
กกต.ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำ ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายของผู้สมัครและพรรคการเมือง สามารถใส่ภาพผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคการเมืองได้เท่านั้น แจงยิบระเบียบ "ยุบพรรคติดเทอร์โบ" "สนธิญา" จ่อยุบเพื่อไทย "บิ๊กบี้" สั่งกลางวงผู้พันทั่วประเทศ ย้ำ ทบ.วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ออกกฎเหล็ก "5 ทำ-5 ไม่"
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ลงนามในประกาศ กกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งและสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยในส่วนของการจัดทำประกาศ การกำหนดสถานที่และการจัดสถานที่ปิดประกาศ กำหนดให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจัดทำประกาศมีขนาดกว้างไม่เกิน 30 เซนติเมตร และขนาดความสูงไม่เกิน 42 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดของประกาศ โดยผู้สมัครและพรรคการเมืองจัดทำประกาศได้ไม่เกินสองเท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
การจัดทำประกาศ สามารถระบุชื่อ รูปถ่าย หมายเลขประจำของตัวผู้สมัคร ชื่อของพรรคการเมือง สัญลักษณ์ของพรรคการเมือง นโยบายของพรรคการเมือง คติพจน์ คำขวัญหรือข้อมูลประวัติ เฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์
โซเชียลมีเดีย หรือคิวอาร์โค้ด นอกจากภาพของผู้สมัครแล้วสามารถใส่ภาพของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองใดเท่านั้น ส่วนวิธีปิดประกาศให้เป็นไปตามที่หัวหน้าหน่วยงานกำหนด โดยให้นายอำเภอกำหนดสถานที่ปิดประกาศ ณ ที่ว่าการอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดสถานที่ปิดประกาศ ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต แขวง หมู่บ้าน หรือชุมชน และหัวหน้าหน่วยงานกำหนดสถานที่ปิดประกาศ ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน ทั้งนี้ หากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองปิดประกาศไม่ถูกต้อง ให้หัวหน้าหน่วยงานมีอำนาจสั่งผู้สมัครหรือพรรคการเมืองแก้ไขภายใน 5 วัน
ประกาศ กกต.ยังกำหนดเรื่องการจัดทำแผ่นป้ายของผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 130 เซนติเมตร และขนาดความยาวไม่เกิน 245 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนของแผ่นป้าย โดยผู้สมัครจัดทำได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ขณะที่พรรคการเมืองจัดทำแผ่นป้ายได้ไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้น การติดแผ่นป้ายจะต้องไม่ติดทับซ้อนหรือปิดบังแผ่นป้ายของผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น และให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดประสานหรือหารือกับหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เพื่อกำหนดสถานที่ติดแผ่นป้ายและออกประกาศกำหนดสถานที่ติดแผ่นป้ายก่อนวันปิดสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งกรณีการที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองติดแผ่นป้ายไม่ถูกต้อง ให้ยึดตามการปิดประกาศ คือแจ้งแก้ไขภายใน 5 วัน
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครและพรรคการเมืองอาจติดแผ่นป้ายที่ทำการพรรค หรือสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการเลือกตั้งได้เขตเลือกตั้งละหนึ่งแผ่น ที่มีขนาดกว้างไม่เกิน 400 เซนติเมตร และยาวไม่เกิน 750 เซนติเมตร
นอกจากนี้ กกต.ยังเผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงการปฏิบัติงานตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 โดยระบุว่า ตามที่นักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกระเบียบ กกต.ดังกล่าวนั้น สำนักงาน กกต.รับฟังด้วยความขอบคุณยิ่ง
สำนักงาน กกต.ตระหนักถึงความสำคัญของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญยิ่งในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่รัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.บัญญัติให้มีเรื่องการยุบพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.จึงมีหน้าที่และอำนาจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้อำนาจในการสั่งยุบพรรคเป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 ถูกนักการเมืองหลายพรรค รวมถึงนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจทำให้การยุบพรรคเกิดได้รวดเร็วขึ้น จนถูกตั้งฉายาว่าเป็นระเบียบ “ยุบพรรคติดเทอร์โบ”
นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบจากกรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยพาดพิงถึงนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลักษณะว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ เป็นส่วนเดียวกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจะนำไปสู่การแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัดนครราชสีมา และกรณีที่กล่าวว่า อบจ.นครราชสีมาเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยขอให้ กกต.เรียกนายวีรศักดิ์และ อบจ.นครราชสีมา มาสอบถามว่าสิ่งที่ นพ.ชลน่านกล่าวถึงนั้นเป็นความจริงหรือไม่ มีส่วนเกี่ยวพันและมีส่วนร่วมกันในการไปสู่การแลนด์สไลด์กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ซึ่ง อบจ.นครราชสีมามีข้าราชการลูกจ้างกว่า 200 คน มีโรงเรียนในสังกัดมากกว่า 10 แห่ง
เนื่องจากเป็นการกล่าวของ นพ.ชลน่าน ผูกพันไปถึงทุกคนที่ถูกกล่าวถึง จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องเรียกมาตรวจสอบ ดังนั้นหากพบว่าไม่จริงก็จะมีผลอย่างหนึ่ง หากจริงก็จะมีเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28, 29 ที่ห้ามให้บุคคลภายนอกมายุ่งเกี่ยว และนำไปสู่การยุบพรรคได้ ส่วนหากให้การอันเป็นเท็จเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ก็จะนำไปสู่มาตรา 73(5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม สุดท้ายแล้วก็จะไปสู่การยุบพรรคเช่นกัน โดย กกต.ตรวจสอบให้ชัดเจน
วันเดียวกันนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการในที่ ประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ ถึงระดับผู้บังคับกองพัน เมื่อ 7 ก.พ.2566 ที่ผ่านมา ในเรื่องการวางตัวและการปฏิบัติตัวของกำลังพลกองทัพบกในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยย้ำให้วางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตัวตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ว่าสิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนไม่ควรทำ หรืออย่าทำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาส่งผลต่อภาพลักษณ์กองทัพบก ต่อความเป็นกลางทางการเมือง
ทั้งนี้ กองทัพบกได้ออกแนวทางปฏิบัติของกำลังพลกองทัพบกในการสนับสนุนการเลือกตั้งคือ สิ่งที่ควรปฏิบัติ 5 ข้อ 1. กองทัพบก สนับสนุนให้กำลังพลเห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง ให้กำลังพลไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้ง ให้เป็นตัวอย่างของประชาชนทั่วไป 2.รวมทั้งให้คำแนะนำ ชักชวนบุคคลผู้มีสิทธิในครอบครัว ญาติ และมิตรสหาย ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยพร้อมเพรียงกัน 3.ให้ทุกหน่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กำลังพล และครอบครัวได้รับฟังการหาเสียง โดยประกาศแจ้งเตือนให้ทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ที่จะมีการหาเสียง และจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อยตามความเหมาะสมส่วน กำลังพลที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตการเลือกตั้งที่กำลังพลผู้นั้นปฏิบัติงานอยู่ ให้กำลังพลผู้นั้นไปทำหน้าที่ใช้สิทธิลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งกลางได้ โดยต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 4.สำหรับกรณีที่กำลังพลมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตการเลือกตั้งของหน่วยการเลือกตั้งที่ตนเองไปให้การสนับสนุน สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งนั้น โดยให้กำลังพลดังกล่าวนำคำสั่งแต่งตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งไปแสดง ณ หน่วยเลือกตั้ง เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้ง และ 5.กำลังพลทหารประจำการที่ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ นอกที่ตั้งปกติที่ตนมีภูมิลำเนานั้น และไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งได้ ให้ผู้บังคับหน่วยนั้นแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมทั้งให้กำลังพลลงทะเบียนเลือกตั้ง ล่วงหน้าด้วยตนเอง เพื่อให้กำลังพลดังกล่าวได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำ 5 ข้อ คือ 1.ไม่ควรให้มีการจัดการฝึกอบรมหรือประชุมสัมมนาในช่วงระยะเวลา 10 วัน ก่อนเลือกตั้ง 2.ไม่ควรให้กำลังพลของ ทบ. เป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือเจ้าหน้าที่นับคะแนนโดยเด็ดขาด
3.ไม่ควรใช้ยานพาหนะ หรืออากาศยานของ ทบ. ในการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้สมัครหรือกลุ่มที่หวังผลทางการเมืองโดยเด็ดขาด 4.ไม่ควรให้ใช้พื้นที่ของหน่วยเป็นสถานที่เลือกตั้ง หรือเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง และ 5.ห้ามมิให้กำลังพลของกองทัพบกเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และเป็นเจ้าหน้าที่นับคะแนนโดยเด็ดขาด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ
“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”
ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง
"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า
โปรดเกล้าฯโผ ‘ทหาร’กลางปี 319ตำ แหน่ง!
คลอด "โผนายพลทหาร" กลางปี 319 ตำแหน่ง “ผบ.ทบ.” ขยับ 4 กองทัพภาค วาง “แม่ทัพกอล์ฟ” ข้ามเข้า ทบ. จ่อเข้า 5 เสือ อดีต “ผบ.พล.2 รอ.” คัมแบ็กนั่งรองแม่ทัพภาค 1 "เสธ.ต๊อด" ขึ้นรองเจ้ากรมฯ ผบ.เหล่าทัพหนุนยกระดับใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการรบยุคใหม่
‘ในหลวง-พระราชินี’เสด็จฯสปป.ลาว
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค. ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี
พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’
“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้
‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.
สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.

