ร้อง‘กกต.’พรึ่บ ฟันป๊อกบงการ พ่วงอิ๊งค์พบพ่อ

“สนธิญา” จัดเต็มร้อง กกต.ฟัน “ปิยบุตร” ครอบงำก้าวไกลปมเก้าอี้ประธานสภาฯ พ่วงจัดหนัก “อุ๊งอิ๊ง” บินไปหาพ่อ ระบุทำบรรทัดฐานแคนดิเดตนายกฯ สุ่มเสี่ยง เพราะ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” เป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย “ศรีสุวรรณ” ส่งข้อมูลเพิ่มเติมกรณีแก๊งออฟทรีชี้นิ้วสั่ง ก.ก. เชื่อหากมีมูลชงศาล รธน.ยุบพรรคได้

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พ.ค.2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความและรูปภาพที่เดินทางมาหาบิดาที่สิงคโปร์ผ่านอินสตาแกรมสั้นๆ ว่า มาสั้นๆ ให้หายคิดถึง กลับไปเลี้ยงลูก ไปทำงานต่อ กำลังใจของลูก

ขณะที่นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ​การกฎหมาย​ การยุติ​ธรรม​และสิทธิ​มนุษยชน​ สภาผู้แทน​ราษฎร ​ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า มาร้องเรียน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.กรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็น โดยให้พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ต้องยึดมั่นในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นของพรรค ซึ่งประธานสภาฯ จะอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่งนั้นเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่จะเลือกกันเอง และมีคนตั้งข้อสังเกตว่าประธานสภาฯ นั้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 หมายถึงประธานรัฐสภาด้วย นั่นหมายความว่า ประธานสภาฯ ก็เป็นประธานวุฒิสภาด้วย มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของประธานวุฒิสภา ซึ่งเหลืออายุอยู่ประมาณกว่า 1 ปี

“พฤติกรรมของนายปิยบุตร ซึ่งเป็นผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และได้แต่งตั้งการเป็นผู้ช่วยหาเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่มีการโพสต์ในลักษณะชี้นำ ทำให้เห็นอนุมานได้ว่า พรรค ก.ก.โดยที่ผู้บริหารหรือใครก็ตามไม่ได้ออกมาปฏิเสธ  อีกทั้งยังพูดไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่อนุมานได้ว่าเข้าข่ายพระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 มาตรา 29 และไปสู่การถูกยุบพรรคได้ตามมาตรา 92 (3) จึงขอให้ กกต.วินิจฉัย และตีความการกระทำของนายปิยบุตร เพื่อเป็นการชี้นำ ครอบงำพรรคก้าวไกลหรือไม่อย่างไร ส่วนพิจารณาแล้วจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ กกต.จะพิจารณา” นายสนธิญากล่าว

นายสนธิญากล่าวว่า ประเด็นที่ 2 คือกรณี น.ส.แพทองธารเดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณที่สิงคโปร์ ซึ่งการไปเยี่ยมบิดา หรือผู้มีพระคุณนั้นทำได้ แต่ขณะนี้ น.ส.แพทองธารได้รับการแต่งตั้งจากพรรค พท.เป็นแคนดิเดตนายกฯ ดังนั้นพฤติกรรมของว่าที่นายกฯ อยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 45 และผูกพันไปถึงมาตรา 92 (3 ) จึงขอให้ กกต.พิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวของ น.ส.แพทองธารนั้น ขัดต่อกฎหมายนี้หรือไม่ เมื่อวินิจฉัยแล้วอาจส่งคำร้องของตนเข้าไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อโปรดพิจารณาวินิจฉัยเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของว่าที่แคนดิเดตนายกฯ หรือว่าที่นายกฯ ต่อไปในอนาคตด้วย

“ผมยังมั่นใจว่าพรรคก้าวไกล โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สามารถทะลุผ่านเข้าไปสู่กระบวนการโหวตเป็นนายกฯ ได้ ส่วนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย คนที่ 1 ก็คือ น.ส.แพทองธาร มีหลายคนออกมาวิเคราะห์การเดินทางไปเยี่ยมพ่อในช่วงเวลาสถานการณ์อย่างนี้ โดยจริยธรรม คุณธรรมและมารยาท หรือกฎหมาย ก็ไม่น่ากระทำการโดยเปิดเผย ซึ่งการไปเยี่ยมพ่อหรือผู้มีพระคุณนั้นไม่มีปัญหา แต่การไปเยี่ยมในช่วงมีตำแหน่งหรือเป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น อธิบายไม่ได้ในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ที่ถูกศาลไทยพิจารณาให้จำคุกไปแล้ว ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล จึงเป็นที่มาของการมาเพื่อร้อง กกต.โปรดพิจารณา วินิจฉัยการกระทำของ น.ส.แพทองธาร" นายสนธิญากล่าว

