แนวโน้มดีขึ้น 7วันอันตราย 'ตาย-เจ็บ'ลด

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยสถิติ 6 วันอันตรายมีแนวโน้มลดลงในทุกมิติ ขณะที่กรมคุมประพฤติ​เผย​ 6 วันเมาแล้วขับสะสม 6,992 คดี ย้ำมาตรการเข้มแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2566 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและการบังคับใช้กฎหมายเทศกาลปีใหม่ 2566 ประจำวันที่ 3 ม.ค.66 (วันที่ 6 ของการควบคุมเข้มข้น) ในภาพรวม สามารถลดสถิติอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ลดลงกว่าค่าเฉลี่ยสะสม 3 ปี มากกว่าร้อยละ 5 ซึ่งถือว่า 6 วันที่ผ่านมา สำเร็จตามค่าเป้าหมาย ดังนี้การเกิดอุบัติเหตุ สะสม 6 วัน (29 ธ.ค.65-3 ม.ค.66) จำนวน 2,201 ครั้ง ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 65 จำนวน 297 ครั้ง (-11.89%) และลดลงกว่าค่าเฉลี่ยสะสม 3 ปี จำนวน 676 ครั้ง (-23.50 %), ผู้เสียชีวิต สะสม 6 วัน (29 ธ.ค.65-3 ม.ค.66) จำนวน 282 ราย ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 65  จำนวน 30 ราย (-9.62%) และลดลงกว่าค่าเฉลี่ยสะสม 3 ปี จำนวน 54 ราย (-16.07%), ผู้บาดเจ็บ สะสม 6 วัน (29 ธ.ค.65-3 ม.ค.66) จำนวน 2,197 คน ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 65  จำนวน 273 คน (-11.05%)  และลดลงกว่าค่าเฉลี่ยสะสม 3 ปี จำนวน 691 คน (-23.93 %)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก รวม 6 วัน 441,288 ราย มากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลังถึง 88.26% โดยข้อหาสำคัญ ได้แก่ เมาแล้วขับ 20,040 ราย, ขับรถเร็วเกินกำหนด 168,454 ราย, ไม่สวมหมวกนิรภัย 87,191 ราย, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย 24,612 ราย จำนวนอุบัติเหตุสะสมสูงสุดในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช 76 ครั้ง เสียชีวิตสูงสุดในพื้นที่ จ.เชียงราย 13 ราย โดยมีสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ร้อยละ 37.71 และมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสูงสุดจากการไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 60.59

พล.ต.ท.ประจวบกล่าวต่อว่า ผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในภาพรวมทั้งประเทศ ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีใหม่ 2565 และยังอยู่ในเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พอใจผลการอำนวยการจราจรที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งปีนี้ แม้จะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนามากกว่าปีก่อนๆ ส่งผลให้ปริมาณรถมีจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยก็ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลและจัดการจราจร อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ โดยได้ฝากขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้เสียสละร่วมกันดูแลและจัดการจราจร และใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ จนเกิดผลสัมฤทธิ์และได้รับคำชมเชยจากหลายภาคส่วน

“ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง ลดอุบัติเหตุและการสูญเสีย สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากอาชญากรรมทุกประเภท” พล.ต.ท.ประจวบกล่าว

ด้านนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ (3 ม.ค. 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 2,453 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 2,379 คดี,  คดีขับรถประมาท 4 คดี และคดีขับเสพ 70 คดี สำหรับยอดรวมสะสม 6 วัน ที่มีการควบคุมเข้มตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2565-3 ม.ค.2566 มียอดสะสม จำนวน 7,277 คดี  จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,992 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.08 คดีขับรถประมาท 15 คดี คิดเป็นร้อยละ  0.21 และคดีขับเสพ 270 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.71 หากเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่คุมประพฤติในวันที่ 6 ของการคุมเข้ม พ.ศ.2565 กับ พ.ศ.2566 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี พ.ศ.2565 จำนวน 317 คดี ปี พ.ศ.2566 มีจำนวน 2,379 คดี เพิ่มขึ้น 2,062 คดี จังหวัดที่มีสถิติคดีเมาแล้วขับสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ร้อยเอ็ด 427 คดี, นนทบุรี 318 คดี และ สมุทรปราการ 252 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กับมาตรการแก้ไขฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรามีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ได้แก่ การรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ การพักใช้ใบอนุญาตขับรถซึ่งจะมีการกำหนดระยะเวลา การเข้าอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย/วินัยจราจร และใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกับการทำงานบริการสังคม เช่น การดูแลเหยื่ออุบัติเหตุ ผู้พิการ การช่วยเหลืองานในโรงพยาบาล เพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ให้หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

ในส่วนของการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ พร้อมด้วยอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ จำนวน 3,088 คน ร่วมปฏิบัติงานประจำจุด จำนวน 175 จุด พร้อมกันนี้ยังช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!

ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี

“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent  การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง

สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.

"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ

ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว

“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน”  อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