แสวงโร่แจงยิบ กปน.ลงรหัสผิด โลกโซเชียลรุม

กกต.ร้อน! “แสวง” แจงปม กปน.เขียนรหัส 2 รอบ ยันส่งถึงเขตของผู้มีสิทธิแน่ ชี้มีแค่ 48 รายเท่านั้นไม่ใช่กว่า 100 ราย ส่วนกรณีอ้างรายชื่อพรรคหายเกิดที่ชลบุรี เหตุไอ้โม่งฉีกหาย 3 แผ่น แจ้งความแล้ว ด้าน 3 จังหวัดที่คนแห่ใช้สิทธิ์จนผิดสังเกตนั้นรู้แล้ว ตรวจสอบอยู่ “ชูวิทย์” เปิดคลิปแฉอำนาจเจริญโมเดล 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.2566 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. ว่าเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีการตรวจพบหน่วยเลือกตั้งที่จังหวัดนนทบุรี พบว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มีการเขียนรหัสเขตเลือกตั้งที่หน้าซองสำหรับใส่บัตรเลือกตั้งผิด โดยเขียนหน่วยเลือกตั้งจากเขต 2 เป็นเขต 4 และกรอกรหัสไปรษณีย์แทนรหัสจังหวัด ซึ่งพบผิดพลาดประมาณ 100 คน เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบก็มีการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งใหม่

นายแสวงกล่าวต่อว่า ยังพบว่ามีข้อถกเถียงของประชาชนในโลกโซเชียลมีเดียอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า กรรมการประจำหน่วยกรอกรหัสจังหวัดผิด ไม่ตรงกับรหัสไปรษณีย์ที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีภูมิลำเนาอยู่ เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า รหัสที่กรรมการประจำหน่วยจะกรอก รหัส 2 ตัวแรกคือรหัสจังหวัด ส่วน 3 ตัวหลังคือรหัสเขตเลือกตั้ง ซึ่งรหัสเขตเลือกตั้งจะเป็นไปตัวเลขคนละตัวกับรหัสไปรษณีย์ เช่น จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ 2 ตัวแรกคือ 12 แต่รหัสเขตเลือกตั้ง 2 ตัวแรกคือ 11

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบหลังเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง มีผู้ใช้สิทธิ์ประมาณกว่า 100 คน เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนหีบบัตร ซึ่งหลังปิดหีบแล้วจะคัดแยกโดยเจ้าหน้าที่ กปน. และไปรษณีย์ ภาพรวมการจ่าหน้าซองของบัตรไม่กระทบการใช้สิทธิ์ ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนให้พรรคการเมืองไหน ก็จะได้คะแนนตามที่ลงอย่างนั้น ยืนยันว่าสามารถส่งบัตรได้ตรงตามเขตแน่นอน”นายแสวงกล่าว และว่า เหตุที่เกิดขึ้นนี้ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ทุกอย่างปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โดยจะตรวจสอบว่าเป็นความผิดพลาดโดยสุจริตหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่เกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เพราะการเลือกตั้งวันนั้นเป็นการเลือกตั้งตามหน่วย ไม่มีการใส่ซองส่งไปรษณีย์แล้ว

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุดังกล่าวทำให้โลกออนไลน์ต่างวิจารณ์กันอย่างหนัก โดยมีการติดแฮชแท็ก  #กกต.ต้องติดคุก และ #กกต.มีไว้ทำไม จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ของไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโพสต์ภาพการทำงานที่ผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในระหว่างการลงคะแนน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน และเปิดที่มาของ 7 กกต.ชุดปัจจุบัน ผ่านการเห็นชอบโดยใคร และเรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบด้วยการลาออก เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีการถอดบทเรียนการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีกระแสเรียกร้องให้ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.ออกจากตำแหน่ง ด้วยการแชร์ลิงก์ของเว็บไซต์ Change ซึ่งเคยเป็นแคมเปญลงชื่อถอดถอน กกต.จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีชื่อคนร่วมลงชื่อไม่ถึงเป้า 1,500,000 รายชื่อ โดยมีเพียง 849,079 รายชื่อ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค.2566 กลับมาเคลื่อนไหว โดยมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนเพิ่มขึ้นมาเป็น 1,001,387 รายชื่อ เมื่อเวลา 16.45 น.

ต่อมาในเวลา 18.00 น. นายแสวงได้แถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดยย้ำว่า การจ่าหน้าซองผิดเขต แต่อยากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสบายใจว่าบัตรถึงเขตที่ท่านมีชื่อในทะเบียนอย่างถูกต้อง เพราะมีระบบการตรวจสอบ ส่วนที่ กปน.จ่ายบัตรที่ระบุเขตคลาดเคลื่อน อาจเกิดจากชุดที่ใช้ลงคะแนน เช่นเมื่อเช้าชุดที่ 4 อาจสำคัญผิดว่าเป็นเขตที่ 4 แต่ตัวรหัสกรอกถูกต้อง และเก็บไว้ทุกแผ่น จึงสามารถตรวจสอบได้ทุกซองที่จะส่งไปที่เขตเลือกตั้ง จึงอยากให้สบายใจว่าเราออกแบบมาเพื่อใช้เวลามีปัญหาจากการทำงานของคน แต่ระบบสามารถแก้ไขตรงนี้ได้ ส่วนกรณีหน่วยเลือกตั้งที่ จ.นนทบุรี ที่เคยให้ข่าวว่ามีการลงรหัสเขตเลือกตั้งผิดกว่า 100 รายนั้น ตรวจสอบล่าสุดแล้วพบว่ามี 48 ราย

นายแสวงยังกล่าวถึงความผิดพลาดเรื่องเอกสารว่ามีชื่อพรรคบ้าง ไม่มีบ้าง  จริงบ้าง เท็จบ้าง ว่าได้รับรายงานตั้งแต่เช้าจาก ผอ.จังหวัดก่อนเป็นข่าว และมีการแก้ไขแล้ว บางเรื่องเกิดจากคนไปฉีก  ซึ่งเกิดที่ จ.ชลบุรี มีคนไปฉีกหายไป 3 แผ่น แต่ก็มีการแก้ไข เช่นเดียวกับในจังหวัดอื่นก็มีการแก้ไข และไม่มีปัญหาอีก โดยมีการแจ้งความแล้ว ส่วนการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง พบว่ามีการถ่ายบัตรประชาชนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการแจ้งความแล้ว ส่วนกรณีขนคนไปลงคะแนน ได้มีชุดเคลื่อนที่เร็วจากส่วนกลางไปหลายจังหวัดเป้าหมาย ซึ่งมีการรายงานกลับมาแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบ 3 จังหวัดที่มีการขอลงทะเบียนการเลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ อำนาจเจริญ ที่มี 2 เขต แต่มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 22,945 ราย, ศรีสะเกษ มีผู้ลงทะเบียน 76,217 ราย และยโสธร มีผู้ลงทะเบียน 32,397 ราย นอกจากนั้นยังได้โพสต์คลิปคนสูงวัยและคนวัยทำงานลงจากรถกระบะ โดยอ้างว่าหัวคะแนนขนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมคนสูงวัยเหล่านี้ต้องนั่งรถมา 20-30 กิโลเมตร เพื่อมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า นอกจากนี้ยังได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่อำนาจเจริญ โดยเป็นคลิปที่หญิงสาวรายหนึ่งกำลังเขียนอะไรบางอย่างลงบนมือของหญิงสูงวัย

นายชูวิทย์ระบุว่า อำนาจเจริญโมเดล เขียนเบอร์ใส่มือกันลืม คนแก่คนเฒ่าถูกหลอกให้นั่งรถไปไกล ตากแดดเปรี้ยง ไม่มีหลังคาคลุม เพราะอยากอวดว่าเปิดเผย โปร่งใส มากันเอง แต่ดันมีหัวคะแนนรอ ถึงขนาดเขียนเบอร์ผู้สมัครใส่มือ กลัวคนแก่ลืม วางแผนทำเป็นกระบวนการ ขนชาวบ้านเขต 1 ย้ายไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขต 2 แล้วขนชาวบ้านเขต 2 ไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เขต 1

นายแสวงกล่าวถึงความผิดปกติของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่ จ.อำนาจเจริญ, ยโสธร และศรีสะเกษ ว่า สำนักงาน กกต.ได้ตระหนักเรื่องนี้ก่อนมีข่าว ได้สอดส่องดูแลตั้งแต่ต้น และได้ตรวจสอบแล้ว แต่ด้วยกระบวนการทำงานต้องให้ความคุ้มครองผู้ให้ข่าวหรือให้เบาะแส ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของ กกต. และได้กำชับทุกจังหวัดเวลาผู้มาแสดงขอใช้สิทธิให้เปิดหน้าให้เห็นชัดเจนว่าบัตรประชาชนที่นำมาแสดงคือคนเดียวกับคนที่มาแสดงตนใช้สิทธิ์หรือไม่ ย้ำว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งในหน่วยเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม 

 วันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ยังกล่าวถึงภาพรวมเรื่องร้องเรียนทั่วประเทศในระหว่างลงพื้นที่ดูการเลือกเลือกตั้งล่วงหน้าที่ จ.ชลบุรี ว่าตอนนี้มาทั้งหมด  92  เรื่อง โดย จ.ชลบุรียังไม่มีเรื่องร้องเรียน แต่เมื่อปี 2562 จ.ชลบุรีมีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 14 เรื่อง ทั่วประเทศมี 592  เรือง ครั้งนี้มี  92 เรื่อง ก็ต้องรวบรวมตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้ามีมูลความจริงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสืบสวนไต่สวนต่อไป

นายแสวงกล่าวว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียน 92 เรื่อง โดย กทม.ถูกร้องมากที่สุด ซึ่งเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นกรณีว่าจะให้สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด มาตรา 73 (1) ของกฎหมายการเลือกตั้ง

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้าน บ.โนนเรือง ต.บ้านค้อ อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น เดินทางมาพร้อมทนายความและผู้ใหญ่บ้าน นำเอกสารหลักฐานการซื้อเสียงที่แจกจ่ายให้กับผู้ที่มาฟังการปราศรัย ซึ่งชาวบ้านถ่ายภาพและถ่ายคลิปวิดีโอขณะการปราศรัยและการจ่ายเงินได้อย่างชัดเจน มายื่นให้นายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ขอนแก่น โดยนายวัชระระบุว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวที่ส่งมานั้น พนักงานสืบสวนอยู่ในระหว่างตรวจสอบ และได้กันบุคคลที่เข้าร้องเรียนไว้เป็นพยานแล้ว  ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดตามขั้นตอนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น