เมื่อถามถึงการถือหุ้นสื่อของนายพิธา  นายสนธิญากล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนว่าต้องถือจำนวนเท่าไหร่ แต่เขียนเพียงว่า ผู้ลงสมัคร ส.ส.ห้ามมีหุ้นสื่อ จึงน่าเป็นห่วง และนายพิธาก็เพิ่งมาแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงอยากวิงวอนนายพิธา และพรรค ก.ก. เพราะตั้งแต่ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยเสียงข้างมาก ตลาดหุ้นไทยตก ผู้ถือหุ้นจากต่างประเทศก็ถอนหุ้นออกไปเกือบแสนล้านบาท ด้วยความไม่ชัดเจน แม้ตนเองเป็นกำลังใจให้นายพิธาและพรรคก้าวไกล แต่หลายเรื่องควรคลี่คลายให้ชัดเจน ก่อนนายพิธาจะรับตำแหน่งนายกฯ เพราะหากได้รับการโหวตเป็นนายกฯ แล้วศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย พร้อมสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จะไม่เป็นผลดีต่อพรรค ก.ก.และประเทศ จึงต้องการให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้จบเสียก่อน

ขณะเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้จัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต. กรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ได้เคยเดินทางไปชี้ให้ กกต.ตรวจสอบนายธนาธร จึง​รุ่งเรือง​กิจ ​หัวหน้า​คณะ​ก้าวหน้า, นายปิยบุตร​ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้าครอบงำ ชี้นำพรรค ก.ก. ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และ 29 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ โดยนายศรี​สุวรรณกล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายปิยบุตรได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงตำแหน่งประธานสภาฯ ที่พรรคก้าวไกลเสียไปไม่ได้เป็นอันขาด พร้อมอธิบายเหตุผลมากมาย ซึ่งต่อมาเป็นเหตุให้ว่าที่ ส.ส.พรรค ก.ก.และกรรมการบริหารพรรคต่างออกมาให้สัมภาษณ์และหรือโพสต์แสดงความเห็นเพื่อยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ต้องเป็นของพรรค ก.ก. ลงในสื่อสังคมออนไลน์มากมาย อาทิ นายรังสิมันต์ โรม, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ฯลฯ

“ว่าที่ ส.ส.ท่านใดจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเหล่า ส.ส.ทั้ง 500 คนที่ประชาชนได้เลือกตั้งให้ไปเป็น ส.ส.แล้วเข้าไปเลือกกันเองว่าท่านใดเหมาะสม เพราะทุกคนน่าจะมีวิจารณญาณที่จะตัดสินได้ได้เอง ไม่จำต้องมีใครมาชี้นำ แต่ทว่าการที่นายปิยบุตรออกมาโพสต์ข้อความลงในสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว จะทำให้สังคมมองไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการพยายามชี้นำความคิดและการกระทำของเหล่าว่าที่ ส.ส.ของพรรค ก.ก.” นายศรีสุวรรณระบุ

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. น.ส.พรรณิการ์ยังได้ออกมาทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่าก้าวไกลต้องการเป็นประธานสภาฯ เพื่อผลักดันวาระก้าวหน้าในสังคมอีกด้วย ชี้ให้เห็นว่าบุคคลทั้งสอง ซึ่งมิใช่สมาชิกพรรค ก.ก.กลับมีพฤติการณ์หรือกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมือง อาจเป็นการฝ่าฝืน ม.28 และ ม.29 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ด้วยหรือไม่ และหากถึงที่สุดแล้วหาก กกต.วินิจฉัยว่าเป็นไปตามการชี้เบาะแส ก็สามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ ตามมาตรา 92 (3)

วันเดียวกัน นายธเนตร วงษา อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีต ส.ว.ตรัง ปี 2549 เดินทางมายื่นหนังสือให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดเพื่อให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อ โดยนายธเนตรกล่าวว่า สนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ คนที่ 30 เพื่อให้ประเทศไทยได้เดินหน้าโดยเร็วที่สุด และอยากให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยแสดงสปิริตโปรดสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.ในการสนับสนุน

ขณะที่นายเอกรินทร์กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นอดีต ส.ว. คิดว่า ส.ว.ต้องเคารพเสียงของประชาชน ส.ว.ไม่ควรก้าวล่วงมติของประชาชน การโหวตนายกฯ ควรเป็นอิสระ ซึ่งเมื่อพรรค ก.ก.ชนะการเลือกตั้งมา ตามหลักประชาธิปไตยก็ควรได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ในฐานะที่นายพิธาเป็นเน็ตไอดอล 14 ล้านเสียง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง