช้กลไกการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน หรือ PPP ให้มากกว่าที่ทำอยู่ และใช้ศักยภาพของตลาดทุนไทยด้วยการระดมทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการพัฒนาประเทศ
ส่วน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงการเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่าในฐานะผู้ประกอบการเหมือนกัน การท่องเที่ยวบ้านเรายังไม่ฟื้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตั้งแต่ก่อนโควิด-19 การท่องเที่ยวไม่มีรากฐานที่แข็งแรงมากพอ เมื่อเจอวิกฤตจึงล้มลง และยากที่จะฟื้นฟูให้เป็นเหมือนเดิม
น.ส.แพทองธารโพสต์อีกว่า ถ้ารัฐบาลในสมัยหน้ามองการณ์ไกล หรือรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที จนไม่ทำให้การท่องเที่ยวไทยต้องตกหลุมตกบ่อ ชะงักงันขนาดนี้ มี 4 เรื่องที่ต้องทำคือ 1.อ่านเทรนด์โลกให้ขาด เพราะแต่เดิมภาพรวมตลาดการท่องเที่ยวไทยพึ่งตลาดจีนกว่า 60% แต่พอมีนโยบาย Zero-Covid ก็ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถมาเที่ยวเมืองไทยได้ การท่องเที่ยวไทยก็ล้มลงทันที ทุกวันนี้คนเราหันมาสนใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 ถ้าประเทศไทยสามารถปักหมุดเรื่องนี้ เท่ากับเราสามารถกำลังดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเข้ามา
2.สร้างแรงงานให้พร้อม ไทยเรามีแรงงานด้านการท่องเที่ยวประมาณ 1.4 ล้านคน แต่ช่วงโควิด-19 ทำให้ต้องลดพนักงานลง แต่ถ้าไทยจะปักหมุดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควรส่งเสริมและสนับสนุนภาคการศึกษาเพื่อเตรียมแรงงานให้พร้อมสำหรับธุรกิจนี้ หรือจะเจรจาเพื่อนบ้านเพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศเพิ่มขึ้นในบางสาขางานของอุตสาหกรรมนี้ 3.กิโยตินกฎหมาย กฎหมายไทยเราซับซ้อนมากเกินไป แต่ละหน่วยงานมีระเบียบของตัวเอง บางระเบียบก็ขัดแย้งกัน กฎหมายอะไรที่ล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์ยุคสมัย ควรยกเลิก เพราะกฎหมายนอกจากทำหน้าที่ควบคุมระเบียบสังคมแล้ว ก็ควรเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการทำธุรกิจด้วย และ 4.สร้างการตลาดทำให้คนทั่วโลกเชื่อมั่นและมั่นใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งเดิมมี Sea Sand Sun แต่ถ้าเราเพิ่มมูลค่าของการท่องเที่ยวให้มากกว่าแค่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นธรรมชาติ+สุขภาพ+วิทยาศาสตร์ แล้วใส่ความคิดสร้างสรรค์ จะสร้างมูลค่าได้เพิ่มอีกมาก
“ทั้งหมดนี้ไม่ได้พูดแค่ในฐานะผู้ประกอบการนะคะ แต่อยากลองแชร์ไอเดียในฐานะคนหนึ่งคนที่อยากเห็นการท่องเที่ยวของประเทศไทยดีขึ้นทั้งระบบด้วย เพราะทุกคนในระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต่างก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย เหมือนที่พรรคเพื่อไทยเสนอไว้ว่าในปี 2570 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยจะต้องกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของโลก สร้างงานสร้างรายได้มากกว่า 3 ล้านล้านบาท” น.ส.แพทองธารระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

